บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท.สผ. (PTTEP) เปิดผลการดำเนินงานรอบ 9 เดือน ปี 2569 มีรายได้รวม 268,375 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 53,742 ล้านบาท หลังปริมาณขายปิโตรเลียมเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 10% แตะ 549,020 บาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบต่อวัน พร้อมนำส่งรายได้กลับคืนสู่ประเทศกว่า 70,100 ล้านบาท เดินหน้าลงทุนพัฒนาแหล่งก๊าซธรรมชาติทั้งในและต่างประเทศ เพื่อรองรับความต้องการพลังงานและเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงานในระยะยาว
นางสาวคณิตา ศาศวัตายุ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ปตท.สผ. เปิดเผยว่า ในไตรมาส 3 บริษัทเดินหน้าดำเนินธุรกิจตามแผนกลยุทธ์อย่างต่อเนื่อง มุ่งรักษาความต่อเนื่องในการผลิตและจัดหาก๊าซธรรมชาติให้กับประเทศ ควบคู่กับการขยายโอกาสการเติบโตในตลาดต่างประเทศ
ขยายเวลาพัฒนาแหล่งก๊าซฯ ไทย-มาเลเซีย อีก 35 ปี
ปตท.สผ. และ PC JDA ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ PETRONAS Carigali Sdn Bhd. ได้รับสิทธิในสัญญาแบ่งปันผลผลิตโครงการพื้นที่พัฒนาร่วมไทย-มาเลเซีย เอ 18-01 จากองค์กรร่วมไทย-มาเลเซีย เพื่อดำเนินการสำรวจ พัฒนา และผลิตปิโตรเลียมต่อเนื่องอีก 35 ปี
ปัจจุบันโครงการมีกำลังการผลิตก๊าซธรรมชาติประมาณ 300-400 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน ส่งให้ไทยและมาเลเซียในสัดส่วนเท่ากัน โดยก๊าซฯ ที่ส่งมายังประเทศไทยใช้เป็นเชื้อเพลิงผลิตไฟฟ้าในพื้นที่ภาคใต้ ช่วยเสริมความมั่นคงด้านพลังงานของทั้งสองประเทศในระยะยาว
ทุ่มพัฒนาแหล่งบุษบง จ่อผลิตก๊าซฯ ปี 2571
สำหรับการลงทุนในประเทศ ปตท.สผ. ตัดสินใจลงทุนขั้นสุดท้าย (Final Investment Decision: FID) เพื่อพัฒนาแหล่งก๊าซธรรมชาติบุษบง ภายใต้โครงการจี 3/65 ในอ่าวไทย โดยคาดว่าจะใช้เวลาพัฒนาประมาณ 2 ปี และเริ่มผลิตก๊าซธรรมชาติได้ในปี 2571 ที่อัตราประมาณ 30 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน ก่อนเพิ่มเป็น 40 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวันภายในปี 2573 รองรับความต้องการใช้พลังงานที่เพิ่มขึ้นในอนาคต
ขณะเดียวกัน บริษัทยังชนะการประมูลสัมปทานปิโตรเลียมรอบที่ 25 ในแปลงสำรวจบนบก L1/66 และ L3/66 ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ใกล้แหล่งสินภูฮ่อม ครอบคลุมพื้นที่กว่า 7,000 ตารางกิโลเมตร เพิ่มโอกาสค้นพบและพัฒนาแหล่งปิโตรเลียมใหม่ เพื่อเสริมศักยภาพการจัดหาพลังงานภายในประเทศ
จับมือ Eni ตั้งบริษัทร่วมทุน ลุยโครงการกาชาใน UAE
ด้านการลงทุนต่างประเทศ บริษัท พีทีทีอีพี มีนา จำกัด (PTTEP MENA) บริษัทย่อยของ ปตท.สผ. ร่วมกับ Eni Abu Dhabi B.V. จัดตั้งบริษัทร่วมทุน Seela Energies B.V. โดยแต่ละฝ่ายถือหุ้น 50%
ทั้งสองบริษัทมีสัดส่วนการลงทุนทางอ้อมในโครงการสัมปทานกาชา ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ฝ่ายละ 10% ผ่านบริษัทร่วมทุนดังกล่าว ความร่วมมือครั้งนี้จะช่วยเพิ่มโอกาสเข้าถึงแหล่งเงินทุน แลกเปลี่ยนองค์ความรู้และความเชี่ยวชาญ ตลอดจนต่อยอดโอกาสการลงทุนร่วมกันในอนาคต
9 เดือนแรก รายได้ 2.68 แสนล้าน กำไรสุทธิ 5.37 หมื่นล้านบาท
ผลประกอบการช่วง 9 เดือนแรกของปี 2569 ปตท.สผ. มีรายได้รวม 268,375 ล้านบาท หรือเทียบเท่า 8,251 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยมีปริมาณขายปิโตรเลียมเฉลี่ย 549,020 บาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบต่อวัน เพิ่มขึ้น 10% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
ปัจจัยสำคัญมาจากการจำหน่ายก๊าซธรรมชาติจากโครงการในอ่าวไทยที่เพิ่มขึ้น รวมถึงการเข้าร่วมลงทุนในโครงการพื้นที่พัฒนาร่วมไทย-มาเลเซีย เอ 18-01 โครงการแอลจีเรีย ทูอัต และโครงการมาเลเซีย เอสเค408 ในปีที่ผ่านมา
ขณะที่ราคาขายผลิตภัณฑ์เฉลี่ยอยู่ที่ 50.17 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบ เพิ่มขึ้น 13% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ตามทิศทางราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก ส่งผลให้บริษัทมีกำไรสุทธิ 53,742 ล้านบาท หรือเทียบเท่า 1,653 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
ส่งรายได้คืนรัฐกว่า 70,100 ล้านบาท
นอกจากผลประกอบการแล้ว ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2569 ปตท.สผ. ยังนำส่งรายได้ให้ภาครัฐจากภาษีเงินได้ ค่าภาคหลวง ส่วนแบ่งผลประโยชน์อื่น ๆ รวมถึงส่วนแบ่งจากผลผลิตปิโตรเลียม รวมกว่า 70,100 ล้านบาท
รายได้ดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนการพัฒนาประเทศ ทั้งด้านชุมชน การศึกษา และการวิจัยและพัฒนา สะท้อนบทบาทของ ปตท.สผ. ในการขับเคลื่อนธุรกิจพลังงานควบคู่กับการสร้างประโยชน์ทางเศรษฐกิจให้กับประเทศ