รายงานผู้บริโภคด้านการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนประจำปี 2026 ของ Trip.com Group เผยว่า นักเดินทางไทยเกือบทั้งหมด (95.0%) ระบุว่าความยั่งยืนเป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจเดินทาง และ 83.8% ตั้งใจเลือกตัวเลือกการเดินทางที่ยั่งยืนมากขึ้น ขณะที่ผลสำรวจโดยรวมในระดับโลกพบว่า นักเดินทาง 3 ใน 4 ซึ่งคิดเป็น 75.4% ให้ความสำคัญกับความยั่งยืนในการตัดสินใจเดินทาง และ 56.8% ตั้งใจเลือกตัวเลือกการเดินทางที่ยั่งยืนมากขึ้น

เพื่อตอบสนองความต้องการดังกล่าวและช่วยให้นักเดินทางค้นหาและเลือกตัวเลือกการเดินทางที่ยั่งยืนได้สะดวกยิ่งขึ้น Trip.com Group ผู้ให้บริการด้านการท่องเที่ยวชั้นนำระดับโลก จึงเปิดตัว My Travel Impact ฟีเจอร์ใหม่บนแอปพลิเคชัน Trip.com ที่รวบรวมข้อมูลทางเลือกการเดินทางที่ยั่งยืน ทั้งโรงแรม เที่ยวบิน และรถไฟ ไว้ในที่เดียว
รายงานฉบับนี้จัดทำขึ้นจากการสำรวจผู้ตอบแบบสอบถามจำนวน 8,777 คน จาก 29 ตลาดใน 4 ภูมิภาคทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย โดยผลสำรวจสะท้อนให้เห็นว่า ความยั่งยืนไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมเท่านั้น แต่ยังกลายเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์การเดินทาง ไม่ว่าจะเป็นการสัมผัสวัฒนธรรมท้องถิ่น การสำรวจธรรมชาติ หรือการเลือกเดินทางอย่างใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น

เจน ซัน (Jane Sun) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Trip.com Group เปิดเผยว่า การทำให้การท่องเที่ยวเป็นพลังเชิงบวกที่เชื่อมโยงผู้คนเข้าด้วยกัน ถือเป็นความรับผิดชอบร่วมกันของทุกภาคส่วน โดยอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวมีบทบาทสำคัญในการอนุรักษ์สถานที่ ธรรมชาติ และชุมชน ซึ่งล้วนเป็นองค์ประกอบที่ทำให้การเดินทางมีความหมาย และช่วยส่งต่อคุณค่าเหล่านี้ไปยังคนรุ่นต่อไป ที่ Trip.com Group เราเชื่อว่าทุกการเดินทางสามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงในเชิงบวกได้ เราจึงมุ่งผลักดันให้ความยั่งยืนเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์การเดินทาง ตั้งแต่การเดินทางด้วยรูปแบบที่ปล่อยคาร์บอนต่ำ ที่พักที่ได้รับการรับรองด้านความยั่งยืน ไปจนถึงการนำเสนอข้อมูลที่เป็นประโยชน์ คำแนะนำเฉพาะบุคคล และฟีเจอร์ใหม่ ๆ ที่สนับสนุนการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน เช่น My Travel Impact
รายงานฉบับนี้ยังเผยให้เห็นถึงแรงจูงใจและอุปสรรคที่ส่งผลต่อการตัดสินใจเลือกตัวเลือกการเดินทางที่ยั่งยืนของนักเดินทางไทย รวมถึงแนวทางที่จะช่วยให้การเดินทางดังกล่าวเข้าถึงได้ง่ายขึ้น
แรงจูงใจและอุปสรรค: ทำให้การเดินทางอย่างยั่งยืนเข้าถึงง่ายขึ้นสำหรับนักเดินทางไทย
ความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม (80.8%) เป็นแรงจูงใจอันดับหนึ่งที่ทำให้นักเดินทางไทยเลือกตัวเลือกการเดินทางที่ยั่งยืนมากขึ้น รองลงมาคือการอนุรักษ์จุดหมายปลายทางไว้ให้คนรุ่นหลัง (68.8%) และการสนับสนุนเศรษฐกิจและชุมชนท้องถิ่น (54.8%)
อย่างไรก็ตาม อุปสรรคสำคัญที่ทำให้นักเดินทางยังไม่สามารถเลือกการเดินทางที่ยั่งยืนได้มากขึ้น ได้แก่ ราคาที่สูงกว่า (33.3%) ความไม่สะดวกหรือความยุ่งยากในการวางแผน (32.3%) และตัวเลือกการเดินทางที่ยั่งยืนที่ยังมีอยู่อย่างจำกัด (29.5%)

My Travel Impact รวบรวมทางเลือกการเดินทางที่ยั่งยืนไว้ในที่เดียว
ผลสำรวจในประเทศไทยยังชี้ให้เห็นว่า ตัวเลือกการเดินทางที่ยั่งยืนมีอิทธิพลต่อการเลือกแพลตฟอร์มจองการเดินทางออนไลน์ (OTA) อย่างชัดเจน โดยผู้ตอบแบบสอบถาม 88.5% ระบุว่าตัวเลือกด้านความยั่งยืนที่แพลตฟอร์มนำเสนอมีผลต่อการตัดสินใจเลือกใช้บริการในระดับมากหรือค่อนข้างมาก ขณะที่สิ่งที่นักเดินทางต้องการจากแพลตฟอร์ม OTA มากที่สุด ได้แก่ เคล็ดลับการเดินทางอย่างยั่งยืน (51.3%) รองลงมาคือป้ายสัญลักษณ์ที่ระบุตัวเลือกการเดินทางที่ยั่งยืนอย่างชัดเจน (49.0%) และคำแนะนำพร้อมการวางแผนการเดินทางด้วย AI (43.3%)
My Travel Impact จึงเข้ามาตอบโจทย์ความต้องการด้านข้อมูลที่ชัดเจนและเข้าถึงง่าย ด้วยการแสดงภาพรวมของตัวเลือกการเดินทางที่ยั่งยืนที่นักเดินทางจองผ่าน Trip.com ครอบคลุม 3 องค์ประกอบหลัก ได้แก่
• โรงแรม: แสดงจำนวนคืนที่เข้าพักในโรงแรมหรือที่พักที่ได้รับป้าย Certified Sustainable ของ com โดยพิจารณาจากการรับรองของหน่วยงานภายนอกที่ได้รับการยอมรับ
• เที่ยวบิน: แสดงปริมาณการปล่อยคาร์บอนที่คาดว่าจะลดลงจากการเลือกเที่ยวบินที่ปล่อยคาร์บอนต่ำกว่า เมื่อมีข้อมูลที่สามารถนำมาเปรียบเทียบได้ โดยอ้างอิง Travel Impact Model ที่แนะนำโดย Travalyst
• รถไฟ: แสดงปริมาณการปล่อยคาร์บอนที่คาดว่าจะลดลงจากการเลือกเดินทางด้วยรถไฟแทนรถยนต์ที่ใช้น้ำมันเบนซิน เมื่อมีข้อมูลที่สามารถนำมาเปรียบเทียบได้
ฟีเจอร์ My Travel Impact รวบรวมข้อมูลที่เดิมกระจายอยู่ตามผลิตภัณฑ์และบริการด้านการเดินทางต่าง ๆ มาไว้ในแดชบอร์ดเดียว ช่วยให้นักเดินทางมองเห็นและเข้าใจตัวเลือกการเดินทางของตนเองได้ง่ายยิ่งขึ้น
การเลือกเดินทางอย่างยั่งยืนช่วยยกระดับประสบการณ์การเดินทาง
นักเดินทางไทยมองว่า กิจกรรมที่ช่วยยกระดับประสบการณ์การเดินทาง ได้แก่ การสัมผัสวัฒนธรรมและมรดกท้องถิ่นแบบดั้งเดิม (50.5%) การสำรวจธรรมชาติและสถานที่ท่องเที่ยวกลางแจ้ง (47.0%) การเดินทางด้วยรถไฟชมวิว (34.3%) และการเข้าร่วมกิจกรรมอนุรักษ์สัตว์ป่าหรือธรรมชาติ (33.5%)
ขณะที่ผลสำรวจในระดับโลกพบว่า นักเดินทางมองว่าการสัมผัสธรรมชาติและทำกิจกรรมกลางแจ้ง (41.6%) การเดินทางด้วยรถไฟชมวิว (34.1%) และการเยือนจุดหมายปลายทางที่ไม่เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายและมีผู้คนไม่พลุกพล่าน (32.7%) เป็นปัจจัยที่ช่วยยกระดับประสบการณ์การเดินทางมากที่สุด รองลงมาคือการเข้าพักในโรงแรมที่มีแนวปฏิบัติด้านความยั่งยืนอย่างเข้มแข็ง (31.9%) และการเดินทางนอกฤดูท่องเที่ยว (29.6%)
นอกจากนี้ ความยั่งยืนยังมีอิทธิพลต่อการเลือกจุดหมายปลายทาง โดยการมีระบบขนส่งสาธารณะที่มีประสิทธิภาพหรือทางเลือกการเดินทางที่ปล่อยคาร์บอนต่ำ (56.0%) และการอนุรักษ์มรดกทางธรรมชาติและวัฒนธรรม (50.6%) เป็นสองปัจจัยสำคัญที่ทำให้นักเดินทางอยากไปเยือนจุดหมายปลายทางนั้นมากขึ้น
ความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลงวิธีวางแผนการเดินทาง
สภาพอากาศแปรปรวนรุนแรงเริ่มส่งผลต่อการวางแผนการเดินทางของคนไทย โดยผู้ตอบแบบสอบถาม 87.8% ระบุว่าเคยปรับเปลี่ยนแผนการเดินทางอย่างน้อยหนึ่งครั้งเนื่องจากสภาพอากาศแปรปรวนรุนแรง ขณะที่ผลสำรวจในระดับโลกพบว่า นักเดินทาง 62.0% เคยปรับเปลี่ยนแผนการเดินทางอย่างน้อยหนึ่งครั้งจากผลกระทบของสภาพอากาศสุดขั้ว โดยรูปแบบการปรับเปลี่ยนที่พบ ได้แก่ การเลื่อนหรือจัดตารางการเดินทางใหม่ (29.9%) การเปลี่ยนฤดูกาลหรือช่วงเวลาเดินทาง (23.6%) และการเปลี่ยนจุดหมายปลายทาง (21.9%)
คนรุ่นใหม่คือผู้นำการเปลี่ยนแปลง
ผลสำรวจในระดับโลกพบว่า Gen Z และ Millennials เป็นกลุ่มที่มีแนวโน้มเลือกการเดินทางอย่างยั่งยืนมากที่สุด โดย Gen Z เกือบ 7 ใน 10 (69.5%) ตั้งใจเลือกตัวเลือกการเดินทางที่ยั่งยืนมากขึ้น รองลงมาคือ Millennials (63.0%) Gen X (50.6%) และ Baby Boomers (40.6%)
นอกจากนี้ ผู้ตอบแบบสอบถามกลุ่ม Gen Z มากกว่าสามในสี่ (76.7%) ระบุว่าการมีตัวเลือกการเดินทางที่ยั่งยืนมากขึ้นจะมีผลต่อการตัดสินใจเลือกแพลตฟอร์ม OTA
ขับเคลื่อนการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนด้วยความร่วมมือในอุตสาหกรรม
Trip.com Group ทำงานร่วมกับพันธมิตรในอุตสาหกรรม เช่น Global Sustainable Tourism Council (GSTC) และ Travalyst เพื่อสนับสนุนการรับรองมาตรฐานด้านความยั่งยืนที่น่าเชื่อถือ รวมถึงการพัฒนาข้อมูลการปล่อยคาร์บอนให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน ขณะเดียวกัน แนวทางการท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบจากองค์กรต่าง ๆ เช่น WWF ยังช่วยให้ Trip.com Group สามารถแบ่งปันเคล็ดลับการเดินทางอย่างยั่งยืนที่นักเดินทางสามารถนำไปปรับใช้ได้จริง
Trip.com Group ตระหนักดีว่า การสร้างอนาคตของการท่องเที่ยวที่ยั่งยืนยิ่งขึ้นจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือและการลงมือทำจากทุกภาคส่วนในอุตสาหกรรม บริษัทจึงมุ่งมั่นที่จะทำงานร่วมกับพันธมิตรอย่างต่อเนื่อง เพื่อร่วมกันปกป้องจุดหมายปลายทาง สิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติ และชุมชนที่เป็นหัวใจสำคัญของการเดินทาง พร้อมส่งต่อคุณค่าเหล่านี้ไปยังคนรุ่นต่อไป
สามารถอ่านรายงานฉบับเต็มได้ที่: รายงานผู้บริโภคด้านการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนประจำปี 2026 ของ Trip.com Group
เกี่ยวกับ Trip.com Group
Trip.com Group เป็นผู้ให้บริการด้านการท่องเที่ยวระดับโลก ประกอบด้วยแพลตฟอร์ม Trip.com, Ctrip, Skyscanner และ Qunar โดยช่วยให้นักเดินทางทั่วโลกสามารถจองบริการด้านการเดินทางได้อย่างคุ้มค่าและมีข้อมูลที่ครบถ้วน พร้อมทั้งเชื่อมโยงพันธมิตรทางธุรกิจกับผู้ใช้งานผ่านการรวบรวมเนื้อหาและทรัพยากรด้านการท่องเที่ยวบนแพลตฟอร์มการทำธุรกรรมที่ทันสมัย ทั้งแอปพลิเคชัน เว็บไซต์ และศูนย์บริการลูกค้าที่พร้อมให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง 7 วัน
Trip.com Group ก่อตั้งขึ้นในปี 2542 เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ NASDAQ ในปี 2546 และตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง (HKEX) ในปี 2564 ภายใต้พันธกิจ “มุ่งสู่การเดินทางที่สมบูรณ์แบบเพื่อโลกที่ดีกว่า” สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Trip.com Group ได้ที่นี่ และติดตามข่าวสารผ่าน X, Facebook, LinkedIn และ YouTube