“SINO” ตอกย้ำศักยภาพผู้นำโลจิสติกส์และซัพพลายเชน คว้า 2 รางวัลใหญ่ระดับภูมิภาคจากงาน Supply Chain Asia Awards 2026
ข่าวประชาสัมพันธ์

“SINO” ตอกย้ำศักยภาพผู้นำโลจิสติกส์และซัพพลายเชน คว้า 2 รางวัลใหญ่ระดับภูมิภาคจากงาน Supply Chain Asia Awards 2026

บมจ. ไซโน โลจิสติกส์ คอร์ปอเรชั่น หรือ SINO ผู้ให้บริการโลจิสติกส์และขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ คว้า 2 รางวัลใหญ่ระดับภูมิภาคจากเวที “Supply Chain Asia Awards 2026” จัดโดย Supply Chain Asia ตอกย้ำศักยภาพของผู้บริหารและบริษัทฯ ที่เติบโตแข็งแกร่ง จากการขยายเครือข่ายโลจิสติกส์และซัพพลายเชนในภูมิภาค การลงทุนด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม และความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม

นายนันท์มนัส วิทยศักดิ์พันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไซโน โลจิสติกส์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SINO เปิดเผยว่า บริษัทฯ ได้รับ 2 รางวัลในระดับบุคคลและระดับองค์กร จากงาน Supply Chain Asia Awards 2026 ซึ่งเป็นรางวัลใหญ่ระดับภูมิภาคเอเชียที่มอบให้กับผู้บริหารและองค์กรที่มีผลงานโดดเด่นในอุตสาหกรรมโลจิสติกส์และซัพพลายเชนระดับภูมิภาค ตอกย้ำถึงศักยภาพในการบริหารงานและการขยายธุรกิจโลจิสติกส์เพื่อการเติบโตที่ยั่งยืน

โดยรางวัลที่ได้รับครั้งนี้ ได้แก่ 1) รางวัล “Supply Chain CEO of the Year” ซึ่งมอบให้แก่ตนในฐานะผู้ร่วมก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัทฯ ซึ่งมาจากประสบการณ์ในอุตสาหกรรมโลจิสติกส์และซัพพลายเชนกว่า 25 ปี และวิสัยทัศน์ในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมโลจิสติกส์และซัพพลายเชน โดยได้เริ่มก่อตั้งบริษัทฯ เมื่อปี 2553 จากทีมงานเพียง 8 คน และได้นำบริษัทฯ ก้าวข้ามความท้าทายทางเศรษฐกิจและอุตสาหกรรม ตลอดจนขยายธุรกิจจนสามารถเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในเดือนกันยายน 2566 พร้อมทั้งยกระดับ SINO สู่การเป็น Integrated Logistics Provider โดยเชื่อมโยงบริการขนส่งทางทะเล ทางอากาศ ทางถนน คลังสินค้า และบริการสนับสนุนโลจิสติกส์ เพื่อเพิ่มศักยภาพการให้บริการลูกค้าอย่างครบวงจร

นางสาวอรชพร วิทยศักดิ์พันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท ไซโน โลจิสติกส์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SINO กล่าวว่า ขณะเดียวกัน บริษัทฯ ยังได้รับรางวัล “Supply Chain Innovator of the Year – CSR Partnership” จากการนำนวัตกรรมมาประยุกต์ใช้แก้ปัญหาในห่วงโซ่อุปทาน ควบคู่กับการสร้างความร่วมมือด้าน CSR เพื่อพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อม โดยการนำนวัตกรรมดิจิทัลและเทคโนโลยี AI มายกระดับบริการ เช่น ระบบ Freight Cloud System สำหรับประมวลผลข้อมูล Shipment ติดตามสถานะตู้คอนเทนเนอร์ และประสานงานกับเครือข่ายสายเรือ ขณะเดียวกันมีโครงการ CSR อย่างต่อเนื่อง ทั้งความร่วมมือกับชมรมอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมของสถาบันการศึกษาระดับมหาวิทยาลัย การมอบทุนการศึกษาและสนับสนุนแก่โรงเรียน โครงการปลูกต้นไม้เพื่อโลก และมอบทุนการศึกษาในโครงการต่างๆ

นายนันท์มนัส กล่าวด้วยว่า ปัจจุบันบริษัทฯ ให้บริการลูกค้าในกว่า 100 ประเทศ ผ่านเครือข่ายพันธมิตรครอบคลุม 179 ประเทศ ด้วยบริการขนส่งสินค้าทางทะเล (FCL/LCL) ทางอากาศ ขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบ ขนส่งทางถนน พิธีการศุลกากร และคลังสินค้า โดยเป็นผู้ให้บริการขนส่งสินค้าทางเรือสัญชาติไทยอันดับ 1 ในเส้นทางไทย–สหรัฐอเมริกา (อ้างอิงข้อมูล Datamyne) และมีการดำเนินธุรกิจในเวียดนาม มาเลเซีย และสหรัฐอเมริกา

“บริษัทฯ ยินดีและภาคภูมิใจที่ได้รับรางวัลทั้ง 2 รางวัล ซึ่งสะท้อนถึงความทุ่มเทของผู้บริหารและพนักงานทุกคน รวมถึงลูกค้าและพันธมิตรที่ไว้วางใจมาตลอด เราจะเดินหน้าพัฒนาบริการ เทคโนโลยี และเครือข่ายในภูมิภาค ควบคู่กับการดำเนินธุรกิจอย่างรับผิดชอบ เพื่อสร้างคุณค่าให้ผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วนและเติบโตอย่างยั่งยืน” นายนันท์มนัส กล่าวในที่สุด

จากห้องเรียนเล็กๆ เปิดประตูสู่โลกใบใหญ่... “ทรู” จุดประกายความฝันเด็กบ้านเขากลม กระบี่ สานต่อภารกิจคอนเน็กซ์อีดี ยกระดับการศึกษาด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล สร้างแรงบันดาลใจให้เด็กไทยค้นพบตัวเอง เสริมทักษะการเรียนรู้ตลอดชีวิต

จากห้องเรียนเล็กๆ เปิดประตูสู่โลกใบใหญ่... “ทรู” จุดประกายความฝันเด็กบ้านเขากลม กระบี่ สานต่อภารกิจคอนเน็กซ์อีดี ยกระดับการศึกษาด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล สร้างแรงบันดาลใจให้เด็กไทยค้นพบตัวเอง เสริมทักษะการเรียนรู้ตลอดชีวิต

You can share this post!