GPSC รายงานผลประกอบการ 9 เดือนแรกปี 2569 มีกำไรสุทธิ 5,130 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 5 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน รับดีมานด์อุตสาหกรรมขยายตัว กำไรจากพอร์ตลงทุนหนุนแกร่ง ต้นทุนทางการเงินที่ลดลง พร้อมเดินหน้าบริหารต้นทุนและพอร์ตสินทรัพย์ เพื่อเสริมความสามารถในการแข่งขันท่ามกลางความผันผวนของราคาพลังงาน และต่อยอดการลงทุนภายใต้ PDP ฉบับใหม่
นายเชิดชัย บุญชูช่วย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ GPSC แกนนำนวัตกรรมธุรกิจไฟฟ้ากลุ่ม ปตท. เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงาน 9 เดือนแรกปี 2569 บริษัทฯ มีกำไรสุทธิ 5,130 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 5 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยได้รับแรงหนุนจากโรงไฟฟ้าไซยะบุรี (XPCL) ที่มีปริมาณน้ำเพิ่มขึ้น และโครงการพลังงานลมนอกชายฝั่งในไต้หวัน (CFXD) ที่มีความพร้อมเดินเครื่องของกังหันลมสูงขึ้น ประกอบกับต้นทุนทางการเงินที่ลดลงและมีการกำไรจากการจำหน่ายเงินลงทุนในบริษัท Sheng Yang Energy Company Limited (SYE) ซึ่งดำเนินธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในไต้หวัน จำนวน 222 ล้านบาท ขณะที่ความต้องการของลูกค้าอุตสาหกรรมยังคงเติบโต ประกอบกับโรงไฟฟ้าพลังน้ำห้วยเฮาะ (HHPC) มีปริมาณจำหน่ายไฟฟ้าเพิ่มขึ้น และโรงไฟฟ้าเก็คโค่-วัน (Gheco-1) มีผลขาดทุนจากสต็อกถ่านหินลดลง ปัจจัยบวกดังกล่าว ช่วยสนับสนุนการเติบโตของกำไร แม้ธุรกิจโรงไฟฟ้าผู้ผลิตไฟฟ้ารายเล็ก (SPP) เผชิญแรงกดดันจากต้นทุนก๊าซธรรมชาติที่สูงขึ้นและค่าไฟฟ้าที่ลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
สำหรับไตรมาส 3 ปี 2569 บริษัทฯ มีกำไรสุทธิ 1,592 ล้านบาท โดยมีแรงสนับสนุนจากกำไรจากการจำหน่ายเงินลงทุนใน SYE รายได้จากการขายสิทธิการใช้สินทรัพย์สำรอง ค่าใช้จ่ายซ่อมบำรุงที่ลดลง และส่วนแบ่งกำไรจากโรงไฟฟ้าไซยะบุรี (XPCL) ที่เพิ่มขึ้นตามปริมาณน้ำ ปัจจัยเหล่านี้ช่วยชดเชยแรงกดดันจากต้นทุนก๊าซธรรมชาติที่เพิ่มขึ้นสูงกว่าการปรับขึ้นของค่า Ft รวมถึงปริมาณจ่ายไฟฟ้าที่ลดลงตามแผนการผลิตและผลกระทบตามฤดูกาลของธุรกิจพลังงานหมุนเวียน โดยกำไรสุทธิปรับลดลงร้อยละ 12 จากไตรมาสก่อน
“ผลประกอบการในช่วง 9 เดือนแรกสะท้อนถึงจุดแข็งของพอร์ตธุรกิจที่หลากหลาย ควบคู่กับการบริหารต้นทุนทางการเงินและการเพิ่มมูลค่าจากสินทรัพย์ แม้ต้นทุนก๊าซธรรมชาติที่สูงขึ้นจะกระทบอัตรากำไรในระยะสั้น แต่บริษัทฯ มั่นใจว่าจะรักษาระดับผลการดำเนินงานได้อย่างต่อเนื่อง โดยเน้นเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต บริหารต้นทุนเชื้อเพลิง และส่งมอบไฟฟ้าและไอน้ำให้ลูกค้าอย่างมั่นคงและมีเสถียรภาพ พร้อมเตรียมความพร้อมด้านโครงการลงทุนและพันธมิตรทางธุรกิจ เพื่อคว้าโอกาสจากแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ (PDP) ฉบับใหม่ ทั้งพลังงานหมุนเวียนและโรงไฟฟ้าที่เสริมความมั่นคงของระบบไฟฟ้า สู่การเติบโตอย่างยั่งยืน” นายเชิดชัยกล่าวในที่สุด