บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR กำลังเผชิญหน้ากับความท้าทายครั้งใหญ่ในปี 2567 เมื่อกำไรสุทธิของบริษัทในช่วง 9 เดือนแรกอยู่ที่ 4,651 ล้านบาท ลดลงกว่า 57.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้ว่ารายได้จากการขายและบริการยังคงสูงถึง 538,054 ล้านบาท แต่ก็ลดลงจากปีที่แล้ว 6.8% ปัจจัยหลักที่ทำให้รายได้ลดลงมาจากธุรกิจ Mobility ซึ่งได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับสภาพการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น
อย่างไรก็ตาม OR ได้มองเห็นโอกาสใหม่ในกลุ่มธุรกิจ Lifestyle โดยเฉพาะการขยายสาขาร้านค้าในเครือ เช่น Café Amazon, Pearly Tea และ Pacamara Coffee Roasters ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดีจากผู้บริโภค โดยเฉพาะ Café Amazon ที่มียอดจำหน่าย 299 ล้านแก้ว เพิ่มขึ้น 8.3% จากปีที่แล้ว ซึ่งช่วยกระตุ้นรายได้ของบริษัทและสร้างความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจในระยะยาว
นายดิษทัต ปันยารชุน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร OR เปิดเผยถึงการปรับกลยุทธ์ในปีนี้ โดยการมุ่งเน้นการใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยปรับปรุงการทำงาน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัล (Digital Transformation) ของบริษัท การนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยให้ OR สามารถลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพ และตอบสนองต่อความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วได้ดียิ่งขึ้น
นอกจากการปรับกลยุทธ์ทางธุรกิจ OR ยังได้ปรับโครงสร้างพอร์ตการลงทุนเพื่อให้สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลง โดยมีการยุติการดำเนินธุรกิจเท็กซัส ชิคเก้น และขายหุ้นทั้งหมดในบริษัท อิ่มทรัพย์ โกลบอล คูซีน จำกัด ซึ่งมีผลขาดทุนและค่าใช้จ่ายพิเศษที่เกี่ยวข้องกว่า 552 ล้านบาท การตัดสินใจนี้สะท้อนถึงการพิจารณาที่รอบคอบของ OR ในการสร้างความยั่งยืนทางธุรกิจ โดยมุ่งเน้นการลงทุนที่สามารถสร้างผลตอบแทนระยะยาว