บางจากฯ ลงนามข้อตกลงจัดหา SAF ร่วมกับเชลล์
พลังงาน-อุตสาหกรรม

บางจากฯ ลงนามข้อตกลงจัดหา SAF ร่วมกับเชลล์

บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (บางจากฯ) เปิดเผยว่า ได้มีการลงนามในข้อตกลงจัดหาน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน (Sustainable Aviation Fuel - SAF) กับบริษัท เชลล์ อินเตอร์เนชั่นแนล อีสเทิร์น เทรดดิ้ง (เชลล์) ซึ่งตั้งอยู่ในสิงคโปร์ โดยบางจากฯ จะจัดส่ง SAF ที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน ISCC EU/CORSIA ให้กับเชลล์

SAF เป็นเชื้อเพลิงทางเลือกสำหรับการบินที่ใช้พลังงานจากฟอสซิล ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการบินได้อย่างมีนัยสำคัญ เป็นปัจจัยสำคัญในการบรรลุเป้าหมายปล่อยคาร์บอนเป็นศูนย์ภายในปี ค.ศ. 2050 ขององค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) ข้อตกลงความร่วมมือในครั้งนี้ระหว่างบางจากฯ และเชลล์ถือเป็นก้าวสำคัญในการส่งเสริมการใช้ SAF

บางจากฯ ผู้นำในอุตสาหกรรม SAF ของประเทศไทย ได้ประกาศแผนธุรกิจการผลิต SAF ตั้งแต่เดือนกันยายน 2565 และกำลังก่อสร้างหน่วยผลิต SAF ในโรงกลั่นน้ำมันบางจาก พระโขนง กรุงเทพมหานครฯ ด้วยกำลังการผลิต 1,000,000 ลิตรต่อวัน โดยมีน้ำมันปรุงอาหารใช้แล้วเป็นวัตถุดิบหลัก คาดว่าจะเริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ได้ในไตรมาสที่ 2 ของปี 2568

นายชัยวัฒน์ โควาวิสารัช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัทบางจาก และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า "ข้อตกลงนี้เป็นเครื่องตอกย้ำวิสัยทัศน์ของบางจากฯ ในการรังสรรค์โลกยั่งยืนด้วยนวัตกรรมสีเขียว การร่วมงานกับพันธมิตรที่มีความน่าเชื่อถืออย่างเชลล์ทำให้เราสามารถขยายขอบข่ายการดำเนินงานในการผลิตเชื้อเพลิงการบินที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ความร่วมมือนี้เป็นก้าวสำคัญในการบรรลุเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้เป็นศูนย์ภายในปีค.ศ. 2050 ในขณะที่เรายังคงมุ่งมั่นบุกเบิกนวัตกรรมพลังงานที่ยั่งยืนเพื่อขับเคลื่อนสังคมคาร์บอนต่ำ"

Mr. Tan Chee Chung ประธานบริษัท เชลล์ อินเตอร์เนชั่นแนล อีสเทิร์น เทรดดิ้ง (เชลล์) กล่าวเสริมว่า “เชลล์และบางจากฯ มีความร่วมมืออันยาวนานและใกล้ชิดในประเทศไทย ผมรู้สึกยินดีที่ได้เห็นความสัมพันธ์นี้พัฒนาไปอีกขั้นหนึ่ง”

 

ข้อตกลงนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นร่วมกันของบางจากฯ และเชลล์ในการส่งเสริมความยั่งยืนของอุตสาหกรรมการบิน โดยการผสานความเชี่ยวชาญและทรัพยากรของทั้งสององค์กร ซึ่งจะช่วยตอบสนองความต้องการที่เพิ่มขึ้นของน้ำมันอากาศยานที่ยั่งยืนและร่วมสนับสนุนอนาคตคาร์บอนต่ำ

------------------------------------------------------------------------------------------------

เกี่ยวกับบางจากฯ

บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ดำเนินงานใน 5 ธุรกิจหลัก คือ 1) กลุ่มธุรกิจโรงกลั่นและการค้าน้ำมัน ผู้นำด้านการกลั่นน้ำมันของประเทศ ด้วยกำลังการผลิตรวมเกือบ 300,000 บาร์เรลต่อวัน จากโรงกลั่นน้ำมันแบบ Complex Refinery มาตรฐานระดับโลก 2 แห่ง คือโรงกลั่นน้ำมันบางจาก พระโขนงและโรงกลั่นน้ำมันบางจาก ศรีราชา จังหวัดชลบุรี ขยายสู่ธุรกิจการค้าน้ำมันผ่านบริษัทบีซีพี เทรดดิ้ง (BCPT) และต่อยอดเครือข่ายธุรกิจขนส่งเชื้อเพลิง ผ่านบริษัทกรุงเทพขนส่งเชื้อเพลิงทางท่อและโลจิสติกส์ (BFPL) รวมถึงลงทุนในธุรกิจเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน หรือ SAF ผ่านบริษัทบีเอสจีเอฟ (BSGF) 2) กลุ่มธุรกิจการตลาด ส่งมอบ Greenovative Experience ผ่านเครือข่ายสถานีบริการกว่า 2,200 แห่ง เสริมด้วยธุรกิจ non-oil เช่น กาแฟอินทนิล น้ำมันหล่อลื่น Furio EV Charger รวมทั้งความร่วมมือกับพันธมิตรด้านอาหารหลากหลายและนำระบบดิจิทัลมาส่งมอบประสบการณ์ทันสมัย สะดวก ปลอดภัย ให้กับผู้ใช้บริการ 3) กลุ่มธุรกิจไฟฟ้าพลังงานสะอาด ดำเนินธุรกิจผลิตไฟฟ้าจากพลังงานสะอาด และการนำนวัตกรรมมาพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการเพื่อตอบสนองต่อความต้องการการใช้พลังงานของผู้บริโภคและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดย บมจ. บีซีพีจี ผู้นำธุรกิจพลังงานสะอาดในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิค 4) กลุ่มธุรกิจผลิตภัณฑ์ชีวภาพ ดำเนินการภายใต้ บมจ. บีบีจีไอ ผู้ประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายเชื้อเพลิงชีวภาพรายใหญ่ของประเทศและขยายสู่ธุรกิจผลิตภัณฑ์ชีวภาพมูลค่าสูง 5) กลุ่มธุรกิจทรัพยากรธรรมชาติ ลงทุนในธุรกิจสำรวจและผลิตปิโตรเลียมผ่านการถือหุ้นใน OKEA ASA ประเทศนอร์เวย์ ที่เป็นที่ยอมรับว่ามีมาตรฐานด้านการดูแลสิ่งแวดล้อมดีที่สุดในโลกประเทศหนึ่ง

นอกจากนี้ ยังให้ความสำคัยกับธุรกิจแนวใหม่ เช่น ธุรกิจ Battery as a Service สำหรับรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า Winnonie และได้จัดตั้งสถาบันนวัตกรรมและบ่มเพาะธุรกิจ (BiiC) เพื่อส่งเสริมการพัฒนาธุรกิจใหม่ทั้งในและต่างประเทศ อีกทั้งยังมีบทบาทสำคัญในการก่อตั้ง Carbon Markets Club เพื่อส่งเสริมการสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับวิกฤตสภาวะภูมิอากาศและการซื้อขายคาร์บอนเครดิต และร่วมก่อตั้งภาคีเครือข่ายเทคโนโลยีชีวภาพแห่งอนาคต SynBio Consortium

บางจากฯ ได้รับจัดอันดับที่ 24 ใน Fortune Southeast Asia 500 และเป็นบริษัทไทยรายเดียวที่ได้รับการประเมินความยั่งยืน MSCI ESG Ratings ระดับ AA สูงสุดในกลุ่ม Oil & Gas Refining, Marketing, Transportation & Storage ต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2562 รวมถึงได้รับการประเมินเป็นอันดับ Top 2 ในกลุ่มอุตสาหกรรม Oil & Gas Refining and Marketing จาก S&P Global CSA ผู้จัดทำการประเมินความยั่งยืนดัชนี DJSI  และได้รับการยกย่องจาก Financial Times ให้เป็น Asia Pacific Climate Leader ในปี 2024 นอกจากนี้ ยังได้รับรางวัล "สุดยอดนายจ้างดีเด่นแห่งประเทศไทย ประจำปี 2567" (Kincentric Best Employer Thailand 2024) เป็นบริษัทแรกและบริษัทเดียวในกลุ่มธุรกิจน้ำมันของไ ทยที่ได้รับการยกย่องจากองค์กรชั้นนำระดับโลก

บางจากฯ ตั้งเป้าหมายเป็นกลางทางคาร์บอนในปี ค.ศ. 2030 และปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ในปี ค.ศ. 2050

ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://www.bangchak.co.th/th/home

เกี่ยวกับเชลล์

เชลล์เป็นกลุ่มบริษัทพลังงานและปิโตรเคมีระดับโลกที่มีพนักงานกว่า 103,000 คน และดำเนินงานในกว่า 70 ประเทศ เชลล์ใช้เทคโนโลยีที่ล้ำสมัยและมุ่งสู่ความคิดสร้างสรรค์ เพื่อสนับสนุนการสร้างอนาคตด้านพลังงานที่ยั่งยืน เชลล์เป็นองค์กรที่มุ่งเน้นลูกค้า ให้บริการแก่ลูกค้าทางธุรกิจและอุตสาหกรรมมากกว่า 1 ล้านราย และลูกค้าทั่วไปประมาณ 33 ล้านคนต่อวัน ผ่านสถานีบริการน้ำมันที่มีตราสัญลักษณ์เชลล์กว่า 47,000 แห่งทั่วโลก มีเครือข่ายด้านธุรกิจทั่วโลก โดยมีศูนย์กลางการค้าและการตลาดที่สำคัญ ได้แก่ ฮิวสตัน ลอนดอน ดูไบ รอตเทอร์ดาม และสิงคโปร์ ซึ่งจัดหาสินค้าจากซัพพลายเออร์หลากหลายและจำหน่ายให้ลูกค้าหลายกลุ่ม ทั้งภายในและภายนอกองค์กรเชลล์

ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://www.shell.com/

You can share this post!