InnovestX คาดหุ้นไทย มีโอกาสเด้งกลับ หลังไม่หลุดแนวรับที่ 1,127 รอลุ้นผลเจรจาการค้ากับสหรัฐ มองแนวต้านที่ 1,145-1,150
บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ ประเมินแนวโน้มตลาดหุ้นไทยวันนี้ (9พ.ค.) คาดตลาดกลับมาแกว่งตัวขึ้น หลังไม่หลุดแนวรับ 1,127 ทำจุดต่ำสุดที่ 1,129 ระยะสั้นแนวรับหลักยังอยู่ที่ 1,127/1,120 ไม่หลุดต่ำกว่ามีโอกาสรีบาวด์ โดยการปรับตัวขึ้นมีแนวต้านที่ 1,145/1,150 ไทยได้รับการตอบรับเจรจาภาษีกับสหรัฐเป็นความหวังรอกำหนดการวันเจรจา
ประเด็นสำคัญ
• รมว. ต่างประเทศเผยฝั่งสหรัฐฯ ได้ตอบรับความพร้อมการเจรจาการค้าไทย-สหรัฐฯ เร่งจัดคิว รมว. คลัง แยกพบกับ 3 หน่วยงานจากสหรัฐฯ USTR, รมว. คลัง และรมว. พาณิชย์สหรัฐฯ คาดจะได้กำหนดการในเร็วๆ นี้
• รมว. คลังกล่าวปาฐกภาถึงแนวทางขับเคลื่อนการลงทุนผ่านหลายนโยบาย เช่น การสร้างการลงทุนในอุตฯ ใหม่ เช่น Data Center, AI, EV, Biotech, การสร้างความโปร่งใสและความมั่นใจในตลาดหุ้น, การปรับปรุงกฎหมายให้เอื้อต่อการลงทุน และการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน เช่น ไฟฟ้าสีเขียวและค่าไฟฟ้าที่ไม่เกิน 3.50 บาท/หน่วย
• กระทรวงแรงงานสหรัฐฯ เผยการจ้างงานนอกภาคเกษตรใน พ.ค. เพิ่มขึ้น 1.39 แสนตำแหน่ง สูงกว่าที่ตลาดคาดไว้ คลายความกังวลต่อตลาดแรงงาน ปธน. ทรัมป์ออกมาเรียกร้องต่อประธานเฟดเป็นครั้งที่สองในสัปดาห์นี้ให้ลดดอกเบี้ยนโยบายลงมากถึง 1%
• กระทรวงพาณิชย์รายงานภาวะเงินเฟ้อใน พ.ค. หดตัว 0.57%YoY ลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่สองจากราคาผัก, ผลไม้ และพลังงานที่ปรับลง ทำให้เงินเฟ้อเฉลี่ย 5M68 ขยายตัว 0.48%YoY และประเมินเงินเฟ้อใน มิ.ย. จะลดลงต่อจากราคาน้ำมันโลกที่ลดลงต่ำกว่าปีก่อนและค่าไฟฟ้างวด พ.ค. - ส.ค. 2568 ที่ลดลงสู่ 3.98 บาท/หน่วย
• กระทรวงพาณิชย์ประเมินการปิดด่านชายแดนไทย-กัมพูชาจะกระทบต่อโครงสร้างสินค้าส่งออก เช่น เครื่องดื่ม, ส่วนประกอบยานยนต์, เครื่องจักรกล เป็นต้น ขณะที่ไทยนำเข้า มันสำปะหลัง, เศษโลหะ, ลวดสายไฟ, อาหารสัตว์ เป็นต้น คาดมูลค่าการค้าชายแดนจะได้รับผลกระบทบราว 90% จากทั้งหมด 1.75 แสนลบ. ติดตามการเจรจาแบบทวิภาคีในวันที่ 14 มิ.ย. นี้
กลยุทธ์การลงทุน
ช่วงสั้นมอง SET แกว่งตัว Sideways เนื่องจากยังมีปัจจัยที่ต้องติดตามจากข้อตกลงการค้าระหว่างสหรัฐฯ และประเทศคู่ค้า โดยเฉพาะจีน อินเดีย และญี่ปุ่น ความไม่แน่นอนการเมืองไทย (การปรับ ครม.) และผลกระทบของ DELTA จากเกณฑ์คำนวณใหม่ของ ตลท. ที่จำกัดน้ำหนักหุ้นรายตัวใน SET50/SET100 ซึ่งจะเริ่มวันที่ 1 ก.ค. นี้ อย่างไรก็ดี วันที่ 10 มิ.ย. อาจมีความคืบหน้าพิจารณาโครงการ “เที่ยวไทยคนละครึ่ง 2568” ซึ่งแม้มองส่งผลบวกต่อ SET ไม่มากนัก แต่เชื่อว่าช่วงต้น เม.ย. SET ได้ปรับลงใกล้ระดับวิกฤติ (Downside ที่ 1,032 จุด) สะท้อนผลกระทบจากนโยบายภาษีสหรัฐฯ ซึ่งผ่านจุดแย่ที่สุดไปแล้ว เรายังคงมุมมองหากดัชนีปรับตัวลงมาบริเวณ 1120-1100 จุด ยังเป็นโอกาสทยอยซื้อสะสมสำหรับนักลงทุนระยะกลาง-ยาว กลยุทธ์ลงทุนคงแนะนำให้ “Selective Buy”
Daily top picks
BBL: มองราคาหุ้นมีปัจจัยกระตุ้นจาก Fund Flow และเป็นหุ้นที่ Valuation ถูกสุดในกลุ่ม ซื้อขายที่เพียง PBV 0.5 เท่า ความเสี่ยงด้านคุณภาพสินทรัพย์จากสงครามการค้าคาดสามารถบริหารจัดการได้จากฐานลูกค้าเป็นธุรกิจขนาดใหญ่ ฐานะการเงินแข็งแกร่ง LLR Coverage สูงสุด และเป็นธนาคารแห่งเดียวที่มีการเติบโตของสินเชื่อและสามารถจ่ายปันผลสูง โดยคาดให้ Div. Yield ที่ระดับ 6.2% ต่อปี
MINT: มองราคาหุ้นมีปัจจัยกระตุ้นจากสัญญาณการท่องเที่ยวฟื้นตัว กำไรปกติ 2Q68 คาดจะปรับตัวดีขึ้น YoY จากธุรกิจโรงแรมที่แข็งแกร่งและดอกเบี้ยจ่ายที่ลดลง และ QoQ ที่เป็นช่วงไฮซีซันของการท่องเที่ยวในยุโรป เรามองว่าโมเมนตัมผลประกอบการใน 2Q68 ของ MINT จะดีกว่าบริษัทอื่นๆ ในกลุ่มท่องเที่ยว MINT เป็นหุ้นเด่นของเรา