อว.-สกสว. ชวนเอกชนและทุกภาคส่วน จัดงาน “TSRI Policy Advocacy Series” #4 ร่วมพลิกโฉมระบบวิจัยเชิงยุทธศาสตร์ หนุนลงทุนเพื่ออนาคต
เศรษฐกิจ

อว.-สกสว. ชวนเอกชนและทุกภาคส่วน จัดงาน “TSRI Policy Advocacy Series” #4 ร่วมพลิกโฉมระบบวิจัยเชิงยุทธศาสตร์ หนุนลงทุนเพื่ออนาคต

กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม  ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม จัดงาน TSRI Policy Advocacy Series #4 ภายใต้หัวข้อ “สานพลังการลงทุนเชิงกลยุทธ์ ด้วยกองทุน ววน.” เพื่อระดมความคิดเห็น ออกแบบกลไกการลงทุนด้านวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม ที่เป็นรูปธรรม ตอบโจทย์การพัฒนาประเทศในยุคเศรษฐกิจฐานความรู้ โดยกองทุน ววน. อัดงบวิจัย 1.9 หมื่นล้านบาท ตอบโจทย์การพัฒนาประเทศในทุกด้าน พร้อมพลิกโฉมการลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนาของประเทศ ดึงภาคเอกชน ภาคการศึกษา และทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันกำหนดทิศทางการลงทุนของประเทศ เพื่อแก้ทุกปัญหาของชาติได้อย่างตรงจุด และเป็นไปในทิศทางเดียวกัน หวังยกระดับประเทศไทยไปสู่ประเทศรายได้สูงภายในปี 2580

 

นางสาวสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เปิดเผยว่า ประเทศไทยกำลังเผชิญช่วงเวลาสำคัญในการก้าวข้ามกับดักรายได้ปานกลาง เพื่อเป็นประเทศรายได้สูงภายในปี 2580 ปัจจุบันการลงทุนวิจัยและพัฒนาของไทยยังอยู่ที่ 0.94% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ซึ่งต่ำกว่าปีก่อน หากเราต้องการแข่งขันได้ในเวทีโลก จำเป็นต้องเร่งยกระดับการลงทุนด้านวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (ววน.)อย่างเป็นระบบ

ทั้งนี้กระทรวง อว. มีภารกิจหลักในการส่งเสริมและสนับสนุนการดำเนินงานด้าน ววน. ให้เกิดผลเป็นรูปธรรม และหนึ่งในเครื่องมือสำคัญที่เรามี คือ "กองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม" หรือ "กองทุน ววน." ที่ไม่ใช่เพียงแค่แหล่งเงินทุน แต่คือหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติและนโยบายหลักของรัฐบาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ยกระดับคุณภาพชีวิต สังคมและสิ่งแวดล้อม

โดยทางอว.ต้องการเห็นบทบาทของกองทุน ววน. และการทำงานร่วมกันของทุกภาคส่วนในนโยบาย 2 เสาหลักสำคัญ ดังนี้

เสาหลักที่ 1 การพัฒนากำลังคนคุณภาพสูง เราจะลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงการอุดมศึกษา และพัฒนาบุคลากรให้มีทักษะตรงตามความต้องการของประเทศ โดยเฉพาะในสาขาอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ ปัญญาประดิษฐ์ ยานยนต์ไฟฟ้า และ Soft Power ซึ่งถือเป็นการลงทุนเชิงกลยุทธ์ในทุนมนุษย์

เสาหลักที่ 2 ปัจจุบันกองทุนววน. มีงบประมาณกว่า 19,828 ล้านบาท ที่สนับสนุนการวิจัยของภาครัฐยังคิดเป็นเพียง 20-30% ขณะที่ภาคเอกชนมีสัดส่วนการลงทุนด้านวิจัยและพัฒนา 70-80% ของการลงทุน ด้าน R&D ทั้งหมดของประเทศ  ที่ผ่านมาการบูรณาการด้าน R&D หรือการลงทุนด้านนี้ระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนยังดำเนินการได้น้อยอยู่ซึ่งการที่ต่างคนต่างลงทุนแยกกันแบบนี้ทำให้การพัฒนางานวิจัยและนวัตกรรมของประเทศเราไม่สามารถส่งผลกระทบ หรือ Impact ใหญ่ให้กับเศรษฐกิจของประเทศได้

ดังนั้นวันนี้ นโยบายด้านที่ 2 นี้ พวกเราในฐานะหน่วยงานภาครัฐ เราต้องร่วมกันขับเคลื่อนระบบการส่งเสริมการทำงานด้านวิจัยและนวัตกรรม ให้บูรณาการร่วมกันกับภาคเอกชนให้มากขึ้น มีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งเชื่อมั่นว่า ด้วยการสร้างความเข้าใจในบทบาทและศักยภาพของกองทุน ววน. การผนึกกำลังอย่างจริงจังผ่านการลงทุนเชิงกลยุทธ์ และการสร้างเครือข่ายความร่วมมือที่เข้มแข็ง จะเป็นพลังขับเคลื่อนหลักที่นำพาประเทศไทยไปสู่อนาคตที่มั่นคงและยั่งยืน

“งาน TSRI Policy Advocacy Series ครั้งที่ 4 ในวันนี้ จึงมีความสำคัญยิ่ง ที่จะทำให้เราได้มา "สานพลัง" ร่วมกัน ทั้งจากภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคการศึกษา และทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมอง ประสบการณ์ และร่วมกันกำหนดทิศทางการลงทุนในงาน ววน. ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศชาติ เพราะประเทศไทยจำเป็นต้องเร่งยกระดับการลงทุนด้าน ววน. หากต้องการหลุดพ้นจากกับดักรายได้ปานกลาง และก้าวสู่ประเทศรายได้สูงภายในปี 2580” นางสาวสุดาวรรณ กล่าว

 

ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร.นพ.สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ประธานกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (กสว.) กล่าวว่า เวที Policy Advocacy Series ครั้งนี้ เป็นการรวมพลังระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม เพื่อร่วมออกแบบการลงทุนวิจัยแบบใหม่  “การลงทุนผ่านกองทุน ววน. จะไม่ใช่แค่การจัดสรรงบประมาณทั่วไปอีกต่อไป แต่คือการ ลงทุนเชิงกลยุทธ์ ที่มุ่งตอบสนองเป้าหมายสำคัญของประเทศ โดยเฉพาะ 9 เป้าหมายสำคัญในแผนด้าน ววน. 66–70 เช่น ด้านสุขภาพ เศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม” ท่ามกลางสถานการณ์ที่การลงทุนวิจัยของประเทศลดลงอย่างต่อเนื่อง กสว. จึงผลักดันแนวทางการดำเนินงานของกองทุน ววน. ใหม่ที่เน้นการสานพลังจากภาคเอกชนผ่าน Co-Funding, Co-Investment และ Incentive Tools เพื่อกระตุ้นการร่วมลงทุนที่ยั่งยืน

 

ศาสตราจารย์ ดร.สมปอง คล้ายหนองสรวง ผู้อำนวยการ สกสว. กล่าวว่า การจัดงานวันนี้ไม่ใช่แค่เวทีเสวนา แต่คือการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญสร้างการเปลี่ยนผ่านจาก “การให้ทุน” ไปสู่ “การร่วมลงทุน” เพื่อให้เปลี่ยนระบบ ววน. เป็นพลังสำคัญในขับเคลื่อนประเทศ” สกสว. มุ่งหวังให้ข้อเสนอแนะจากเวทีนี้ นำไปสู่ความร่วมมือที่เป็นรูปธรรม โดยเฉพาะการสร้างระบบนิเวศการลงทุนผ่านกองทุน ววน. ที่ภาครัฐและเอกชนสามารถร่วมออกแบบและร่วมใช้ประโยชน์จากผลงานววน.ได้อย่างแท้จริง สกสว. มุ่งมั่นที่จะเป็นสะพานเชื่อมองค์ความรู้จากงานวิจัยและนวัตกรรม ไปสู่การนำไปใช้ประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรมของทุกภาคส่วน

นอกจากนี้ ในงานยังมีการเสวนา 2 ช่วงพิเศษ มุมมองจากภาคอุตสาหกรรมและยูนิคอร์น ได้แก่

“ความท้าทายในการลงทุนด้านวิจัยและนวัตกรรม” โดย นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) และ ศ.ดร.บัณฑิต เอื้ออาภรณ์ กรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และ กรรมการธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ในช่วงแรกและ ช่วงที่สอง“สู่เส้นทางแห่งความสำเร็จขององค์กรที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม” โดย 2   ยูนิคอร์น: โดย นายจิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา CEO BitKub Group และ  คุณคมสันต์ แซ่ลี  CEO Flash Group

เวทีนี้เปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานรัฐ เอกชน นักลงทุน นักวิจัย หรือผู้ใช้ประโยชน์งานวิจัย ได้ร่วม “สานพลัง” เพื่อเปลี่ยนองค์ความรู้ให้เป็นพลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคม โดยมีเป้าหมายในการร่วมกันกำหนดทิศทางและแนวทางการลงทุนเชิงกลยุทธ์ เพื่อใช้ประโยชน์จากกองทุน ววน. และนำพาประเทศไทยสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน โดยสกสว. มุ่งมั่นที่จะเป็นสะพานเชื่อมงานวิจัยและนวัตกรรมไปสู่การใช้ประโยชน์จริง เพื่อสร้างผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมและเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ

นอกจากนี้ รองศาสตราจารย์ ดร.นพพร ลีปรีชานนท์ รองผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) และกำกับดูแลส่วนงานสำนักกลยุทธ์พัฒนากองทุนและระบบนิเวศ ววน. กล่าวว่า แม้กองทุน ววน. จะได้รับงบประมาณเฉลี่ยปีละ 20,000 ล้านบาท แต่การพึ่งพางบรัฐเพียงช่องทางเดียวไม่เพียงพอต่อการขับเคลื่อนประเทศด้วยวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรมอย่างเต็มศักยภาพ จึงเสนอแนวทางพัฒนากลไกร่วมทุนผ่าน 4C ได้แก่ Co-Funding, Co-Investment, Co-Operation และ Crowdfunding เพื่อเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ เอกชน และภาคประชาสังคม เข้ามามีส่วนร่วมในการออกแบบ ร่วมคิด ร่วมทำ และร่วมใช้ประโยชน์จากงานวิจัยและนวัตกรรมอย่างเป็นรูปธรรม

“สกสว. มุ่งมั่นให้กองทุน ววน. เป็นมากกว่าแค่การ ‘ให้ทุน’ เราต้องการสร้างระบบที่ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการลงทุนเพื่ออนาคตของประเทศ ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม โดยได้ร่วมมือกับพันธมิตรทั้งในและต่างประเทศ” นอกจากนี้ สกสว. ยังได้ร่วมมือกับพันธมิตรทั้งในและต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็น  กลุ่มกองทุน เช่น กองทุนอินโนเวชั่นวัน ภายใต้สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กองทุนสิ่งแวดล้อม กองทุนพัฒนาไฟฟ้า และกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา กองทุนตลาดทุน มูลนิธิกสิกร  รวมทั้งภาคเอกชนและกองทุนจากต่างประเทศ อาทิ Infineon, องค์กรระหว่างประเทศ เช่น GIZ (เยอรมนี) และ UNDP  เป็นต้น ซึงความร่วมมือนี้มีเป้าหมายเพื่อขับเคลื่อนการลงทุนอย่างเป็นระบบและสร้างผลกระทบที่ยั่งยืนให้แก่ประเทศไทย”รองศาสตราจารย์ ดร.นพพร กล่าวในที่สุด

 

You can share this post!