InnovestX คาดหุ้นไทยพักฐาน ลดความร้อนแรง จับตาการประชุมกนง. มองต้าน 1,270/1,282 ส่วนแนวรับ 1,255/1,250 จุด
บล.อินโนเวทส์เอกซ์ ประเมินแนวโน้มตลาดหุ้นไทยวันนี้(13ส.ค.) คาดตลาดจะเแกว่งตัวไซด์เวย์/ปรับตัวขึ้น หลังพักฐานลดความร้อนแรงไปในระดับหนึ่งในปลายสัปดาห์ก่อน ติดตามการประชุม กนง. ในวันนี้ ซึ่งเบื้องต้นตลาดคาดว่าจะมีการลดดอกเบี้ยลง 25bps ทั้งนี้ด้านเทคนิค ยังคงมีแนวต้านเช่นเดิมที่ 1,270/1,282 จุดหากผ่านได้จะกลับมาขึ้นรอบใหม่ และแนวรับที่ 1,255/1,250 จุด การพักฐานสั้นไม่ควรหลุดต่ำกว่า
ประเด็นสำคัญ
• ปธน. ทรัมป์ลงนามขยายเวลาชะลอเก็บภาษีศุลกากรสินค้าจีนอีก 90 วัน จากข้อตกลงเดิมที่จะหมดอายุในสัปดาห์นี้ (สหรัฐฯ เก็บภาษีจีน 30% และจีนเก็บภาษีสหรัฐฯ 10% และกลับมาส่งออก Rare Earth)
• จีนกำชับให้บริษัทในประเทศหลีกเลี่ยงใช้ชิปรุ่น H20 ของ Nvidia โดยเฉพาะงานที่เกี่ยงข้องกับรัฐหรือความมั่นคง เนื่องจากมีความกังวลต่อประเด็นช่องโหว่จากช่วงก่อนที่ Nvidia และ AMD ได้ตกลงยอมแบ่ง 15% ของยอดขายชิปให้จีนแก่รัฐบาลสหรัฐ เพื่อแลกกับอนุญาตส่งออก
• OPEC มองตลาดน้ำมันจะตึงตัวขึ้น และเพิ่มคาดการณ์การขยายตัวอุปสงค์โลกปี 69 เป็น +1.38MBD และปรับลดคาดการณ์ขยายตัวอุปทานของ Non-OPEC เหลือ +630kBD ทำให้ OPEC+ เดินหน้าเพิ่มการผลิตเพื่อชิงส่วนแบ่งตลาดคืนจากก่อนหน้านี้ที่ได้ลดการผลิตเพื่อพยุงราคา
• จำนวน นทท. ต่างชาติมาไทยในสัปดาห์ก่อน +7.1%WoW ที่ 627,339 คน หนุนจากญี่ปุ่นที่เข้าสู่ช่วงวันหยุดยาว และ Summer Holiday ในหลายภูมิภาค เช่น มาเลเซีย จีน ส่วนจำนวน นทท. ต่างชาติสะสมทั้งปีนี้ที่ 20,197,119 คน ต่ำกว่าจากปีก่อน 6.9%YoY
• ภาวะเงินเฟ้อสหรัฐฯ ก.ค. 68 ขยายตัว 2.7%YoY ต่ำกว่าที่ตลาดคาดไว้ ส่วนเงินเฟ้อพื้นฐานขยายตัว 3.1%YoY สูงกว่าที่ตลาดคาดไว้ การขยายตัวหนุนจากค่าที่พัก, ค่าบริการทางการแพทย์ และค่าเดินทาง
• ประธานสภาผู้แทนฯ นัดประชุมสภาฯ วาระพิเศษเพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ. งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบฯ 2569 ในวาระสองและสาม วงเงิน 3.78 ล้านลบ. ระหว่างวันที่ 13-15 ส.ค. 68
• สต็อกน้ำมันปาล์มมาเลเซีย ก.ค. 68 สูงสุดรอบ 19 เดือน อาจกดดันราคา ราคาน้ำมันปาล์มช่วงถัดไปเป็นลบต่อผู้ผลิต–ส่งออก UVAN UPOIC VPO CPI LST APO PCE และผู้ได้รับผลลบทางอ้อม TVO แต่เป็นบวกต่อผู้ผลิตอาหาร–ขนม TKN SNNP TFMAMA จากต้นทุนปาล์มลดลง
กลยุทธ์การลงทุน
ช่วงสั้นมอง SET มีโอกาสชะลอตัว โดยประเมินแนวต้านที่ 1280/1300 หลังดัชนีปรับขึ้นมายืนเหนือ 1250 จุด (PER 14 เท่า) ซึ่งสะท้อนการปลดล็อก Overhang จากปัญหาภาษีศุลกากรของสหรัฐฯ แล้ว อย่างไรก็ดี ด้วยอัตราภาษีที่ไทยได้รับที่ระดับ 19% ใกล้เคียงคู่แข่งในอาเซียน ทำให้มองว่าไทยยังคงมีศักยภาพแข่งขันที่ดีในตลาดสหรัฐฯ ส่งผลให้ความเสี่ยงที่กดดันตลาดก่อนหน้านี้คลี่คลายลง ประกอบกับ ปีนี้ SET ปรับลง 10%YTD แย่สุดเมื่อเทียบกับตลาดหุ้นโลก จนทำให้ปัจจุบัน Valuation ของ SET < -1SD ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยระยะยาว จึงมอง Fund Flow ยังมีโอกาสไหลเข้าได้ต่อเนื่อง ส่งผลให้ระยะกลาง SET มีโอกาสกลับขึ้นไปซื้อขายกรอบบน PER ที่ระดับ 14-16 เท่า หรือ 1242-1419 จุด ดังนั้นมองการปรับหรือพักฐานระยะสั้นของ SET เป็นจังหวะซื้อ กลยุทธ์ลงทุนแนะนำให้ “Selective Buy”
Daily Top Picks
IVL: มองเป็นหุ้นธีม China Play ที่มีแรงหนุนระยะสั้นจากโอกาสได้รับประโยชน์กรณีสหรัฐฯ ชะลอการเก็บภาษีศุลกากรกับสินค้าจีนออกไปอีก 90 วัน ขณะที่กำไร 2Q68 คาดเป็นระดับต่ำก่อนทยอยฟื้นในครึ่งหลังปี โดยกำไรไตรมาสนี้น่าจะได้แรงหนุนจากธุรกิจ C-PET และส่วนต่างราคาขาย Integrated PET ที่ปรับตัวสูงขึ้น
BDMS: มองเป็นหุ้น Defensive และยัง Laggard ซึ่งมีโอกาสได้อานิสงส์จาก Fund Flow ไหลเข้า ราคาหุ้นยังถูกเมื่อเทียบกับคู่แข่งอย่าง BH ขณะที่คาดกำไร 2Q68 จะเพิ่มขึ้น YoY จากรายได้ที่เพิ่ม แต่ลดลงQoQ ตามฤดูกาล ส่วน Valuation อยู่ใน ระดับต่ำที่ PE ปี 2568 ที่ 19 เท่า (ต่ำกว่า -2SD ของค่าเฉลี่ยในอดีต) ช่วยจำกัด Downside