ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ขอให้ บริษัทหลักทรัพย์ บียอนด์ จำกัด (มหาชน) หรือ BYD ชี้แจงรายละเอียดงบการเงินไตรมาส 2 ปี 2568 หลังพบว่าบริษัทมีผลขาดทุนสุทธิ 2,668 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากงวดเดียวกันปีก่อนที่ขาดทุนเพียง 22 ล้านบาท
สาเหตุหลักมาจากการบันทึก ผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (ECL) ของเงินให้กู้ยืมแก่บริษัท ไทย สมายล์ บัส จำกัด (TSB) มูลค่า 2,652 ล้านบาท รวมถึงการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขเงินให้กู้ยืมกับบริษัท เอซ อินคอร์ปอเรชั่น จำกัด (ACE) ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อฐานะการเงินและผลการดำเนินงานของบริษัท
ตลท.ระบุว่า BYD ต้องชี้แจงข้อมูลผ่านระบบเผยแพร่ข้อมูลของตลาดหลักทรัพย์ฯ ภายในวันที่ 14 ตุลาคม 2568 และให้คณะกรรมการบริษัทพร้อมคณะกรรมการตรวจสอบแสดงความเห็นภายในวันที่ 20 ตุลาคม 2568 พร้อมแนะนำให้นักลงทุนศึกษาข้อมูลงบการเงินอย่างรอบคอบและติดตามคำชี้แจงของบริษัทเพิ่มเติม
จากข้อมูลพบว่า BYD มีการให้เงินกู้ยืมกับ ACE และ TSB เพื่อสนับสนุนการขยายธุรกิจรถโดยสารพลังงานไฟฟ้า โดย ณ ปัจจุบันมียอดเงินให้กู้ยืมและดอกเบี้ยค้างรับกับ TSB รวม 10,759 ล้านบาท และตั้งค่าเผื่อผลขาดทุนด้านเครดิตกว่า 7,561 ล้านบาท (คิดเป็น 70% ของยอดเงินกู้ทั้งหมด) ขณะที่เงินให้กู้ยืมกับ ACE รวม 1,050 ล้านบาท และได้ขยายเวลาชำระหนี้ออกไปถึงปี 2574 พร้อมลดอัตราดอกเบี้ยลงจาก 6–7% เหลือ 4%
ทั้งนี้ ตลท.ได้เคยขอให้ BYD ชี้แจงกรณีดังกล่าวต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2567 โดยบริษัทให้เหตุผลว่าผลประกอบการของ TSB ไม่เป็นไปตามแผน เนื่องจากต้องปรับโครงสร้างค่าโดยสารตามนโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสายของรัฐบาล ทำให้รายได้ลดลงอย่างมีสาระสำคัญ
ตลาดหลักทรัพย์ฯ ยังได้สอบถามเพิ่มเติมว่า การปรับเงื่อนไขเงินกู้ยืมดังกล่าวส่งผลต่อ ความเสี่ยงด้านเครดิต (Counterparty Credit Risk) หรือไม่ และหลักประกันที่บริษัทได้รับ เช่น รถโดยสารไฟฟ้า มีมูลค่าและคุณภาพสอดคล้องกับความเสี่ยงที่เปลี่ยนไปหรือไม่ พร้อมขอให้ BYD ชี้แจงผลกระทบต่อฐานะการเงิน สภาพคล่อง และมาตรการบริหารความเสี่ยงของบริษัท