MRDIYT เขย่า SET เตรียมเสนอขายหุ้น IPO บิ๊กสุดในรอบ 3 ปี ก.ล.ต.ไฟเขียวไฟลิ่ง เคาะราคาจอง 8.30-8.60 บาท/หุ้น จ่อเทรด พ.ย.นี้ ปักธง 1,500 สาขาภายในปี’70 ทุ่มงบ 4.6 พันล้านลุยคลังอัตโนมัติอีก 3 แห่ง
หุ้น

MRDIYT เขย่า SET เตรียมเสนอขายหุ้น IPO บิ๊กสุดในรอบ 3 ปี ก.ล.ต.ไฟเขียวไฟลิ่ง เคาะราคาจอง 8.30-8.60 บาท/หุ้น จ่อเทรด พ.ย.นี้ ปักธง 1,500 สาขาภายในปี’70 ทุ่มงบ 4.6 พันล้านลุยคลังอัตโนมัติอีก 3 แห่ง

มิสเตอร์. ดี.ไอ.วาย. โฮลดิ้ง ภายใต้ชื่อย่อหลักทรัพย์ “MRDIYT” เตรียมระดมทุนสูงสุด 5,600 ล้านบาท (173 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ในการเสนอขายหุ้นต่อประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) ซึ่งถือเป็นการเสนอขายที่มีมูลค่าตลาด สูงที่สุดในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ในรอบ 3 ปีที่ผ่านมา อ้างอิงมูลค่าตามราคาตลาด โดยการระดมทุนครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนจากนักลงทุนรายใหญ่ทั้งในประเทศและต่างประเทศ วางแผนขยายสาขาทั่วประเทศไทยไม่น้อยกว่า 500 สาขาภายในระยะเวลา 3 ปี (พ.ศ. 2568–2570) หวังเพิ่มส่วนแบ่งทางการตลาด-ขยายการดำเนินงานให้ครอบคลุม รุกนำเสนอสินค้าที่ตอบโจทย์ครบทุกความต้องการ ทั้งทุ่มงบ 4,500 ล้านบาท  สร้างคลังสินค้าอัตโนมัติขนาดใหญ่ ยกระดับประสิทธิภาพด้านโลจิสติกส์และซัพพลายเชน รองรับการเติบโตได้มากกว่า 1,500 สาขาหลังปี  2570 พร้อมทั้งเดินหน้าพัฒนาประสิทธิภาพด้านต้นทุนอย่างต่อเนื่อง

 

นายเอเดรียน ออง ประธานกรรมการ บริษัท มิสเตอร์. ดี.ไอ.วาย. โฮลดิ้ง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)ภายใต้ชื่อย่อหลักทรัพย์ “MRDIYT" เปิดเผยว่า บริษัทฯ ประกอบธุรกิจค้าปลีกอุปกรณ์ตกแต่งบ้านและสินค้าไลฟ์สไตล์ทั่วไป ภายใต้แบรนด์ “MR. D.I.Y.” ที่มีขนาดใหญ่และเติบโตเร็วที่สุดในประเทศไทย ขับเคลื่อนด้วยทีมผู้บริหารที่มีประสบการณ์ที่มุ่งมั่นการยกระดับคุณภาพชีวิตที่ดีของคนไทยทั่วประเทศ เพื่อให้ทุกคนได้ครบทุกสิ่ง ในทุกวัน ด้วยราคาถูกคุ้มเสมอ ผ่านการนำเสนอสินค้ากว่า 16,000 รายการ ครอบคลุมใน 6 กลุ่มสินค้าหลัก ได้แก่

(1) เครื่องใช้ในครัวเรือนและอุปกรณ์ตกแต่งบ้าน

(2) อุปกรณ์ฮาร์ดแวร์และเครื่องมือช่าง

(3) เครื่องใช้ไฟฟ้า

(4) เครื่องเขียนและอุปกรณ์กีฬา

(5) ของเล่น

(6) สินค้าเบ็ดเตล็ดอื่นๆ

โดยบริษัทฯ ยังคงมุ่งมั่นที่จะมอบสินค้าที่คุ้มค่าคุ้มราคา พร้อมประสบการณ์การช้อปปิ้งที่สะดวกสบาย โดยการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ภายใต้ชื่อย่อ MRDIYT ถือเป็น ก้าวสำคัญของบริษัท ในการเสริมสร้าง ธรรมาภิบาล (Corporate Governance) ภาพลักษณ์ของแบรนด์ และการเป็นที่รู้จักในวงกว้างมากขึ้น

นายแอนดี้ ชิน กวานกุ้ย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มิสเตอร์. ดี.ไอ.วาย. โฮลดิ้ง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า อุตสาหกรรมค้าปลีกอุปกรณ์ตกแต่งบ้านในประเทศไทยคาดการณ์ว่ามีอัตราเติบโตเฉลี่ยสะสมต่อปี (CAGR) ที่ร้อยละ 5.4  จากมูลค่าตลาด 182,600 ล้านบาท ในปี 2567 จะเพิ่มขึ้นเป็น 237,800 ล้านบาท ในปี 2572 ที่สำคัญกว่านั้น ผู้ค้าปลีกในรูปแบบ Chain Retailer  เช่น MR.D.I.Y. ก็กำลังเติบโตเร็วกว่าตลาดโดยมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปี (CAGR) ที่ 15.3%

ที่ผ่านมาเรามีมาร์เก็ตแชร์ขยายถึง 3 เท่าตัว ภายในช่วงระยะเวลา 5 ปี และสาขาต่างๆสามารถคืนทุนภายในระยะเวลา 3 ปี ส่งผลให้ปัจจุบัน เราเป็นผู้นำตลาดในกลุ่มธุรกิจของเรา ด้วยส่วนแบ่งตลาดที่ 9% ซึ่งสะท้อนถึงรากฐานที่มั่นคงของเรา ขณะเดียวกัน ส่วนแบ่งตลาดในระดับเลขหลักเดียวนี้ยังแสดงให้เห็นว่า เรายังอยู่ในช่วงเริ่มต้นของการปลดล็อกศักยภาพที่แท้จริงของตลาดสินค้าตกแต่งบ้านในประเทศไทย โดยในปี 2567 บริษัทมีรายได้รวม 16,214 ล้านบาท ซึ่งสะท้อนถึงอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปี (CAGR) ที่แข็งแกร่งถึง 28% ขณะที่ประสิทธิภาพการดำเนินงานที่แข็งแกร่งยังช่วยผลักดันให้เรามีกำไรสุทธิ 1,700  ล้านบาท เติบโตเฉลี่ยต่อปี 30% ในช่วงเวลาเดียวกัน และในครึ่งแรกปี 2568 สามารถทำรายได้แล้ว 9,471 ล้านบาท ซึ่งการระดมทุนในครั้งนี้จะช่วยเสริมศักยภาพการขยายสาขา การพัฒนาระบบคลังสินค้าอัตโนมัติ และการกระจายสินค้า เพื่อสนับสนุนแผนระยะเวลา 3 ปี (2568-2570)ของเราที่จะขยายสาขาให้ครบ 1,500 แห่งทั่วประเทศภายในปี 2570 หรืออย่างน้อยประมาณ 200 สาขา/ปี จากปัจจุบันที่ 1,027 สาขา ครอบคลุมทุกจังหวัดทั่วประเทศ และยังพบว่าปัจจุบันมีกลุ่มลูกค้าที่มีรายได้สูง หันมาใช้บริการของ MR.D.I.Y.เพิ่มมากขึ้นเป็น 18% จากเดิมอยู่ที่ 15% เพราะสินค้าตอบโจทย์ลูกค้าในทุกกลุ่ม ทำให้เป็นโอกาสที่บริษัทฯจะสามารถขยายฐานลูกค้าได้เพิ่มขึ้นนายแอนดี้ กล่าว

นายแอนดี้ กล่าวเพิ่มเติมว่า สาขาสัดส่วนกว่า 50% เป็นสาขาที่เปิดตัวในช่วงวิกฤติโควิด-19 โดยสัดส่วนกว่า 60% หรือประมาณ 737 สาขา เป็นสาขา Stand-alone และสัดส่วน 40% หรือ 290 สาขา จะอยู่ในห้างสรรพสินค้า แบ่งเป็นภาคเหนือ 63 สาขา,ภาคตะวันตก 61 สาขา,ภาคกลาง 427 สาขา ,ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 233 สาขา และภาคตะวันออก 122 สาขา โดยเมื่อไตรมาส 1/2568 ได้เปิด 2 สาขาล่าสุดคือ แม่ฮ่องสอน และ พังงา ซึ่งบริษัทฯจะเน้นรุกสาขา Stand-alone อย่างต่อเนื่อง ที่จะเป็นกุญแจสำคัญในอีก 3 ปีข้างหน้า เพื่อสามารถเข้าถึงลูกค้าได้ในทุกพื้นที่ในทำเลดีๆ เพราะมองว่าตลาดค้าปลีกอุปกรณ์ตกแต่งบ้านและสินค้าไลฟ์สไตล์ทั่วไป ยังมีโอกาสเติบโตอย่างต่อเนื่อง

 นอกจากการขยายสาขาแล้ว บริษัทฯต้องหาสินค้าที่มีประสิทธิภาพด้วย โดยจะมีการประเมินใน 4 ระดับ ด้วยการนำสินค้าทั้งหมด 500 SKU มาพิจารณาในทุกเดือน โดยสินค้าประเภทไหนที่มียอดขายมาก ก็จะยังคงอยู่ในร้านค้า หากสินค้าประเภทไหนยอดขายไม่ดีก็จะถูกตัดออกไป ซึ่งสินค้าจะมาจาก 5 ประเทศหลัก คือ อินเดีย จีน เวียดนาม อินโดนีเซีย และ มาเลเซีย ส่วนในประเทศไทยจะมีสินค้าในสัดส่วน 25% กระจายไป 5,000 สาขาทั่วโลกใน 14 ประเทศ ซึ่งที่ผ่านมาสินค้าของบริษัทฯได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี เพราะมีราคาที่ถูกกว่าคู่แข่งถึงกว่า 27% ในขณะที่สามารถทำกำไรได้มากกว่า จึงส่งผลให้เป็นกุญแจสำคัญในการเติบโตของบริษัทฯ

อย่างไรก็ตามภายในระยะเวลา 2 ปีนี้ บริษัทฯมีแผนลงทุน 4,500 ล้านบาท เพื่อสร้างคลังสินค้าอัตโนมัติขนาดใหญ่(Automation) อีก 3 แห่งระหว่างปี 2568 – 2574  ล่าสุดได้ซื้อที่ดินในโครงการ “อารยะ ดิ อีสเทิร์น เกตเวย์ (ARAYA – The Eastern Gateway)” พื้นที่นิคมอุตสาหกรรมอารยะ จ.สมุทรปราการ พื้นที่ 159ไร่ หรือ 25,000 ตารางเมตร จากเดิมที่มีทั้งหมด 8 แห่ง ในพื้นที่จ.สมุทรปราการ เพื่อยกระดับประสิทธิภาพด้านโลจิสติกส์และซัพพลายเชน (supply chain) ให้สามารถรองรับการเติบโตของบริษัท ซึ่งจะเริ่มดำเนินการได้ในปี 2571 และเสร็จสมบูรณ์ในปี 2574 หรือเปิดให้บริการได้ภายในอีก 7 ปีข้างหน้า สามารถรองรับร้านค้าได้ 3,000 สาขาในประเทศไทย

นายพิเชษฐ สิทธิอำนวย กรรมการผู้อำนวยการ บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงินและผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย กล่าวว่า สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้อนุมัติแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์ (แบบไฟลิ่ง) และหนังสือชี้ชวน (Prospectus) ของ “บมจ.มิสเตอร์. ดี.ไอ.วาย. โฮลดิ้ง (ประเทศไทย)” หรือ MR. D.I.Y.  เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยมีช่วงราคาเสนอขายหุ้น IPO เบื้องต้นกำหนดไว้ที่ 8.30-8.60 บาทต่อหุ้น ซึ่งนักลงทุนรายย่อยสามารถจองซื้อหุ้นได้ในระหว่างวันที่ 20–22 ตุลาคม 2568 ส่วน ราคาขายสุดท้าย ซึ่งจะกำหนดจากกระบวนการ Book-building จะประกาศภายในวันที่ 24 ตุลาคม 2568 และคาดว่าจะสามารถเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ได้ในช่วงเดือนพฤศจิกายน 2568 โดย MR. D.I.Y. จะระดมทุนสูงสุดประมาณ 5,600 ล้านบาท จากการเสนอขายหุ้น IPO ที่ราคาสำหรับนักลงทุนรายย่อย ที่อยู่ระหว่าง 8.30–8.60 บาทต่อหุ้น ซึ่งคิดเป็น มูลค่าตลาด (Market Capitalisation) สูงสุดประมาณ 5,710 ล้านบาท หลังจากการเพิ่มทุนของบริษัท ทำให้การเสนอขายหุ้นในครั้งนี้เป็น IPO ที่มีมูลค่าตลาดขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทยนับตั้งแต่ปี  2566

ขณะเดียวกันผลการดำเนินงานของ MRDIYT ยังมีความแข็งแกร่ง จากการเติบโตของยอดขายและกำไรที่ต่อเนื่อง รวมทั้งมีการขยานสาขาที่ครอบคลุมแล้ว 77 จังหวัดทั่วประเทศ รวม 1,027 สาขา และมีแผนการขยายสาขาเพิ่มเติมในอนาคต ทำให้ MRDIYT มีความโดดเด่นในเรื่องของการเติบโตของผลการดำเนินงานที่ดีต่อเนื่อง

สำหรับมูลค่าการระดมทุนของ MRDIYT หากคำนวณจากกรอบราคาเสนอขาย IPO ดังกล่าว จะมีมูลค่า 5,437 - 5,633 ล้านบาท หรือคิดเป็นราว 173 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และด้านมูลค่าหลักทรัพย์ (Market Capitalisation) อยู่ในช่วง 49,946-51,747 ล้านบาท หลังจากการเพิ่มทุนของบริษัท ทำให้การเสนอขายหุ้นในครั้งนี้เป็น IPO ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทยในรอบ 3 ปี นับตั้งแต่ปี 2565

 

นายกนต์ธีร์ ประเสริฐวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย จำกัด (มหาชน) ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน กล่าวว่า ปัจจุบัน บมจ.มิสเตอร์. ดี.ไอ.วาย. โฮลดิ้ง (ประเทศไทย)  หรือ MR. D.I.Yมีแผนจะเสนอขายหุ้นสามัญต่อประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) รวม ไม่เกิน 655,000,000 หุ้น หรือคิดเป็น ไม่เกิน 10.9% ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและชำระแล้วทั้งหมด หลังจากการเพิ่มทุนและการเสนอขายในครั้งนี้ การเสนอขายดังกล่าวประกอบด้วย หุ้นสามัญเพิ่มทุนใหม่ จำนวนไม่เกิน 420,000,000 หุ้น, และหุ้นสามัญเดิม จำนวนไม่เกิน 235,000,000 หุ้น โดยการระดมทุนในครั้งนี้ จะนำเงินไปใช้เพื่อ เพื่อพัฒนาและขยายสาขา การพัฒนาระบบคลังสินค้าอัตโนมัติ และการชำระคืนเงินกู้ที่มีกับสถาบันการเงิน
รวมถึงใช้เป็น เงินทุนหมุนเวียน เพื่อสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว

การเสนอขายหุ้น IPO ครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนจาก กลุ่มสถาบันการเงินชั้นนำทั้งในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งสะท้อนถึงความเชื่อมั่นของตลาดต่อธุรกิจและศักยภาพการเติบโตในระยะยาวของ MR. D.I.Y. โดยมีรายชื่อที่ปรึกษาและผู้จัดจำหน่ายหุ้นดังนี้:

-ที่ปรึกษาทางการเงิน: บริษัทหลักทรัพย์บัวหลวง จำกัด (มหาชน) และ ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย จำกัด (มหาชน)

-ผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย (Lead Underwriters): บริษัทหลักทรัพย์บัวหลวง จำกัด (มหาชน) และ บริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด

-ผู้จัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย (Co-Underwriters): บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) และ บริษัทหลักทรัพย์เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)

-ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ระหว่างประเทศ (International Joint Bookrunners): CIMB Investment Bank Berhad, J.P. Morgan Securities plc และ UBS AG

-ผู้จัดการร่วม (Co-Managers): CLSA Limited

 

 

 

 

 

 

 

You can share this post!