“กลุ่ม CG Capital”กางแผน 3-5 ปี ทุ่มเม็ดเงิน 2.5 หมื่นล้าน ลุย 9 โครงการ Branded Residences ทำเลกทม.-ภูเก็ต-สมุย ดึงเชนโลกบริหาร ล่าสุดผนึก IHG เปิดตัว “อินเตอร์คอนติเนนตัล เรสซิเดนซ์ กรุงเทพ อโศก”วางหมากสู่ World Class City
อสังหาริมทรัพย์

“กลุ่ม CG Capital”กางแผน 3-5 ปี ทุ่มเม็ดเงิน 2.5 หมื่นล้าน ลุย 9 โครงการ Branded Residences ทำเลกทม.-ภูเก็ต-สมุย ดึงเชนโลกบริหาร ล่าสุดผนึก IHG เปิดตัว “อินเตอร์คอนติเนนตัล เรสซิเดนซ์ กรุงเทพ อโศก”วางหมากสู่ World Class City

CG Capital ประกาศเดินหน้าลงทุนพัฒนาโครงการในรูปแบบ Branded Residences ตามแผน 3-5 ปีนี้ จำนวนไม่เกิน 9 โครงการ ด้วยเงินทุนก้อนแรก 10,000 ล้านบาท และเงินกู้จากสถาบันการเงินอีก 15,000 ล้านบาท รวม 25,000 ล้านบาท รองรับการพัฒนา 7 โครงการ  ในพื้นที่กรุงเทพฯ,ภูเก็ต และสมุย เผยหลังประสบความสำเร็จจากการเปิดตัว “เดอะ เภรี โฮเต็ล ภูเก็ต บางเทา”ยอดขายพุ่ง 85% คาดก่อสร้างแล้วเสร็จ พร้อมเปิดบริการโรงแรมได้ในปี 69 ล่าสุดผนึก IHG เปิดตัว “อินเตอร์คอนติเนนตัล เรสซิเดนซ์ กรุงเทพ อโศก” บนทำเล Freehold ใจกลางสุขุมวิท 16 มูลค่า 5,500 ล้านบาท ชูจุดขาย Hospitality Branded Residences แห่งแรกบนทำเลสุขุมวิท เตรียมเปิดขายรอบ VIP 16 พ.ย. 68 นี้ หวังยกระดับมาตรฐานการอยู่อาศัยของไทยสู่เวทีโลก หลังเทรนด์โลกชี้ชัดตลาดอสังหาฯลักชัวรีไทยคาดเติบโต 3.4% ต่อปีจนถึงปี 72 พร้อมตอกย้ำบทบาทของ CG Capital ในการขับเคลื่อนกรุงเทพฯ สู่การเป็น World Class City  แย้มแผนเช่าที่ดิน 30 ปีย่านสีลม จ่อผุด Branded Residences ในอนาคต เล็งทยอยขายโรงแรมให้นักลงทุนรายใหญ่-รายย่อย และสถาบันต่างประเทศ เพื่อคืนผลกำไรให้ผู้ถือหน่วยลงทุนในกองทุน CG Capital เป็นลำดับถัดไป

 

นายภูมิ จิราธิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการร่วมและหัวหน้าฝ่ายบริหาร บริษัท ซีจี แคปปิตอล แอดไวซอรี่ จำกัด (CG Capital) บริษัทผู้บริหารกองทุน Private Equity ในกลุ่มธุรกิจ Real Estate and Hospitality ที่ใหญ่ที่สุดในไทยภายใต้เซ็นทรัล กรุ๊ป เน้นการลงทุนในธุรกิจโรงแรม และอสังหาริมทรัพย์ ด้วยมูลค่ากองทุน 10,000 ล้านบาท เริ่มต้นจากกการพัฒนาโครงการในรูปแบบ Branded Residences โครงการแรก คือ “The Standard Residences Phuket Bangtao”เมื่อปี 2567 ที่ผ่านมา เปิดเผยว่า บริษัทฯยังคงเดินหน้าลงทุนพัฒนาโครงการในรูปแบบของ Branded Residences ตามแผนที่ตั้งไว้ คือในระยะเวลา 3-5 ปีนี้ จำนวนไม่เกิน 9 โครงการ โดยเป็นเงินทุนของบริษัทฯ 10,000 ล้านบาท และเงินกู้จากสถาบันการเงินอีก 15,000 ล้านบาท รวมเป็น 25,000 ล้านบาท ซึ่งรองรับการพัฒนา 7 โครงการในปัจจุบันนี้ คือ  ในพื้นที่กรุงเทพฯ,ภูเก็ต และสมุย แบ่งเป็น

โครงการ “เดอะ สแตนดาร์ด เรสซิเดนซ์ ภูเก็ต บางเทา” (The Standard Residences Phuket Bangtao) ซึ่งเปิดตัวไปเมื่อเดือนเมษายน 2567 ประกอบด้วย โครงการที่พักอาศัย Branded Residences ภายใต้เครือโรงแรมบูทีคไลฟ์สไตล์ระดับโลกอย่าง “สแตนดาร์ด อินเตอร์เนชั่นแนล” (Standard International) ปัจจุบันมียอดขายแล้วประมาณ 85% โดยลูกค้าเป็นคนไทยสัดส่วน 60% และต่างชาติในหลากหลายประเทศ สัดส่วน 40% คาดว่าจะเริ่มทยอยโอนกรรมสิทธิ์ได้ในปี 2569 และโรงแรมภายใต้แบรนด์ “เดอะ เภรี โฮเต็ล ภูเก็ต บางเทา” (The Peri Hotel Phuket Bang Tao) ซึ่งเป็นโรงแรมในเครือแบรนด์ Standard International เช่นเดียวกัน คิดเป็นมูลค่าโครงการประมาณ 3,000 ล้านบาท

และล่าสุด ซึ่งถือเป็นโครงการที่ 2 ที่เปิดตัวอย่างเป็นทางการ คือ อินเตอร์คอนติเนนตัล เรสซิเดนซ์ กรุงเทพ อโศก” (InterContinental Residences Bangkok Asoke) ซึ่งเป็นที่ดิน Freehold จำนวน 1.5 ไร่ บริเวณซอยสุขุมวิท 16 พัฒนาในรูปแบบของคอนโดมิเนียม สูง 32 ชั้น ขนาดตั้งแต่ 139-547 ตารางเมตร ราคาขายเริ่มต้นที่ 40.8-200 ล้านบาทขึ้นไป รวม 88 ยูนิต มูลค่าโครงการ 5,500 ล้านบาท โดยแต่ละชั้นจะมีเพียง 4 ยูนิต โดยเฉพาะห้องเพนท์เฮาส์ ซึ่งมีเพียง 2 ยูนิต จะมีชื่อเรียกเฉพาะ คือ “มะลิ” และ “มาลัย”  ส่วนที่จอดรถสามารถจอดได้ถึง 200% ซึ่งบริหารโครงการโดย “InterContinental Hotels Group” (IHG) และบริหารงานขายโดย บริษัท ซีบีอาร์อี(ประเทศไทย)จำกัด ซึ่งจะเปิดขายรอบ VIP ในวันที่ 16 พฤศจิกายน 2568 นี้ ด้านการก่อสร้างคาดว่าจะแล้วเสร็จในไตรมาสที่ 2 ของปี 2572

“การที่เราเน้นลงทุนโครงการในกรุงเทพฯ เพราะเกิดที่น่า และมองว่ากรุงเทพฯมีความพิเศษมากในหลายๆเรื่อง ทั้งอาหารที่อร่อย และการใช้ชีวิตที่สะดวก สบาย อีกทั้งโครงการอสังหาฯในประเทศไทยก็ราคาไม่แพงมากนัก เมื่อเทียบกับประเทศสิงคโปร์ ฮ่องกง และดูไบ เป็นต้น อีกทั้งยังถือว่าเป็นหนึ่งในเมืองศูนย์กลางเศรษฐกิจโลก (Global City) จึงเน้นการลงทุนที่พักระยะยาว ในรูปแบบของ Branded Residences ที่คล้ายๆกับเสื้อผ้า หากเราชอบแบรนด์ไหน ก็จะใส่แต่แบรนด์นั้น ซึ่งการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ก็เช่นกัน”นายภูมิ กล่าว

โครงการ InterContinental Residences Bangkok Asoke ตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพสูงสุดในซอยสุขุมวิท 16 บริเวณอโศก ศูนย์กลางเศรษฐกิจ ไลฟ์สไตล์ และคมนาคมของกรุงเทพฯ ซึ่งเป็นหนึ่งในทำเลที่มีความต้องการสูงที่สุด และยังคงมีมูลค่าการเติบโตสูงต่อเนื่อง โดยปัจจุบันราคาที่ดินในสุขุมวิทตอนต้นสูงเกือบ 3 ล้านบาทต่อตารางวา ขณะที่ดัชนีค่าเช่าทั่วกรุงเทพฯ โดยรวมเพิ่มขึ้นถึง 9% ในช่วงที่ผ่านมา บ่งชี้ถึงศักยภาพในการสร้างผลตอบแทนที่น่าสนใจในระยะยาว

“โครงการ InterContinental Residences Bangkok Asoke ถือเป็น Hospitality Branded Residences โครงการแรกบนทำเลสุขุมวิท และยังเป็นโครงการ Freehold ที่เป็น Branded Residences อีกด้วย สอดคล้องกับกลยุทธ์ของ CG Capital ในการสร้าง World Class Development for World Class City for Global Citizens ในการขับเคลื่อนตลาดอสังหาริมทรัพย์ระดับอัลตราลักชัวรี เจาะกลุ่มทั้งคนไทยที่คุ้นเคยกับย่านสุขุมวิทและชาวต่างชาติจากทั่วโลก และถือเป็นโครงการที่ 2 ของบริษัทฯ หลังจากประสบความสำเร็จในโครงการแรกคือ เดอะ สแตนดาร์ด เรสซิเดนซ์ ภูเก็ต บางเทา โดยเราเชื่อมั่นว่าทั้งกรุงเทพฯ และภูเก็ต เป็นเมืองที่มีศักยภาพในการดึงดูดชาวต่างชาติที่ต้องการย้ายมาอาศัยหรือต้องการจะมีที่พักในเอเชีย เมื่อเทียบกับเมืองใหญ่อย่างนิวยอร์ค ลอนดอน โตเกียว ฮ่องกง และสิงคโปร์ ประเทศไทยยังคงมอบคุณภาพชีวิต รวมถึงครบครันทุกปัจจัยที่ตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายได้ไม่แพ้ที่อื่นในโลก ไม่ว่าจะเป็นด้านคุณภาพ บริการ และโลเคชัน ซึ่งความร่วมมือกับ IHG ครั้งนี้ จะถ่ายทอดประสบการณ์โรงแรมระดับโลกมาสู่การอยู่อาศัยที่ทุกคนต้องการได้อย่างสมบูรณ์แบบ” นายภูมิ กล่าว

ส่วนอีก 5 โครงการ จะเป็นการพัฒนาโรงแรมในภูเก็ต และ สมุย จำนวนเกิน 1,000 ห้องพัก ซึ่งขณะนี้อยู่ในระหว่างการก่อสร้าง แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยข้อมูลค่า คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในระยะเวลา 3 ปี  ส่วนใหญ่เป็นการดึงเชนระดับโลกเข้ามาบริหารงาน โดยไฮไลต์ที่สำคัญอีก 1 เรื่องคือ การพัฒนาโรงแรมพร้อมสวนน้ำในพื้นที่ภูเก็ต จำนวน 1 แห่ง ซึ่งยังไม่สามารถเปิดเผยข้อมูลได้

นายภูมิ กล่าวเพิ่มเติมว่า เม็ดเงินลงทุน 10,000 ล้านบาท ปัจจุบันใช้ไปแล้ว 8,500 ล้านบาท คาดว่าอีก 1,500 ล้านบาท ซึ่งเตรียมขยายเพิ่มอีก 1-2 โครงการ โดยมองทำเลหลักอย่าง ภูเก็ต กระบี่ สมุย และกรุงเทพฯ คาดว่าจะใช้หมดภายในระยะเวลา 18 เดือน ล่าสุดได้ทำสัญญาเช่าที่ดินระยะเวลา 30 ปี จากองค์กรหนึ่ง อีก 1 แปลง ทำเลย่านสีลม พื้นที่ประมาณ 2 ไร่ มีแผนจะพัฒนาในรูปแบบของ Branded Residences เช่นเดียวกัน แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้

“หลังจากที่เราก่อสร้างและดำเนินการโครงการในช่วงแรก ก็จะทยอยขายโรงแรมให้กับนักลงทุน ทั้งรายใหญ่และรายย่อย รวมถึงสถาบันต่างประเทศ เพื่อคืนผลกำไรให้ผู้ถือหน่วยลงทุนในกองทุน CG Capital เป็นลำดับถัดไป” นายภูมิ กล่าว

นางสาวอเล็กซานดรา เยา รองประธานบริหาร ด้าน Global Branded Residences ของ IHG Hotels & Resorts เปิดเผยว่า InterContinental เป็นมากกว่าแบรนด์โรงแรมหรู คือมรดกแห่งการบริการระดับโลกที่สั่งสมมากว่า 80 ปี ด้วยโรงแรมกว่า 230 แห่งในกว่า 70 ประเทศทั่วโลก แต่ละโรงแรมตั้งอยู่ใจกลางเมืองที่สำคัญที่สุดของโลก และเป็นที่รู้จักในฐานะ Gateway to the Extraordinary

“IHG ก่อตั้ง 1946 เป็นผู้ให้บริการโรงแรมชั้นนำระดับโลก และยังเป็นผู้นำตลาดลักเชอรี่ในไทย เรามี “ก้าวแรก สำคัญมากมายในประเทศไทย ชึ่งถือเป็นหนึ่งในตลาดสำคัญที่ IHG ได้เปิดตัวแบรนด์ใหม่เป็นครั้งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ไม่ว่าจะเป็น Holiday Inn Express, Hotel Indigo, Staybridge Suites, Kimpton, Vignette Collection และภายในปีนี้จะตามมาด้วย Garner”นางสาวอเล็กซานดรา กล่าว

Branded Residences คือเซกเมนต์เติบโตของ IHG ซึ่งเราก็เห็นความสำเร็จของพอร์ตในระดับโลก - ด้วยความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจ การเพิ่มขึ้นของลูกค้ากลุ่มไฮเน็ตเวิร์ท ซึ่งมีบ้านพักในหลายประเทศทั่วโลก และความต้องการที่อยู่อาศัยวิถีชีวิตแบบ Luxury เพิ่มขึ้น ทำให้เราเห็นการเติบโตในเซกเมนต์นี้ถึง 180% นับตั้งแต่ปี 2557 ฉะนั้นถือเป็นโอกาสดีมาก และ IHG ก็กำลังสร้างพอร์ตของ Branded เรสซิเดนซ์ครอบคลุมใน 15 ประเทศ ภายใต้ 8  แบรนด์ และยังมีอีกหลายโครงการที่กำลังอยู่ในระหว่างการพัฒนา  คาดว่าตลาดที่อยู่อาศัยแบบ Branded จะเติบโตเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่าของจำนวนโครงการที่แล้วเสร็จในปัจจุบัน ในปี 2574 และประเทศไทยก็ยังเป็นจุดหมายปลายทางที่สำคัญในการพัฒนา Branded Residences ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก

ในปัจจุบัน IHG ได้มีการเปิด IC Residences มาแล้ว 4 แห่ง - ที่หัวหิน PhuQuoc Boston และยังมีอีก 5 โครงการอยู่ระหว่างแผนพัฒนา คือ IC BKK, Phuket, Sapa, ThanXuan Valley Nashville  ทั้งหมดนี้คือสะท้อนให้เห็นดีเอ็นเอของแบรนด์เพื่อตอบโจทย์ของผู้บริโภค ปัจจุบัน IHG มีโรงแรมและรีสอร์ท ที่เปิดดำเนินการ 231 แห่ง ใน 70 ประเทศทั่วโลก และโรงแรมที่อยู่ใน Pipeline อีก 105 แห่ง เป็นอัตราการเติบโตประมาณ 45% ของขนาดระบบทั้งหมดของ IHG สำหรับโครงการแบรนด์เรสซิเดนซ์ที่กำลังจะเปิดปีนี้ ประกอบไปด้วย Intercontinental Halong Bay Resort and Residences ซึ่งเปิดตัวไปปีนี้ และ Thanh Xuan Valley Resort & Residences เปิดตัวในปี 2570

“ทาง IHG รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้นำมรดกอันทรงคุณค่านี้เข้าสู่โครงการที่พักอาศัยในประเทศไทยอย่างเต็มรูปแบบ ด้วยการเปิดตัวโครงการ InterContinental Residences Bangkok Asoke ซึ่งถือเป็นโครงการเรสซิเดนซ์ภายใต้แบรนด์อินเตอร์คอนติเนนตัล แบบสแตนด์อโลนแห่งแรกของโลก โดยเป็นการเซ็นสัญญาบริหารงานทั้งสิ้น 30 ปี เราเชื่อว่าความร่วมมือกับ CG Capital ซึ่งมีวิสัยทัศน์สอดคล้องกับแบรนด์ InterContinental ในการสร้างสรรค์ที่อยู่อาศัยที่เป็นมากกว่าความหรูหรา แต่คือการมอบ Modern Luxury Living Experience ที่ผสมผสานบริการระดับโรงแรมกับความเป็นส่วนตัวของการอยู่อาศัยได้อย่างลงตัว”นางสาวอเล็กซานดรา กล่าว

 

ด้านนางสาวอาทิตยา เกษมลาวัณย์ หัวหน้าแผนกซื้อขายโครงการที่พักอาศัย บริษัท ซีบีอาร์อี (ประเทศไทย) กล่าวว่า ภูมิภาคเอเซียแปซิฟิก (APAC) กำลังก้าวขึ้นมาเป็นศูนย์กลางสำคัญของ Branded Residence โดยเมื่อรวมโครงการที่สร้างแล้วเสร็จและโครงการที่อยู่ในระหว่างก่อสร้าง (Pipeline) จะมีส่วนแบ่งตลาดที่ 23% เท่ากับภูมิภาคอเมริกาเหนือ โดยประเทศที่มี Branded Residence มากที่สุดในโลก คือ 1.สหรัฐอเมริกา 2.สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ 3.เม็กซิโก ส่วนอันดับ 4 อยู่ในสัดส่วนที่เท่ากันคือไทย และบราซิล อันดับ 5 คือ เวียดนาม

ทั้งนี้ ประเทศไทยเป็นประเทศที่มี Branded Residence มากที่สุดในภูมิภาคเอเชียฯ โดยติดอันดับ 10 เมืองที่มี Branded Residences มากที่สุดในโลก ถึง 2 เมือง ได้แก่ ภูเก็ตอยู่อันดับที่ 5 และกรุงเทพฯ อยู่อันดับที่ 7

ซึ่งสอดคล้องกับกลยุทธ์ของ CG Capital ที่มองว่ากรุงเทพฯ และภูเก็ต เป็น World City ที่ดึงดูดผู้คนจากทั่วโลก ด้วยจุดเด่นด้านความน่าอยู่ ค่าครองชีพ ระบบสาธารณูปโภค และการก้าวสู่เมดิคอลฮับในอนาคต

ทั้งนี้จากข้อมูล ณ ครึ่งปีแรกของปี 2568 พบว่า โครงการ Branded Residences ในกรุงเทพมีเพียง 11 โครงการเท่านั้น โดยมีสัดส่วนเพียง 1% เมื่อเทียบกับซัปพลายที่พักอาศัยใจกลางเมือง และแยกเป็น 9 โครงการที่เป็น 5-Star Hotel-Branded Residences เจาะลึกลงไปมีเพียงแค่ 3 โครงการเท่านั้นที่ถือครองกรรมสิทธิ์แบบสมบูรณ์ (Freehold) โดยมีอัตราขายกว่า 93% ซึ่งถือว่าเป็นตัวเลขที่สูงมาก ด้วยความต้องการที่อยู่อาศัยในกลุ่มตลาดบนยังมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะ Branded Residence

“โดย InterContinental Residences Bangkok Asoke ถือเป็นโครงการ Hotel-Branded Residences แห่งแรกบนทำเลสุขุมวิท ที่สำคัญตั้งอยู่ใกล้สี่แยกอโศก-สุขุมวิท จุดเชื่อมต่อเส้นทางรถไฟฟ้า BTS สถานีอโศก และ MRT สถานีสุขุมวิท แวดล้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกในการใช้ชีวิตเมืองอย่างมีระดับ อาทิ ห้างสรรพสินค้าชั้นนำ ร้านอาหาร โรงแรม 5 ดาว  กลุ่มอาคารสำนักงานเกรดเอ สถานศึกษานานาชาติ อีกทั้งยังสามารถเดินเพียงไม่กี่นาทีเพื่อไปยังสวนเบญจกิติ นอกจากทำเลที่มีศักยภาพแล้ว ตัวโครงการยังเป็น Freehold ซึ่งตอบโจทย์ความต้องการของนักลงทุนและผู้อยู่อาศัยเองที่ต้องการความมั่นคงในการเป็นเจ้าของทรัพย์สินแบบถาวร โครงการของเราจึงอยู่ในจังหวะเวลาที่เหมาะสมในการเข้าสู่ตลาดที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วนี้” นางสาวอาทิตยา กล่าว

นางสาวอาทิตยา กล่าวเพิ่มเติมว่า การเปิดตัว InterContinental Residences Bangkok Asoke ถือเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับมาตรฐานการอยู่อาศัยระดับลักชัวรีของไทยสู่เวทีโลก และเป็นการสร้าง Benchmark ใหม่ให้กับอุตสาหกรรม Branded Residences ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ท่ามกลางโอกาสการเติบโตของตลาดที่แข็งแกร่งและตำแหน่งของกรุงเทพฯ ที่กำลังก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางชั้นนำของนักลงทุนและผู้มีกำลังซื้อระดับสูงจากทั่วโลก และคาดว่าโครงการดังกล่าวจะมีชาวต่างชาติให้ความสนใจในการลงทุนในสัดส่วนไม่ต่ำกว่า 40%

 

อนึ่ง บริษัท ซีจี แคปปิตอล แอดไวซอรี่ จำกัด (CG Capital) ซึ่งเป็นบริษัท Private Equity Fund เน้นการลงทุนในธุรกิจโรงแรม และอสังหาริมทรัพย์ ด้วยมูลค่ากองทุนแรก 10,000 ล้านบาท ระยะเวลาการลงทุน 5 ปี ซึ่งมีผู้ลงทุนหลักประกอบด้วย 1.ครอบครัวจิราธิวัฒน์ 2.ธนาคารชั้นนำ 3.นักลงทุนสถาบันระดับโลก โดยสัดส่วนการลงทุนระหว่างไทยกับต่างชาติอยู่ที่ 50:50

You can share this post!