ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ ที่ระดับ 31.08 บาท/ดอลลาร์ “อ่อนค่าลงเล็กน้อย” กรุงไทยคาดในช่วง 24 ชั่วโมง จะอยู่ที่ระดับ 30.95-31.15 บาท/ดอลลาร์ จับตาถ้อยแถลง “State of the Union” ของ Donald Trump
นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ ที่ระดับ 31.08 บาท/ดอลลาร์ “อ่อนค่าลงเล็กน้อย”จากระดับปิดของวันที่ผ่านมา ณ ระดับ 31.02 บาท/ดอลลาร์
โดยนับตั้งแต่ช่วงคืนที่ผ่านมา เงินบาท (USDTHB) ทยอยอ่อนค่าลงเล็กน้อย ในลักษณะ Sideways Up (แกว่งตัวในกรอบ 30.98-31.14 บาท/ดอลลาร์) ตามแรงกดดันฝั่งอ่อนค่าจากจังหวะการทยอยแข็งค่าขึ้นบ้างของเงินดอลลาร์ ที่ยังได้อานิสงส์จากการอ่อนค่าลงของเงินเยนญี่ปุ่น (JPY) ซึ่งอ่อนค่าลงต่อเนื่องจากช่วงวันก่อนหน้า หลังมีรายงานข่าวว่า นายกฯ Sanae Takaichi มีความเห็นที่ขัดแย้งกับทางผู้ว่าฯ ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) อย่างชัดเจนในประเด็น BOJ เตรียมทยอยเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ย ระหว่างการพบปะกันของนายกฯ ญี่ปุ่น และผู้ว่าฯ BOJ ในช่วงที่ผ่านมา นอกจากนี้ เงินดอลลาร์ยังพอได้อานิสงส์จากการทยอยปรับลดความคาดหวังต่อแนวโน้มการลดดอกเบี้ยของ FED ลงบ้าง (ล่าสุดตลาดให้โอกาสราว 23% ที่ FED จะลดดอกเบี้ยได้ 3 ครั้ง ในปีนี้) สอดคล้องกับถ้อยแถลงของบรรดาเจ้าหน้าที่ FED ที่ต่างย้ำจุดยืน ไม่เร่งรีบเดินหน้าลดดอกเบี้ย รวมถึงภาพการรีบาวด์ขึ้นของตลาดหุ้นสหรัฐฯ ที่โดดเด่นกว่าตลาดหุ้นอื่นๆ อย่าง ตลาดหุ้นยุโรป ทั้งนี้ การอ่อนค่าของเงินบาทได้ถูกชะลอลงบ้าง ตามจังหวะการรีบาวด์ขึ้นของราคาทองคำ (XAUUSD) ที่ยังคงแกว่งตัวเหนือโซน 5,100 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ได้ หลังเผชิญแรงเทขายต่อเนื่องในช่วงวันก่อนหน้า
สำหรับในช่วง 24 ชั่วโมงหลังจากนี้ ผู้เล่นในตลาดจะรอจับตา ถ้อยแถลง “State of the Union” ของประธานาธิบดี Donald Trump ที่จะทยอยรับรู้ในช่วงราว 9.00 น. ตามเวลาประเทศไทย ท่ามกลางความไม่แน่นอนของสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ กับ อิหร่าน และความไม่แน่นอนของนโยบายการค้าของสหรัฐฯ นอกจากนี้ ผู้เล่นในตลาดจะรอติดตาม ถ้อยแถลงของบรรดาเจ้าหน้าที่ FED เพื่อประกอบการประเมินแนวโน้มการดำเนินนโยบายการเงินของ FED
ส่วนในฝั่งไทย ไฮไลท์สำคัญ จะอยู่ที่ ผลการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) โดยเรามองว่า กนง. จะมีมติไม่เป็นเอกฉันท์ “คงดอกเบี้ยนโยบาย” ที่ระดับ 1.25% เพื่อรอประเมินแนวโน้มเศรษฐกิจและรักษาขีดความสามารถในการดำเนินนโยบายการเงิน (Policy Space) ที่มีอย่างจำกัด เพื่อใช้รับมือกับความเสี่ยงที่ไม่คาดคิดต่อเศรษฐกิจไทย
และนอกเหนือจากปัจจัยข้างต้น บรรดาผู้เล่นในตลาดจะรอลุ้นรายงานผลประกอบการของบรรดาบริษัทจดทะเบียน พร้อมทั้ง คอยติดตามพัฒนาการของความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ ทั้ง สถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน (ความเสี่ยงยังต่ำอยู่ DOUGHCON 4 จาก 5 ระดับ https://www.pizzint.watch/ ) และ พัฒนาการของเจรจาเพื่อยุติสงครามรัสเซีย-ยูเครน
สำหรับ แนวโน้มของค่าเงินบาท เราประเมินว่า ในช่วงระหว่างวัน เงินบาท (USDTHB) อาจยังคงเคลื่อนไหวในกรอบ Sideways หลังผู้เล่นในตลาดต่างรอรับรู้ปัจจัยใหม่ๆ เพิ่มเติม ทั้ง ถ้อยแถลงของประธานาธิบดี Donald Trump ที่อาจสะท้อนถึงแนวโน้มความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์และทิศทางนโยบายการค้าของสหรัฐฯ ขณะเดียวกัน ผู้เล่นในตลาดต่างรอลุ้น ผลการประชุม กนง. ของไทย ที่จะรับรู้ในช่วง 14.00 น.
โดยแม้ว่า เราจะมองว่า กนง. จะคงดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับ 1.25% อีกทั้งล่าสุด บรรดาผู้เล่นในตลาดต่างปรับลดความคาดหวังต่อแนวโน้มการลดดอกเบี้ยของ กนง. ลงบ้าง จากช่วงก่อนหน้า โดยล่าสุด ผู้เล่นในตลาดให้โอกาสราว 50% ที่ กนง. จะลดดอกเบี้ยเพิ่มเติม อีก 1 ครั้ง 25bps สู่ระดับ 1.00% ทว่า ในการประชุมครั้งนี้ อาจมีคณะกรรมการเข้าประชุมเพียง 6 ท่าน ทำให้มีความน่าสนใจอย่างมาก หากผลการโหวตสูสี 3-3 และอาจต้องให้ประธานฯ หรือผู้ว่าฯ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เป็นผู้ชี้ขาดมติการประชุม นอกจากนี้ ทีมงานนโยบายการเงินของทางธปท. ได้มีการปรับเปลี่ยนผู้บริหารระดับสูง เป็น ดร.ดอน นาครทรรพ ทำให้การประชุม กนง. ครั้งนี้ มีความน่าสนใจและควรต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
หาก กนง. คงดอกเบี้ยตามคาดในการประชุมครั้งนี้ และผลการประชุมไม่ได้สะท้อนถึงแนวโน้มการเดินหน้าลดดอกเบี้ยเพิ่มเติมที่ชัดเจน เช่น กนง. ยังคงข้อความที่สื่อถึงความต้องการรักษาขีดความสามารถในการดำเนินนโยบายการเงิน (Policy Space) ที่มีอย่างจำกัด จะทำให้ เราคงมั่นใจว่า กนง. อาจเลือกคงดอกเบี้ยนโยบายไปก่อน จนกว่าเศรษฐกิจไทยจะเผชิญความเสี่ยงด้านต่ำอย่างชัดเจน ซึ่งภาพดังกล่าวอาจไม่ได้กดดันเงินบาทและเงินบาทอาจแกว่งตัวในกรอบ Sideways ได้
แต่หาก กนง. คงดอกเบี้ย ตามคาดจริง ทว่า กนง. กลับเปิดกว้างในแนวทางการดำเนินนโยบายการเงิน โดยตัดถ้อยความต้องการรักษา Policy Space ออก อาจสะท้อนว่า กนง. เริ่มมีโอกาสเดินหน้าลดดอกเบี้ยได้ ในการประชุมครั้งถัดไป เรามองว่า ผู้เล่นในตลาดอาจปรับเพิ่มความคาดหวังต่อแนวโน้มการลดดอกเบี้ยของ กนง. โดยเฉพาะในการประชุมวันที่ 29 เมษายน ซึ่งอาจเป็นปัจจัยที่กดดันเงินบาทได้บ้าง เช่นเดียวกันกับภาพการลดดอกเบี้ยแบบเซอร์ไพรส์ตลาดของ กนง. หากเกิดขึ้นอาจกดดันให้เงินบาทอ่อนค่าลงได้
โดยจากสถิติในอดีต เราพบว่า เงินบาทอาจเคลื่อนไหวผันผวนบ้าง โดยจะมีกรอบการแกว่งตัว +/-1.0 SD ของค่าเงินบาท (USDTHB) ราว +0.12/-0.20% ในช่วงหลังรับรู้ผลการประชุม กนง. 30 นาที
เราประเมินว่า ความผันผวนของเงินบาทเสี่ยงที่จะสูงขึ้นและอย่างน้อยก็อยู่ในระดับสูงกว่าค่าเฉลี่ยในอดีตที่ผ่านมา ท่ามกลาง ความไม่แน่นอนของการปรับเปลี่ยนมุมมองของผู้เล่นในตลาดต่อแนวโน้มดอกเบี้ย FED รวมถึงบรรดาธนาคารกลางหลักต่างๆ ประเด็นการเมืองสหรัฐฯ ในปีที่จะมีการเลือกตั้ง Midterm Election ซึ่งต้องจับตาแนวโน้มการดำเนินนโยบายการค้าของสหรัฐฯ และการพิจารณาคดีมาตรการภาษีนำเข้า (ในประเด็นการคืนภาษี IEEPA) รวมถึงประเด็นความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ ทำให้เรามองว่า ผู้เล่นในตลาดควรใช้กลยุทธ์ Options หรือพิจารณาใช้สกุลเงินท้องถิ่น (Local Currencies) เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน
มองกรอบเงินบาทในช่วง 24 ชั่วโมง คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 30.95-31.15 บาท/ดอลลาร์