กรมศุลกากร ร่วมกับ กรมการค้าต่างประเทศ แถลงผลงานการปราบปรามสินค้าหลีกเลี่ยงอากรตอบโต้การทุ่มตลาด (Anti-Dumping) และสินค้าสวมสิทธิ์ปลอมแปลงถิ่นกำเนิด ตั้งแต่ต้นปีงบประมาณ 2569 (ต.ค. 2568 – ก.พ. 2569) รวมมูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจกว่า 503 ล้านบาท สะท้อนการยกระดับมาตรการเชิงรุกตามนโยบายรัฐบาล
นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร ระบุว่า การนำเข้าสินค้าในราคาต่ำกว่ากลไกตลาด และการปลอมแปลงถิ่นกำเนิดสินค้า ส่งผลกระทบโดยตรงต่อฐานการผลิต การลงทุน และการจ้างงานในประเทศ จึงจำเป็นต้องเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจปล่อยสินค้า และบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง
สรุปผลงานจับกุม (ต.ค. 68 – ก.พ. 69)
2.สินค้าหลีกเลี่ยงอากรตอบโต้การทุ่มตลาด
- มูลค่ากว่า 109.92 ล้านบาท
- เพิ่มขึ้น 61% จากช่วงเดียวกันปีก่อน
รายการสำคัญ
- อะลูมิเนียมอัดขึ้นรูป / โปรไฟล์อะลูมิเนียม
- ท่อเหล็ก เหล็กกล้าเชื่อมตะเข็บ
- แผ่นรีดเหล็ก รางเหล็ก
ตรวจยึดโดยกองสืบสวนและปราบปราม และสำนักงานศุลกากรท่าเรือแหลมฉบัง–ท่าเรือกรุงเทพ รวมหลายร้อยราย
2.สินค้าสวมสิทธิ์–ปลอมแปลงถิ่นกำเนิด
- มูลค่ากว่า 393.36 ล้านบาท
- เพิ่มขึ้น 142% จากช่วงเดียวกันปีก่อน
เคสเด่น
- สินค้านำเข้าจากจีน แต่ระบุ “Made in Thailand” กว่า 50,000 ชิ้น
- โคมไฟ Solar Light ระบุ “Made in Japan”
- เสื้อผ้าละเมิดเครื่องหมายการค้า มูลค่ากว่า 215 ล้านบาท
- สายพ่วง–ปลั๊กไฟ ระบุ “Made in Thailand” กว่า 1.1 แสนชิ้น
- แจ็คเก็ต–ชุดกีฬา สำแดงถิ่นกำเนิดไม่ตรงกับป้ายสินค้า
เดินหน้าเข้มต่อเนื่อง
กรมศุลกากรและกรมการค้าต่างประเทศ ย้ำเดินหน้าสกัดกั้นสินค้าหลีกเลี่ยงอากรและปลอมแปลงถิ่นกำเนิดอย่างจริงจัง
- ปกป้องผู้ประกอบการไทย
- สร้างการแข่งขันเป็นธรรม
- เสริมความเชื่อมั่นเศรษฐกิจไทย
การจับกุมทะลุ 503 ล้านบาทในเวลาไม่ถึง 5 เดือน สะท้อนชัดว่า “เกมหนีภาษี–สวมสิทธิ์” กำลังถูกไล่บี้หนัก และมาตรการเข้มข้นจะเดินหน้าต่อเนื่องตลอดปีงบประมาณนี้