นางสาวจินตนา คงเมือง ผู้อำนวยการสำนักงานศุลกากรภาคที่ 5 กรมศุลกากร เปิดเผยว่า ตามนโยบายรัฐบาลและข้อสั่งการของ นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร ในการขับเคลื่อนมาตรการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด Quick Big Win in Anti-Drug Trafficking ที่มุ่งสกัดกั้นการลักลอบนำเข้ายาเสพติดให้หมดไปจากประเทศ กรมศุลกากรได้เพิ่มความเข้มงวดในการเฝ้าระวังการลักลอบนำเข้าและส่งออกยาเสพติดในทุกช่องทาง
ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2569 สำนักงานศุลกากรภาคที่ 5 ได้บูรณาการทำงานร่วมกับหน่วยปราบปรามยาเสพติดภูเก็ต กองกำกับการ 2 กองบังคับการตำรวจปราบปรามยาเสพติด 4 สืบสวนหาข่าวเพื่อสกัดกั้นการแพร่กระจายของยาเสพติด โดยเฉพาะในพื้นที่แหล่งท่องเที่ยว
เจ้าหน้าที่พบพัสดุต้องสงสัยที่ถูกส่งผ่านบริษัทขนส่งเอกชนแห่งหนึ่งในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต จึงนำพัสดุดังกล่าวเข้าสแกนด้วยเครื่องเอกซเรย์ ก่อนร่วมกันเปิดตรวจสอบอย่างละเอียด
ผลการตรวจพบ ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 เมทแอมเฟตามีน (ไอซ์) ลักษณะเป็นผลึกสีขาวขุ่น บรรจุในถุงพลาสติกใส น้ำหนักรวมสิ่งห่อหุ้มประมาณ 505 กรัม และพบ เมทแอมเฟตามีนชนิดเม็ด (ยาบ้า) สีส้ม บรรจุในถุงพลาสติกสีน้ำเงิน ถุงละประมาณ 200 เม็ด ก่อนมัดรวมเป็นมัด มัดละประมาณ 10,000 เม็ด รวม 10 มัด หรือประมาณ 100,000 เม็ด
ยาเสพติดทั้งหมดถูก ซุกซ่อนอยู่ในกระติกน้ำแข็งภายในกล่องพัสดุ เพื่ออำพรางการตรวจสอบ เจ้าหน้าที่จึงนำของกลางมาตรวจสอบเบื้องต้นด้วยน้ำยาเคมี NIK Public Safety พบว่าวัตถุดังกล่าวทำปฏิกิริยากับน้ำยาทดสอบและเปลี่ยนเป็นสีน้ำเงิน จึงสันนิษฐานว่าเป็น เมทแอมเฟตามีน (ไอซ์) และยาบ้า โดยประเมินมูลค่ารวมประมาณ 4.4 ล้านบาท
จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจยึดพัสดุดังกล่าวไว้เป็นของกลาง ก่อนนำส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยเข้าข่ายความผิดฐาน “จำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้าและยาไอซ์) โดยมีไว้เพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า ก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชนและกระทบต่อความมั่นคงของรัฐหรือความปลอดภัยของประชาชน” ซึ่งเป็นความผิดตาม ประมวลกฎหมายยาเสพติด และ พระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ.2560
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่กองบังคับการตำรวจปราบปรามยาเสพติดจะนำข้อมูลที่ได้ไปสืบสวนขยายผล เพื่อติดตามตัวผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
กรมศุลกากรย้ำว่า ยังคงเดินหน้าปกป้องสังคมไทยจากภัยยาเสพติดและสินค้าไม่พึงประสงค์ โดยบูรณาการความร่วมมือกับทุกภาคส่วน ทั้งหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อสร้างความมั่นคงให้ประเทศทั้งด้านเศรษฐกิจและสังคมอย่างยั่งยืน