เงินบาทเปิดเช้านี้ 32.40 บาท/ดอลลาร์ "แข็งค่าเล็กน้อย แทบไม่เปลี่ยนแปลง"
เศรษฐกิจ

เงินบาทเปิดเช้านี้ 32.40 บาท/ดอลลาร์ "แข็งค่าเล็กน้อย แทบไม่เปลี่ยนแปลง"

ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ 32.40 บาท/ดอลลาร์ "แข็งค่าเล็กน้อย แทบไม่เปลี่ยนแปลง" กรุงไทยคาดในช่วง 24 ชั่วโมง จะอยู่ที่ 32.30-32.55 บาท/ดอลลาร์ รอประเมินแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐฯ นโยบาย FED และการสู้รบในตะวันออกกลาง

นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ ที่ระดับ 32.40 บาท/ดอลลาร์ “แข็งค่าขึ้นเล็กน้อย แทบไม่เปลี่ยนแปลง”จากระดับปิดของวันก่อนหน้า ณ ระดับ 32.44 บาท/ดอลลาร์

โดยนับตั้งแต่ช่วงคืนที่ผ่านมา เงินบาท (USDTHB) ทยอยแข็งค่าขึ้นบ้าง แต่โดยรวมยังคงเป็นการเคลื่อนไหวไร้ทิศทางที่ชัดเจน (แกว่งตัวในกรอบ 32.23-32.54 บาทต่อดอลลาร์) สอดคล้องกับการเคลื่อนไหวของเงินดอลลาร์ ที่มีจังหวะย่อตัวลงบ้าง หลังบรรดาผู้เล่นในตลาดเริ่มทยอยเปิดรับความเสี่ยง ตามรายงานข่าวว่า เรือบรรทุกน้ำมันบางส่วนสามารถเดินทางผ่านช่องแคบ Hormuz ได้ อีกทั้ง ทางบรรดาประเทศสมาชิก IEA อย่าง ญี่ปุ่น ได้เริ่มทยอยระบายน้ำมันจากคลังสำรอง และทาง IEA ยังได้ระบุว่า บรรดาประเทศสมาชิกพร้อมระบายน้ำมันจากคลังสำรองเพิ่มเติมได้ ซึ่งภาพดังกล่าวได้ชะลอการปรับตัวขึ้นต่อเนื่องของราคาน้ำมันดิบในช่วงที่ผ่านมา พร้อมทั้งกดดันให้ ราคาน้ำมันดิบย่อตัวลงบ้าง ทั้งนี้ ในช่วงเช้าของตลาดการเงินเอเชีย เงินดอลลาร์และราคาน้ำมันดิบเริ่มทยอยรีบาวด์สูงขึ้นบ้าง กดดันให้เงินบาทพลิกกลับมาทยอยอ่อนค่าลงอีกครั้ง แต่ยังคงเคลื่อนไหวต่ำกว่าโซนแนวต้านสำคัญ 32.50 บาทต่อดอลลาร์

สำหรับในช่วง 24 ชั่วโมงหลังจากนี้ ผู้เล่นในตลาดจะรอประเมินแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐฯ และทิศทางการดำเนินนโยบายการเงินของ FED จากรายงานข้อมูลเศรษฐกิจ อาทิ ยอดการจ้างงานภาคเอกชนรายสัปดาห์ โดย ADP และยอดการทำสัญญาขายบ้านที่รอปิดการขาย (Pending Home Sales) เป็นต้น

ทางฝั่งยุโรป ผู้เล่นในตลาดจะรอลุ้น รายงานดัชนีความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจของยูโรโซน และเยอรมนี ในเดือนมีนาคม (ZEW Economic Sentiment)

ส่วนทางฝั่งญี่ปุ่น ในช่วงเช้าราว 06.50 น. ตามเวลาประเทศไทย ผู้เล่นในตลาดจะรอลุ้น รายงานยอดการส่งออกและนำเข้า (Exports & Imports) ในเดือนกุมภาพันธ์

และนอกเหนือจากปัจจัยข้างต้น บรรดาผู้เล่นในตลาดจะรอติดตามพัฒนาการของสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลาง ที่ยังมีความไม่แน่นอนอยู่สูง (ทำให้การประเมินแนวโน้มของตลาดการเงิน ควรมองเป็น Scenario Analysis ตามที่เราได้วิเคราะห์แต่ละ Scenario ในสัปดาห์ก่อนหน้า)

สำหรับ แนวโน้มของค่าเงินบาท โมเมนตัมการอ่อนค่าของเงินบาท (USDTHB) ยังคงมีกำลังอยู่ ทำให้เราคงมุมมองเดิมว่า เงินบาทยังมีความเสี่ยงอ่อนค่าลงต่อได้ ทว่า การเคลื่อนไหวของเงินบาทยังคงผันผวนสูงกว่าปกติอย่างมีนัยสำคัญ และเรายอมรับว่า เงินบาทมีความเสี่ยง Two-Way Risk หรือพร้อมเคลื่อนไหวได้ทั้งสองทิศทาง ขึ้นกับพัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ทำให้เราขอย้ำมุมมองเดิมว่า ผู้เล่นในตลาดควรใช้การประเมินสถานการณ์แบบ Scenario Analysis และควรใช้กลยุทธ์ Options เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน ในช่วงที่ตลาดการเงินผันผวนสูง

ทั้งนี้ แม้ว่า เงินบาทจะมีความเสี่ยงอ่อนค่าลงบ้าง แต่การอ่อนค่าของเงินบาทอาจชะลอลงได้แถวโซนแนวต้านสำคัญ 32.50 บาทต่อดอลลาร์ เมื่อประเมินจากโฟลว์ธุรกรรมของผู้เล่นในตลาด โดยเฉพาะฝั่งผู้ส่งออกที่อาจรอทยอยขายเงินดอลลาร์ในโซนดังกล่าวและปัจจัยเชิงเทคนิคัล แต่หากสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ทวีความรุนแรงมากขึ้นและเสี่ยงยืดเยื้อกว่าคาด (นานเกิน 5 สัปดาห์ ซึ่งเป็นกรอบระยะเวลาที่ ประธานาธิบดี Donald Trump ได้ระบุไว้) เงินบาทอาจสามารถอ่อนค่าลงต่อได้ไม่ยาก โดยจะมีโซนแนวต้านถัดไปในช่วง 32.80-33.00 บาทต่อดอลลาร์ ได้

นอกจากนี้ ในช่วงระหว่างวัน เงินบาทอาจเผชิญแรงกดดันฝั่งอ่อนค่าเพิ่มเติมได้ หากบรรดานักลงทุนต่างชาติยังคงเดินหน้าขายสินทรัพย์ไทยต่อเนื่อง ทว่า แรงขายจากบรรดานักลงทุนต่างชาติอาจเริ่มชะลอลงได้ และหากพัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลางมีทิศทางที่อาจทยอยคลี่คลายลง อาจทำให้นักลงทุนต่างชาติ เริ่มกลับมาสนใจสินทรัพย์ไทยมากขึ้น โดยเฉพาะในส่วนของบอนด์ของไทย ซึ่งบอนด์ยีลด์ทั้งระยะสั้นและระยะยาวได้ปรับตัวสูงขึ้นพอสมควร จากระดับคาดการณ์ และระดับ Fair Value จากการประเมินของเรา ในกรณีที่ หากธนาคารแห่งประเทศไทย สามารถคงดอกเบี้ยไว้ที่ระดับ 1.00% ทั้งปีนี้

มองกรอบเงินบาทในช่วง 24 ชั่วโมง คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 32.30-32.55 บาท/ดอลลาร์

You can share this post!