บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTC รายงานผลประกอบการไตรมาส 1/2569 มีกำไรสุทธิ 2,171 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ยังเผชิญแรงกดดันจากปัจจัยภายนอก สะท้อนความแข็งแกร่งของโมเดลธุรกิจที่เน้นบริหารพอร์ตสินเชื่อเชิงคุณภาพ ควบคู่การควบคุมความเสี่ยงและวินัยทางการเงินอย่างเข้มงวด
นางพิทยา วรปัญญาสกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร KTC เปิดเผยว่า แม้อุตสาหกรรมสินเชื่อผู้บริโภคยังเผชิญความท้าทายจากเศรษฐกิจและความระมัดระวังในการปล่อยสินเชื่อ แต่บริษัทยังสามารถรักษาส่วนแบ่งตลาดได้ในทุกผลิตภัณฑ์ โดยส่วนแบ่งลูกหนี้บัตรเครดิตอยู่ที่ 14.5% ขณะที่สัดส่วนการใช้จ่ายผ่านบัตรเพิ่มขึ้นเป็น 13.4% และสินเชื่อบุคคลขยับขึ้นเป็น 4.2%
สำหรับพอร์ตสินเชื่อรวมอยู่ที่ 107,841 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.7% โดยบริษัทยังคงเน้นการเติบโตอย่างระมัดระวัง ให้ความสำคัญกับคุณภาพลูกหนี้เป็นหลัก ส่งผลให้อัตราหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) อยู่ในระดับต่ำที่ 1.93% สะท้อนประสิทธิภาพในการบริหารคุณภาพสินทรัพย์
ด้านรายได้รวมอยู่ที่ 6,889 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.8% โดยมีแรงหนุนจากรายได้ค่าธรรมเนียม ขณะที่ค่าใช้จ่ายรวมลดลง 6.0% จากการบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ และผลขาดทุนด้านเครดิตที่ลดลง ส่งผลให้อัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ (Cost to Income Ratio) อยู่ที่ 35.0% ปรับลดลงเล็กน้อยจากปีก่อน
ในด้านโครงสร้างเงินทุน KTC ยังคงมีความแข็งแกร่ง โดยมีอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E) อยู่ที่ 1.30 เท่า ลดลงจาก 1.58 เท่า และมีวงเงินสินเชื่อที่ยังไม่ใช้กว่า 25,550 ล้านบาท สะท้อนความยืดหยุ่นทางการเงินและศักยภาพรองรับการเติบโตในอนาคต
สำหรับทิศทางปี 2569 บริษัทตั้งเป้าการเติบโตของการใช้จ่ายผ่านบัตร 5% และการขยายตัวของพอร์ตสินเชื่อรวม 1–2% โดยยังคงยึดแนวทางบริหารความเสี่ยงอย่างรอบคอบ รักษาคุณภาพสินทรัพย์ และเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้มีส่วนได้เสียในระยะยาว