TRUE ควง Google ประกาศสงครามความเหลื่อมล้ำดิจิทัล เปิดตัวโครงการ "AI for All Thais" บูรณาการหลักสูตร Gemini ลงมหาวิทยาลัย 20 แห่งทั่วประเทศ นับหน่วยกิตจริงครั้งแรก ด้าน “ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์”รมว.อว. ย้ำชัดไทยติดหล่มรายได้ปานกลางเพราะขาด "Professional AI" ถึง 80,000 คน มั่นใจความร่วมมือครั้งนี้คือ "ทางรอด" ไม่ใช่ทางเลือก เตรียมปั้นไทยสู่ AI Hub ของภูมิภาค ตั้งเป้า 20 ล้านคนต้อง AI Literacy ท้าชนคอร์รัปชันด้วยเทคโนโลยี

นายซิกเว่ เบรกเก้ ประธานคณะผู้บริหารกลุ่มบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัก(มหาชน) หรือ TRUE เปิดเผยว่า ได้ร่วมกับ Google ประกาศเปิดตัวโครงการ “AI for All Thais” ครั้งแรกในไทย ความร่วมมือระดับประเทศที่มุ่งยกระดับการเข้าถึงการเรียนรู้ด้านปัญญาประดิษฐ์อย่างเท่าเทียม และเร่งพัฒนาศักยภาพบุคลากรไทยสู่ความเป็นเลิศด้าน AI ให้พร้อมสู่อนาคตดิจิทัล บูรณาการการเรียนรู้ AI มาตรฐานสากล เข้าสู่ระบบการศึกษาในระดับมหาวิทยาลัย ทั้ง AI First Citizen การเรียนพื้นฐาน AI ภายใต้ Gemini Academy แบบออฟไลน์และออนไลน์ ที่ทรูพร้อมมอบดาต้าฟรี 10GBสำหรับนิสิตนักศึกษาที่ใช้ทรู-ดีแทค รวมทั้งหลักสูตรพิเศษ AI for Future Workforce ระยะเวลา 45 ชั่วโมง ที่สามารถนับหน่วยกิตได้จริงตลอดจนจัดการแข่งขันด้าน AI ทั้งในระดับมหาวิทยาลัยและระดับประเทศ โดยผสานความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาคเอกชนโดยทรู ที่มุ่งเชื่อมเทคโนโลยี AI ด้วยหัวใจ ร่วมกับ Googleผู้นำเทคโนโลยีระดับโลก และการสนับสนุนเชิงนโยบายจากกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) รวมถึงสถาบันการศึกษาชั้นนำทั่วประเทศ เพื่อร่วมกันสร้างระบบนิเวศด้าน AI ที่แข็งแกร่ง และยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศไทยในระยะยาว

หัวใจสำคัญของโครงการ คือการเปิดตัวหลักสูตร AI for Future Workforce ที่สามารถนับหน่วยกิตได้จริง ซึ่งจะถูกบูรณาการเข้าในหลักสูตรการเรียนของมหาวิทยาลัย ถือเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับการเรียน AI จากการสร้างการรับรู้ สู่การลงมือปฏิบัติจริงในระบบการศึกษา โดยโครงการนี้จะดำเนินการร่วมกับ มหาวิทยาลัยชั้นนำ นำร่องกว่า 20 แห่งและขยายสู่ทั่วประเทศต่อไป เพื่อเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้เรียนรู้และพัฒนาทักษะ AI ในเชิงปฏิบัติ ควบคู่กับการเรียนในหลักสูตร พร้อมทั้งสนับสนุนให้มหาวิทยาลัยสามารถนำเนื้อหาการเรียนรู้ด้าน AI ที่ได้มาตรฐานสากลไปบูรณาการในหลักสูตรได้อย่างเป็นระบบ โดยได้รับการสนับสนุนจากกระทรวงอว.

ทั้งนี้องค์กรจากหลากหลายอุตสาหกรรมทั่วโลกต่างเห็นตรงกันว่า อุปสรรคสำคัญที่สุดของการนำ AI มาใช้ให้เกิดประโยชน์อย่างแท้จริง ไม่ใช่เรื่องของเทคโนโลยี แต่คือทักษะของผู้คน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ศักยภาพของ AI ยังไม่ถูกปลดล็อกได้อย่างเต็มที่ ในขณะที่ทรู คอร์ปอเรชั่น กำลังเปลี่ยนผ่านสู่การเป็นองค์กร AI-First เราตั้งใจขับเคลื่อน “AI for All” เพื่ออัปสกิลคนไทยด้วยทักษะที่จำเป็นต่ออนาคต เตรียมกำลังคนให้พร้อมสำหรับตลาดแรงงานยุคใหม่ ทำให้ AI เข้าถึงได้ในราคาที่เหมาะสม ควบคู่ไปกับการยึดมั่นในหลักการใช้ AI อย่างมีความรับผิดชอบ โดยตั้งเป้าเสริมศักยภาพให้คนไทย 12 ล้านคนภายในปี 2573

“ทั้งหมดนี้เริ่มต้นจากพนักงานทรู ในปีนี้ เราจะปูพื้นฐานให้พนักงานทุกคนมีความเข้าใจด้าน AI และเราจะเดินหน้าต่อยอดขีดความสามารถของพนักงานอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่การนำ AI มาประยุกต์ใช้ในงาน ไปจนถึงการพัฒนาโซลูชันและนวัตกรรมที่ขับเคลื่อนด้วย AI เพื่อสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจอย่างเป็นรูปธรรม โดยมีหลักการใช้ AI อย่างมีความรับผิดชอบเป็นหัวใจสำคัญในทุกๆ ระดับการเรียนรู้ ยิ่งไปกว่านั้น ความร่วมมือกับพาร์ทเนอร์ระดับโลกอย่าง Google ทำให้เราขยายผลพัฒนาทักษะด้าน AI ให้ก้าวไกลกว่าคนในองค์กร เสริมศักยภาพคนไทยให้พร้อมก้าวเป็นกำลังคนแห่งอนาคต ในภูมิทัศน์ใหม่ที่กำลังถูกเปลี่ยนผ่านด้วยเทคโนโลยี AI”นายซิกเว่ กล่าว
โครงการ “AI for All Thais” ของทรู ครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนระบบนิเวศด้าน AI ของเครือเจริญโภคภัณฑ์ ภายใต้ CP Center of Excellence (CP-CoE) ณ True Digital Park ซึ่งทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางด้าน Digital & AI และ Data Infrastructure เพื่อพัฒนาองค์ความรู้ นวัตกรรม และกำลังคนด้าน AI อย่างครบวงจร โดยเชื่อมโยงความร่วมมือระหว่างภาคธุรกิจ เทคโนโลยี และการศึกษา เพื่อร่วมกันเร่งสร้างขีดความสามารถด้าน AI ให้กับประเทศไทยในระยะยาว
โครงการนี้สะท้อนความร่วมมือของทุกภาคส่วนในการขับเคลื่อนการเรียนรู้ด้าน AI ในระดับประเทศ โดยทรู นำศักยภาพด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและระบบนิเวศขององค์กร มาสนับสนุนการเรียนรู้ในวงกว้าง เชื่อมโยงนักศึกษา สถาบันการศึกษา และแพลตฟอร์มดิจิทัลเข้าด้วยกัน
ขณะที่ Google สนับสนุนองค์ความรู้และหลักสูตรที่ออกแบบมาเพื่อช่วยให้นักศึกษาใช้งาน Generative AI ได้อย่างปลอดภัย พร้อมยกระดับความคิดสร้างสรรค์และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานด้วย Gemini และกระทรวง อว. ทำหน้าที่กำหนดทิศทางเชิงนโยบาย พร้อมสนับสนุนการบูรณาการ AI เข้าสู่ระบบอุดมศึกษา ขณะที่มหาวิทยาลัยเป็นกำลังสำคัญในการนำ AI ไปประยุกต์ใช้ในการเรียนการสอน และส่งเสริมนวัตกรรมจากการลงมือปฏิบัติจริง

ศาสตราจารย์ ดร. ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เปิดเผยว่า ท่ามกลางมรสุมเศรษฐกิจโลกที่ยังคงผันผวนจากปัญหาภูมิรัฐศาสตร์และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ภัยพิบัติธรรมชาติ รวมถึงกระแส Technology Disruption ที่รุนแรงกว่าครั้งไหน ๆโดยยุทธศาสตร์ที่จะดึงประเทศไทยพ้นจาก “ประเทศรายได้ปานกลาง” ที่ติดหล่มมาตั้งแต่เกิด ด้วยการใช้ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence : AI) เป็นเครื่องยนต์หลักในการขับเคลื่อนประเทศ
โดยความร่วมมือกับยักษ์ใหญ่เทคโนโลยีอย่าง Google และ True คือหัวใจสำคัญของการอยู่รอดคือ AI Literacy ด้วยการตั้งเป้าหมายเชิงรุกภายใน 4 ปีข้างหน้า จะต้องทำให้ 1 ใน 3 ของคนไทย หรือประมาณ 20 ล้านคน มีความเข้าใจและทักษะการใช้ AI พื้นฐาน เพื่อเปลี่ยนจากระดับ "ความมืด" ไปสู่ "แสงสว่าง" ทางเศรษฐกิจ แม้ปัจจุบันอัตราการนำ AI มาใช้ (AI Adoption) ในปีที่ผ่านมาจะยังไม่ถึง 20% แต่เชื่อมั่นว่าโครงการความร่วมมือครั้งนี้จะปิดช่องว่าง (Gap) ดังกล่าวได้
ทัังนี้ที่ผ่านมาปัญหาใหญ่ที่นักลงทุนต่างชาติกังวลคือ ไทยขาดแคลนแรงงานระดับ Professional ด้าน AI ถึง 80,000 คน ซึ่งจำนวนที่มีอยู่ในปัจจุบันยังห่างไกลจากเป้าหมายมาก จึงอยากเสนอแนวคิด “AI for Life Long Learning” ชวนมหาวิทยาลัยปรับตัวจากการดูแลแค่ปลูกฝังนิสิตนักศึกษา มาเป็นการอัปสกิล (Upskill) คนทุกช่วงวัยผ่านระบบ Credit Bank

“ในยุคที่เทคโนโลยีพลิกโฉมโลกอย่างฉับพลัน การพัฒนากำลังคนด้าน AI ไม่ใช่เพียงแค่ทางเลือก แต่คือ 'วาระแห่งชาติ' ที่เราต้องเร่งขับเคลื่อน ท่ามกลางความท้าทายที่ประเทศไทยยังคงขาดแคลนบุคลากรด้านนี้สูงถึง 80,000 คน และการประยุกต์ใช้ในองค์กรที่ยังอยู่ในวงจำกัด กระทรวง อว. จึงขอประกาศความมุ่งมั่นในการเป็นฟันเฟืองหลักเพื่อพลิกวิกฤตินี้ให้เป็นโอกาส เราพร้อมให้การสนับสนุนและผลักดันโครงการนี้อย่างเต็มกำลัง เพื่อติดอาวุธทางทักษะดิจิทัลแห่งอนาคต ยกระดับระบบการเรียนรู้ และเตรียมความพร้อมให้คนไทยสามารถยืนหยัดแข่งขันบนเวทีโลกได้อย่างแข็งแกร่งและสง่างาม ภาพความร่วมมือระดับประเทศที่เกิดขึ้นในวันนี้ คือบทพิสูจน์อันทรงพลังของการ Synergistic ระหว่างภาครัฐ ภาคการศึกษา และภาคอุตสาหกรรม โดยกระทรวง อว. มีเป้าหมายที่ชัดเจนในการนำ AI เข้าไปบูรณาการในหลักสูตรการศึกษาอย่างเป็นรูปธรรม เราจะสร้างเส้นทางการเรียนรู้ที่ครอบคลุมตั้งแต่การปูพื้นฐาน ไปจนถึงการเจียระไนผู้เชี่ยวชาญระดับสูง เพื่อสร้างสรรค์บุคลากรที่มีศักยภาพและพร้อมปฏิบัติงานจริง การผนึกกำลังในครั้งนี้ไม่เพียงแต่ตอบโจทย์ความต้องการของตลาดในปัจจุบัน แต่ยังเป็นการวางรากฐานที่มั่นคง เพื่อนำพาประเทศไทยก้าวทะยานสู่เศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม AI อย่างยั่งยืนในระยะยาว คนที่มีทักษะอยู่แล้ว แค่เติม AI เข้าไปนิดเดียว จะกลายเป็น ‘เสือติดปีก’ ทันทีซึ่งการสร้าง AI Innovation Ecosystem ที่เชื่อมโยงนักคิดเข้ากับนักปฏิบัติ (Venture Builder) เพื่อให้เกิด AI Startup ที่เติบโตได้จริงจากแหล่งเงินทุน VC และ Angel Fund”ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน กล่าว

ศาสตราจารย์ ดร. ยศชนัน กล่าวเพิ่มเติมว่า รัฐบาลมีแผนจะเปลี่ยนไทยให้เป็นฮับของ AI Infrastructure ตั้งแต่โรงงานผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์, Data Storage ไปจนถึงการพัฒนาชิปประมวลผล (Photonic Chip) และเซ็นเซอร์ต่างๆโดยจะใช้พื้นที่โครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor : EEC) เป็น Sandbox ในการเปลี่ยนผ่านอุตสาหกรรมยานยนต์เดิมไปสู่ Physical AI หรือหุ่นยนต์อัจฉริยะ ทั้งในภาคเกษตรและการแพทย์
นอกจากนี้ ไทยยังจะใช้ประโยชน์จาก “ข้อมูลที่มีอัตลักษณ์เฉพาะ“(Uniqueness)เช่น ข้อมูลโรคเขตร้อน ข้อมูลการเกษตร และข้อมูลศิลปวัฒนธรรม เพื่อดึงดูดให้บริษัทระดับโลกอย่าง Google หรือบริษัทจากญี่ปุ่นและเกาหลี สนใจเข้ามาลงทุนในรูปแบบการวิจัยและพัฒนา (Research and Development : R&D) ในไทย มากกว่าแค่การใช้ไทยเป็นตลาดผู้บริโภค
อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญคือการใช้ AI เข้ามาจัดการปัญหา คอร์รัปชัน โดยเฉพาะเรื่องการตรวจสอบผลประโยชน์ทับซ้อน (Beneficial Ownership) และการคัดกรองกลุ่มทุนที่เข้ามาแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุนอยากเข้ามาทำธุรกิจในไทยมากขึ้น

และเพื่อให้แผนงานนี้ยั่งยืน รัฐบาลเตรียมออกมาตรการสนับสนุนภาคเอกชนและนักวิจัย ดังนี้:
-เร่งรัดบัญชีนวัตกรรม: เพื่อให้ผลงาน AI ถูกนำไปใช้งานในภาครัฐได้เร็วขึ้น
-Speed Up IP/Patent: เร่งกระบวนการจดสิทธิบัตรและทรัพย์สินทางปัญญาให้รวดเร็ว เพื่อคุ้มครองงานวิจัยและดึงดูดเม็ดเงินลงทุน
-Global Standard: ร่วมมือกับ Google ยกระดับมาตรฐานผลิตภัณฑ์ AI ของไทยให้เป็นที่ยอมรับทั่วโลก จนอาจนำไปสู่การซื้อกิจการ (Acquire) หรือร่วมลงทุนจากยักษ์ใหญ่เทคโนโลยี
“ถ้าคนไทยไม่รู้เรื่อง AI เราจะไปข้างหน้าไม่ได้ และ GDP ของเราจะเล็กลงเรื่อย ๆ” ศ.ยศชนันกล่าวทิ้งท้าย พร้อมยืนยันว่านี่ไม่ใช่แค่เรื่องการศึกษา แต่คือเรื่อง ‘ปากท้อง’ และความอยู่รอดของประเทศไทยในศตวรรษที่ 21”ศาสตราจารย์ ดร. ยศชนัน กล่าว

นางศารณีย์ บุญฤทธิ์ธงไชย ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด ผลิตภัณฑ์สำหรับผู้บริโภค ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และเอเชียใต้ Google กล่าวว่า ในปี 2561 Google ได้ประกาศความมุ่งมั่นอันแน่วแน่ภายใต้พันธกิจ “Leave No Thai Behind” ซึ่ง Google ได้ยึดเป็นแนวทางหลักในการดำเนินโครงการต่างๆ ของเรามาโดยตลอด เพื่อให้มั่นใจว่าคนไทยทุกคนได้รับโอกาสในการเติบโตและก้าวหน้าในยุคดิจิทัล ในวันนี้ พันธกิจที่สำคัญของเราได้ก้าวขึ้นไปอีกขั้นผ่านความร่วมมือกับทรู การนำความเชี่ยวชาญด้าน AI ระดับโลกของ Google มาเสริมความรู้และทักษะให้กับนักศึกษาไทยจะช่วยลดช่องว่างด้านทักษะดิจิทัล พร้อมทั้งเตรียมความพร้อมให้พวกเขาสามารถเติบโตในยุคของเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วย AI เรามุ่งมั่นที่จะเสริมสร้างศักยภาพให้กับคนรุ่นใหม่ เพื่อให้พวกเขาสามารถใช้งาน Generative AI ได้อย่างปลอดภัย ควบคู่ไปกับการยกระดับความคิดสร้างสรรค์และประสิทธิภาพในการเรียนรู้ ผ่านโครงการต่างๆ เช่น Gemini Academy for Students และหลักสูตร AI Literacy & Safety Modules
ภายใต้โครงการ “AI for All Thais” ทรูและพันธมิตรได้ร่วมกันออกแบบการเรียนรู้ด้าน AI แบบครบวงจร ครอบคลุมตั้งแต่การสร้างพื้นฐานไปจนถึงการประยุกต์ใช้จริงในระดับมหาวิทยาลัย เพื่อเปิดโอกาสให้นิสิตนักศึกษาได้เรียนรู้และพัฒนาทักษะ AI อย่างเป็นรูปธรรม

โดยโครงการ AI for All Thais แบ่งออกเป็น 2 ระยะสำคัญ ได้แก่
ระยะที่ 1: AI First Citizen
มุ่งเน้นการสร้างพื้นฐานความรู้และการเข้าถึง AI ภายใต้ Gemini Academy ที่เปิดโอกาสให้เรียนรู้AI Safety & Digital Literacy รวมถึงพื้นฐานการเขียนคำสั่ง Prompt Engineering ผ่านการเรียนรู้ทั้งรูปแบบออฟไลน์และออนไลน์ พร้อมรับดาต้าฟรี10GB เรียนออนไลน์สำหรับนิสิตนักศึกษาที่ใช้งานทรูดีแทค เพื่อให้ผู้เรียนสามารถเข้าถึงการเรียนรู้ได้อย่างทั่วถึง นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมChallenge จัดการแข่งขัน ประยุกต์ใช้ AI ในหัวข้อ“AI for Daily Life” และ “AI for Society” ให้นิสิตนักศึกษาได้ใช้งานจริง โดยผู้ชนะ 5 ท่านจะได้เปิดประสบการณ์ระดับสากลเข้าร่วมศึกษาดูงาน ณ Google ประเทศสิงคโปร์
ระยะที่ 2: หลักสูตรพิเศษ AI for Future Workforce
หลักสูตร AI ระยะเวลา 45 ชั่วโมงที่ทรู และ Google ร่วมกันออกแบบโดยเฉพาะ เพื่อความรอบรู้ด้านปัญญาประดิษฐ์สำหรับการทำงานในอนาคต โดยจะเข้าสู่ระบบการเรียนการสอนของมหาวิทยาลัย และสามารถนับหน่วยกิตได้จริง อีกทั้งมีโครงการ Train-the-Trainer อาจารย์ ตลอดจนจัดการแข่งขันด้าน AI ทั้งในระดับมหาวิทยาลัยและระดับประเทศ โดยผู้ชนะ 4 ทีม รวม 16 ท่านจะได้รับโอกาสเข้าร่วมศึกษาดูงาน ณ Google ประเทศสิงคโปร์ เช่นเดียวกัน