“PROUD” อัดงบ 6 พันล้าน พลิกโฉม “ทรู อารีน่า หัวหิน”- จ่อซื้อที่ดินแปลงพีค ย่าน CBD ผุดคอนโดฯหรู มั่นใจพอร์ต Backlog 5.3 พันล้าน ดันกำไรพุ่งทะลุกราฟ
อสังหาริมทรัพย์

“PROUD” อัดงบ 6 พันล้าน พลิกโฉม “ทรู อารีน่า หัวหิน”- จ่อซื้อที่ดินแปลงพีค ย่าน CBD ผุดคอนโดฯหรู มั่นใจพอร์ต Backlog 5.3 พันล้าน ดันกำไรพุ่งทะลุกราฟ

“พราว เรียล เอสเตท” ลั่นกลองรบครึ่งปีหลัง 2569 ประกาศปัดฝุ่นที่ดินผืนงามกว่า 7 ไร่ในสนาม “ทรู อารีน่า หัวหิน” ผุดโปรเจกต์ยักษ์ลักชัวรีคอนโดมิเนียม มูลค่ากว่า 3,000 ล้านบาท หวังฮุบดีมานด์ตลาดยุโรป-เอเชียกระเป๋าหนัก  พร้อมเปย์งบซื้อที่ดินแปลงใหม่ย่าน CBD อีก 2,500- 3,000 ล้านบาท ด้าน"รมย์ คอนแวนต์ยอดจองถล่มทลายกว่า 90% พบกลุ่มเศรษฐีกระเป๋าหนักควักเงินสดซื้อกว่า 40% ปลื้มไตรมาสแรกตุนกำไรเน้นๆ ทะยานรับรู้รายได้ครึ่งปีหลังเพียบ ส่องพอร์ตโอน “รมย์ คอนแวนต์-เวหา หัวหิน” มาร์จิ้นสูงลิ่ว ดัน Backlog รวม 5,300 ล้านบาท

 

นางสาวพราวพุธ ลิปตพัลลภ กรรมการบริหาร บริษัท พราว เรียล เอสเตท จำกัด(มหาชน) หรือ PROUD เปิดเผยถึงภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ในครึ่งปีหลัง 2569 ยังเผชิญสภาวะ “ชะลอตัว”ในบางเซกเมนต์ แต่พราว เรียล เอสเตทฯ สามารถพิสูจน์ให้เห็นว่า สินค้าที่ใช่บนทำเลที่ถูกต้องและมีบริการที่เหนือระดับ ยังคงเป็นที่ต้องการของตลาด โดยเฉพาะที่อยู่อาศัยในระดับลักชัวรี แม้ภาพรวมตลาดที่อยู่อาศัยอาจจะชะลอตัวไปบ้าง แต่ดีมานด์ในตลาดยังมีอยู่อย่างต่อเนื่อง เพียงแต่ใช้เวลาในการตัดสินใจและเลือกซื้อนานมากขึ้น จากในอดีตจะใช้ระยะเวลาเพียง 1-2 เดือน แต่ปัจจุบันใช้ระยะเวลาตั้งแต่ 3 เดือนขึ้นไป ซึ่งลูกค้ากลุ่มดังกล่าวไม่ได้พิจารณาเพียงแค่สินค้า และยังให้ความสำคัญกับบริการ และความต้องการอยู่อาศัยจริง อีกทั้งลูกค้าในกลุ่มนี้ยังมีศักยภาพในการซื้อ

 

สำหรับแผนการดำเนินงานของบริษัทฯในปี 2569 นี้ ยังคงจะมีการลงทุนในพื้นที่ใจกลางธุรกิจ (CBD) และหัวเมืองท่องเที่ยว โดยจะมีการเปิดตัวโครงการใหม่ที่หัวหิน เพื่อต่อยอดความสำเร็จในตลาด Branded Residences ที่กำลังเป็นเทรนด์หลักในการดึงดูดเม็ดเงินจากทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งเป็นการนำที่ดินส่วนหนึ่งพื้นที่กว่า 7 ไร่ จากทั้งหมดเกือบ 40 ไร่ ใน “สนามทรู อารีน่า หัวหิน” มาพัฒนาคอนโดมิเนียม จำนวน 1 อาคาร มูลค่าโครงการกว่า 3,000 ล้านบาท ขณะนี้อยู่ในระหว่างการออกแบบ จึงยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ คาดว่าจะสามารถเปิดตัวได้ประมาณปลายปี 2569 นี้

นอกจากนี้ยังเตรียมงบประมาณ 2,500-3,000 ล้านบาท ในการลงทุนซื้อที่ดินใหม่เข้ามา โดยบริษัทกำลังอยู่ในช่วงเจรจาซื้อที่ดินในย่าน CBD กับเจ้าของที่ดินประมาณ 2-3 แปลง เพื่อพัฒนาโครงการใหม่ในอนาคต ซึ่งคงเลือกเพียงแปลงเดียว คาดว่าจะได้ข้อสรุปในเร็วๆนี้

ด้านพื้นที่ศูนย์กลางธุรกิจ (CBD) กรุงเทพมหานคร พบว่า “สีลม-สาทร” ซึ่งถือว่าเป็นทำเลดั้งเดิมของกรุงเทพฯ ยังได้รับความสนใจอย่างต่อเนื่อง และกำลังกลับมาโดดเด่นอีกครั้งจากการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและโครงการมิกซ์ยูสขนาดใหญ่ ทั้งศูนย์การค้า อาคารสำนักงานเกรดเอ โรงแรมระดับลักชัวรี รวมถึงการเชื่อมต่อพื้นที่สีเขียวของสวนลุมพินี

ข้อมูลจาก CBRE ระบุว่า ตั้งแต่ปี 2566 เป็นต้นมา ซัพพลายคอนโดมิเนียมใหม่ในย่านสาทร–สีลม มีจำนวนจำกัดอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากที่ดินพัฒนาโครงการใหม่เหลือน้อยลง ขณะที่อัตราการดูดซับยังอยู่ในระดับสูง โดยเฉพาะที่ดินในรูปแบบ Freehold ในซอยคอนแวนต์ที่แทบจะไม่มีการพัฒนาใหม่มานานกว่า 10 ปี ส่งผลให้ราคาขายเฉลี่ยในพื้นที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นถึง 24.7% ด้านดีมานด์ยังคงแข็งแกร่งจากทั้งผู้ซื้อชาวไทยและต่างชาติ โดยเฉพาะกลุ่มผู้บริหาร นักลงทุน และผู้เชี่ยวชาญจากองค์กรข้ามชาติที่ต้องการที่อยู่อาศัยในย่านศูนย์กลางธุรกิจ ส่งผลให้ตลาดเช่าในพื้นที่ยังมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง เมื่อเทียบรายปี (ไตรมาส 1/2569 และ ไตรมาส 1/2568) ซึ่งถือเป็นอัตราการเติบโตที่สูงที่สุดเมื่อเทียบกับโซนอื่นๆ ในกรุงเทพฯ ปัจจุบันราคาเฉลี่ยโครงการ บนที่ดิน Freehold รอบข้างพุ่งสูงถึง 500,000-600,000 บาทต่อตารางเมตร ในขณะที่ โครงการ “รมย์ คอนแวนต์” (ROM Convent) ที่เปิดตัวด้วยราคาที่เข้าถึงได้มากกว่าที่ประมาณไม่ถึง 300,000 บาทต่อตารางเมตร ส่งผลให้โครงการมีกระแสตอบรับดีเยี่ยมจนมียอดขายสูงถึง 90% ของมูลค่าโครงการรวม 4,150 ล้านบาท

 

โครงการ "รมย์ คอนแวนต์"ตั้งอยู่ในซอยคอนแวนต์ ตรงข้ามกับโรงพยาบาลบีเอ็นเอช บนพื้นที่ 1 ไร่เศษ พัฒนาในรูปแบบของคอนโดฯ สูง 32 ชั้น จำนวน 1 อาคาร พื้นที่ใช้สอยตั้งแต่ 34.5-468 ตารางเมตร โดยเปิดขายเมื่อปี 2566 ราคาขายเริ่มต้นที่ 18.6-163.7 ล้านบาท หรือราคาเฉลี่ย 280,000 บาทต่อตารางเมตร จำนวน 175 ยูนิต มูลค่าโครงการ 4,150 ล้านบาท ปัจจุบันราคาขายปรับตัวขึ้นไปถึง 12-20% และการก่อสร้างเสร็จเรียบร้อยแล้ว และเริ่มส่งมอบห้องชุดให้ลูกค้าไปแล้วประมาณ 10-20% ตั้งแต่ต้นเดือนมิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา

“โครงการ รมย์ คอนแวนต์’ ถือเป็นบทพิสูจน์สำคัญของแนวคิด Redefine Luxury Wellness Building ซึ่งตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพสูงสุดในย่าน CBD สีลม-สาทร โดยโครงการนี้มีความโดดเด่นจากการเป็นความร่วมมือกันระหว่างผู้พัฒนาอสังหาฯ และโรงพยาบาล BNH เพื่อออกแบบการใช้ชีวิตที่ส่งเสริมสุขภาพตั้งแต่วันแรก ไม่ใช่เพียงแค่บริการเสริม ซึ่งถือเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้โครงการได้รับความสนใจอย่างมาก จากกลุ่มเป้าหมาย” นางสาวพราวพุธ กล่าว

ด้านสถิติผู้ซื้อพบว่าลูกค้าที่ซื้อ แบ่งเป็นชาวไทยถึง 70% และชาวต่างชาติ 30% จากหลากหลายสัญชาติ เช่น ยุโรป, จีน และสิงคโปร์ ที่น่าสนใจคือพบกลุ่มผู้ซื้อด้วยเงินสดสูงถึง 40% สะท้อนถึงกำลังซื้อที่แข็งแกร่งในเซกเมนต์ลักชัวรีที่ไม่หวั่นไหวต่อภาวะเศรษฐกิจที่ซบเซา นอกจากนี้ยังพบดีมานด์จากกลุ่มผู้เช่าที่เป็นผู้ปกครองโรงเรียนชื่อดังในย่านดังกล่าว โดยให้ผลตอบแทนจากการเช่า (Yield) สูงถึง 6-7%ต่อปี โดยหากปล่อยเช่าราคาจะอยู่ที่เริ่มต้น 1,000 บาท/ตารางเมตร/เดือน

 

“หัวใจหลักของ รมย์ คอนแวนต์ คือการดูแลสุขภาพอย่างครบวงจร โดยได้รับมาตรฐานระดับโลกอย่าง Fitwel จากสหรัฐอเมริกา และได้รับการจัดอันดับใน Global Wellness Institute เทียบเท่าโครงการชั้นนำในไมอามีและซาอุดิอาระเบีย, โครงการประกอบด้วยอาคารสูง 32 ชั้น 175 ยูนิต เพียบพร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกกว่า 2,000 ตารางเมตร อาทิ Wellness House ที่มีทีมแพทย์จาก BNH ให้คำปรึกษา, Aqua Symphony สำหรับการผ่อนคลายด้วยน้ำ แสง สี เสียง และ Health Butler ผู้ประสานงานด้านสุขภาพเฉพาะบุคคล อีกจุดเด่นสำคัญของรมย์ คอนแวนต์คือการผสานบริการสุขภาพเข้ากับการอยู่อาศัยผ่านความร่วมมือกับโรงพยาบาล BNH, BeDee by BDMS และ Prompt Solution Management โดยมี Health Butler ผู้ช่วยดูแลสุขภาพประจำโครงการ ทำหน้าที่ประสานงานด้านสุขภาพแบบเฉพาะบุคคล พร้อมบริการ Family Doctor และระบบดูแลฉุกเฉินที่สามารถเข้าถึงทีมแพทย์ได้ภายใน 5 นาที”นางสาวพราวพุธ กล่าว

 

นายภูมิพัฒน์ สินาเจริญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร PROUD กล่าวว่า แนวโน้มผลการดำเนินงานของบริษัทคาดว่าจะเห็นการเติบโตขึ้นตั้งแต่ไตรมาส 2/ 2569  ตามลำดับ หลังจากผลการดำเนินงานในช่วงไตรมาส 1/2569 เป็นไตรมาสต่ำสุดของปี โดยมีรายได้ในไตรมาสแรกที่ 1,260 ล้านบาท และมีกำไรกว่า 54 ล้านล้านบาท ซึ่งในช่วงไตรมาส 2/2569 จะยังมีการทยอยโอนคอนโดมิเนียมที่เข้ามาหนุนรายได้มากขึ้นจากโครงการ ROMM Convent และโครงการเวหา หัวหิน (VEHHA Hua Hin) ที่จะมีการโอนเข้ามามากขึ้น

โดยในส่วนของยอดขายรอโอน (Backlog) ของบริษัทในปัจจุบันอยู่ที่ 5,300 ล้านบาท ซึ่งจะทอยรับรู้รายได้เข้ามาตั้งแต่ไตรมาส 2/2569 เป็นต้นไป ในสัดส่วน 70-80% และส่วนที่เหลือจะทยอยรับรู้ในปีถัดไป ทำให้แนวโน้มของผลการดำเนินงานของบริษัทฯ จะเห็นการปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่องตั้งแต่ไตรมาส 2/2569 เป็นต้นไป และการโอนโครงการในปี 2569 นี้จะมีมาร์จิ้นที่สูงขึ้น เพราะเป็นการโอนโครงการที่บริษัทได้พัฒนาเอง ซึ่งมีมาร์จิ้นที่สูงกว่าโครงการที่บริษัทฯซื้อต่อมาพัฒนา โดยปัจจุบันบริษัทฯ มีโครงการที่อยู่ในการบริหารและพัฒนาทั้งสิ้น 9 โครงการ ครอบคลุมทั้งในกรุงเทพฯ และเมืองท่องเที่ยวสำคัญอย่างหัวหินและภูเก็ต

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

You can share this post!