กรมทางหลวงชนบท (ทช.) เร่งติดตามสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคเหนือ หลังหลายพื้นที่ได้รับผลกระทบจากน้ำหลาก โดย นายพิชิต หุ่นศิริ อธิบดีกรมทางหลวงชนบท เรียกประชุมติดตามสถานการณ์อย่างเร่งด่วน พร้อมกำชับแขวงทางหลวงชนบทในพื้นที่ให้จัดเจ้าหน้าที่ลาดตระเวนและเฝ้าระวังระดับน้ำบริเวณโครงข่ายทางหลวงชนบทอย่างใกล้ชิด

พร้อมสั่งติดตั้ง ป้ายเตือนและไฟกระพริบในพื้นที่เสี่ยง เพื่ออำนวยความสะดวกและเพิ่มความปลอดภัยให้ประชาชนจนกว่าสถานการณ์จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ
สำหรับ จังหวัดน่าน แขวงทางหลวงชนบทน่านได้นำเครื่องจักร วัสดุอุปกรณ์ ถุงกันน้ำท่วม (BIGBAG) ป้ายเตือน และอุปกรณ์อำนวยความปลอดภัย เข้าดำเนินการในพื้นที่ประสบอุทกภัยแล้ว พร้อมติดตั้งป้ายเตือนบริเวณที่มีน้ำท่วม
ล่าสุด ทช. รายงานว่า ในพื้นที่จังหวัดน่านมี เส้นทางที่ไม่สามารถสัญจรผ่านได้ 3 สายทาง และสะพาน 4 แห่ง ขณะที่ 4 สายทางยังสามารถสัญจรผ่านได้ โดยจุดที่ต้องเฝ้าระวัง ได้แก่

เส้นทางไม่สามารถสัญจรผ่านได้
* นน.3007 อ.ท่าวังผา น้ำสูงประมาณ 50 ซม.
* นน.3019 อ.ภูเพียง น้ำสูงประมาณ 100 ซม.
* นน.4020 อ.ภูเพียง–เวียงสา น้ำสูงประมาณ 50 ซม.
* สะพานสบหนอง อ.ท่าวังผา น้ำท่วมตัวสะพานและเชิงลาด สูงประมาณ 170 ซม.
* สะพานหัวเวียงเหนือ–น้ำต้วนพัฒนา อ.ภูเพียง น้ำท่วมเชิงลาด สูงประมาณ 130 ซม.
* สะพานดู่ใต้พัฒนา อ.เมืองน่าน น้ำท่วมเชิงลาด สูงประมาณ 80 ซม.
* สะพานนครน่าน อ.เมือง–ภูเพียง ปิดสะพาน ระดับน้ำประมาณ 110 ซม.

เส้นทางที่ยังสามารถสัญจรผ่านได้
* นน.017 สะพานวังม่วงพัฒนา อ.ปัว
* นน.3026 แยก ทล.101–บ้านน้ำฮาว อ.ปัว–ท่าวังผา
* นน.4020 บริเวณ กม.31+425 พบดินสไลด์ไหล่ทางทรุดตัว แต่ยังผ่านได้
* นน.4002 อ.เวียงสา พบดินสไลด์ไหล่ทางทรุดตัว แต่ยังผ่านได้
อธิบดีกรมทางหลวงชนบทยังสั่งการให้เจ้าหน้าที่ เฝ้าระวังสถานการณ์ต่อเนื่องจนกว่าระดับน้ำจะลดลง จากนั้นให้เร่งสำรวจความเสียหายของผิวทาง โครงสร้างถนน และสะพาน ก่อนนำเครื่องมือเครื่องจักรเข้าฟื้นฟูและซ่อมแซมโดยเร็วที่สุด เพื่อให้ประชาชนกลับมาใช้เส้นทางได้ตามปกติ
นอกจากนี้ ทช. ยังเตรียมให้ความช่วยเหลือประชาชนและบุคลากรของกรมที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม โดยสำนักงานทางหลวงชนบทที่ 17 (เชียงราย) และแขวงทางหลวงชนบทในพื้นที่ เตรียมน้ำดื่ม อาหาร และถุงยังชีพ เพื่อนำไปมอบให้ผู้ประสบภัย เป็นการบรรเทาความเดือดร้อนและสร้างกำลังใจในเบื้องต้น
ทั้งนี้ ทช. จะรายงานสถานการณ์ให้ประชาชนทราบเป็นระยะ พร้อมขอความร่วมมือผู้ใช้ทาง เพิ่มความระมัดระวังในการเดินทางและหลีกเลี่ยงพื้นที่น้ำท่วม หากพบเหตุอุทกภัยหรือความเสียหายบนเส้นทาง สามารถแจ้งแขวงทางหลวงชนบททั่วประเทศ หรือสายด่วนกรมทางหลวงชนบท 1146 ได้ตลอดเวลา