"กองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่า เอ็มเอฟซี อินดัสเตรียล อินเวสเมนท์" (MII) ปิดดีลเข้าลงทุนทรัพย์สินศักยภาพสูง "โครงการ Green Park 1" หลังเปิดขายหน่วยทรัสต์เพิ่มทุนครั้งที่ 1 ระหว่าง 14-23 ก.ย. 69 จำนวน 73 ล้านหน่วย ราคาเสนอขาย 5.70 บาท/หน่วย นักลงทุนให้การตอบรับจองซื้ออย่างล้นหลาม ตอกย้ำความมั่นใจศักยภาพทรัพย์สินบน 4 ทำเลโลจิสติกส์และอุตสาหกรรมสำคัญของประเทศ ชูอัตราการเช่ากว่า 90% คาดหน่วยทรัสต์ใหม่พร้อมเข้าซื้อขาย 5 ต.ค. 69 นี้

นายธนโชติ รุ่งสิทธิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน เอ็มเอฟซี จำกัด (มหาชน) หรือ MFC ในฐานะผู้จัดการกองทรัสต์ของ "ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่า เอ็มเอฟซี อินดัสเตรียล อินเวสเมนท์" หรือ กองทรัสต์ MII เปิดเผยว่า หลังจากกองทรัสต์ MII ได้เสนอขายหน่วยทรัสต์เพิ่มทุนครั้งที่ 1 จำนวน 73 ล้านหน่วย ให้แก่ ผู้ถือหน่วยทรัสต์เดิมที่มีสิทธิ์จองซื้อ อัตราส่วน 1 หน่วยเดิม ต่อ 0.3924 หน่วยใหม่ รวมถึงนักลงทุนทั่วไปที่ราคาเสนอขายสุดท้าย 5.70 บาทต่อหน่วย ระหว่างวันที่ 14-23 กันยายน 2569 พบว่าได้รับความสนใจจากนักลงทุนอย่างล้นหลาม โดยจองซื้อเข้ามามากกว่าจำนวนหน่วยทรัสต์เพิ่มทุนที่เสนอขาย ซึ่งตอกย้ำความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่มีต่อศักยภาพของกองทรัสต์ MII และทรัพย์สินที่เข้าลงทุนเพิ่มเติมในโครงการ Green Park1 สะท้อนถึงความต้องการลงทุนในสินทรัพย์และกอง REIT คุณภาพ ที่ให้ผลตอบแทนสม่ำเสมอในระยะยาว
สำหรับเงินที่ได้จากการเพิ่มทุนในครั้งนี้มูลค่ารวมทั้งสิ้น 416.10 ล้านบาท และกองทรัสต์ MII ใช้เงินกู้ยืมประมาณ 970 ล้านบาท โดยเข้าซื้อทรัพย์สินมูลค่าไม่เกิน 1,386 ล้านบาท และได้โอนกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินเรียบร้อยแล้ว ในวันที่ 29 กันยายน 2569 ประกอบด้วยที่ดินและอาคารโรงงานพร้อมสำนักงาน จำนวน 3 หลัง ภายในโครงการ Green Park1 อำเภอบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา บนพื้นที่กว่า 57 ไร่ พื้นที่ใช้สอยประมาณ 60,611.7 ตารางเมตร ส่งผลให้พื้นที่เช่าเพิ่มขึ้นเป็น 123,885.80 ตร.ม. และมีสัดส่วนกรรมสิทธิ์ (Freehold) เพิ่มขึ้นเป็น 72% จากเดิมมีสัดส่วน 46% ขณะที่สัดส่วนทรัพย์สินที่เป็นสิทธิการเช่า (Leasehold) ลดลงเหลือ 28% จากเดิม 54% ทำให้โครงสร้างสินทรัพย์มีความมั่นคงมากขึ้นในระยะยาว
“การเข้าลงทุนเพิ่มเติมของกองทรัสต์ MII ในครั้งนี้ ถือเป็นการขยายพอร์ตการลงทุนในทรัพย์สินศักยภาพและมีการกระจายตัวอยู่ใน 4 ทำเลโลจิสติกส์และอุตสาหกรรมสำคัญของประเทศ ได้แก่ เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ในพื้นที่จังหวัดระยองและฉะเชิงเทรา เขตอุตสาหกรรมกิ่งแก้ว และนิคมอุตสาหกรรมนวนคร จังหวัดปทุมธานี และจุดเด่นสำคัญที่มีอัตราการเช่า (Occupancy rate) กว่า 90% รวมทั้งมีการกระจายตัวของธุรกิจและสัญชาติของผู้เช่าอย่างเหมาะสม ส่วนหน่วยทรัสต์เพิ่มทุนใหม่ครั้งที่ 1 คาดว่าจะสามารถซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ในวันที่ 5 ตุลาคม 2569" นายธนโชติ กล่าวในที่สุด
ภายหลังการเพิ่มทุนครั้งที่ 1 จะส่งผลให้กองทรัสต์ MII มีมูลค่าทรัพย์สินรวมประมาณ 3,200 ล้านบาท โดยกองทรัสต์ MII มีประวัติการจ่ายเงินปันผลต่อเนื่องยาวนานกว่า 13 ปี นับตั้งแต่จัดตั้งกองทุนรวม M-II ในปี 2555 และได้มีการแปลงสภาพเป็นกองทรัสต์ในปี 2567 โดยมีการจ่ายผลตอบแทนรวมแล้วประมาณ 9.56 บาทต่อหน่วย หรือคิดเป็นการจ่ายผลตอบแทนเฉลี่ย 0.65 บาท/หน่วย/ปี ทั้งนี้ ในปี 2568 ที่ผ่านมา มีการจ่ายเงินปันผลรวมจำนวน 0.6673 บาท/หน่วย และ ภายหลังการเพิ่มทุนครั้งที่ 1 คาดว่ากองทรัสต์จะสามารถจ่ายประโยชน์ตอบแทนให้กับนักลงทุนเพิ่มขึ้นเป็น 0.7082 บาท/หน่วย/ปี ตามประมาณการณ์ทางการเงินในปีแรกหลังจากการเข้าลงทุนเพิ่มเติม