SC ประกาศวิสัยทัศน์ด้านความยั่งยืนในช่วง 3–5 ปี เดินหน้ายกระดับทุกประเภทอาคารของบริษัทสู่มาตรฐาน ESG ก้าวสู่การเป็นดีเวลลอปเปอร์ไทยรายแรกที่พัฒนามาตรฐานอาคารของตนเอง ภายใต้ชื่อ “SC Green Mark” โดยผนึกกำลังพันธมิตรกว่า 100 ราย สร้างเครือข่ายความร่วมมือด้านความยั่งยืน (Green Ecosystem) ยกระดับการออกแบบและการก่อสร้างทุกกระบวนการให้ดีต่อคนและดีต่อโลกอย่างวัดผลได้ เริ่มนำร่องกับกลุ่มบ้านเดี่ยวโครงการใหม่ตั้งแต่ปี 2026 พร้อมเดินหน้าขยายให้ครอบคลุมทุกอาคาร ทั้งคอนโด โรงแรม คลังสินค้า และอาคารสำนักงาน ในปี 2027

นายณัฐพงศ์ คุณากรวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SC เปิดเผยว่าธุรกิจจะเติบโตได้อย่างยั่งยืน ต้องเติบโตด้วยการสร้างคุณค่าให้คนและโลกไปพร้อมกัน เพราะทุกมิติ ทั้งสิ่งแวดล้อม สังคม และเศรษฐกิจ ล้วนเชื่อมโยงและส่งผลถึงกัน การดำเนินธุรกิจบนแนวทาง Environmental (สิ่งแวดล้อม), Social (สังคม) และ Governance (ธรรมาภิบาล) หรือ ESG จึงเป็นเส้นทางหลักขององค์กร ภายใต้วิสัยทัศน์นี้ SC วางเป้าหมายด้าน ESG ไว้ 3 ด้านที่ดำเนินควบคู่กัน ได้แก่
-องค์กรมีมาตรฐาน ESG ในระดับสากล เช่น การได้รับการประเมินจาก ผู้จัดทำดัชนีตลาดหุ้นและผู้ประเมินความยั่งยืนระดับโลก ในเครือกลุ่มตลาดหลักทรัพย์ลอนดอน(FTSE Russell)
-ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (GHG) ในทุกขั้นตอนธุรกิจ รวม 100,000 ตันคาร์บอน (tCO₂) ระหว่างปี 2025 – 2030 (พ.ศ.2568-2573)
-อาคารมีมาตรฐาน ESG ผ่านการพัฒนามาตรฐานอาคารของบริษัทเอง

ล่าสุดได้ผนึก 100 พันธมิตร เปิดตัว "SC Green Mark" ตามมาตรฐาน ESG ของอาคารที่พัฒนาโดย SC ครอบคลุมการประเมินใน 3 หมวด ได้แก่ ดีต่อคน ดีต่อโลก และดีด้วยนวัตกรรม ผ่าน 2 ขั้นตอน คือ ส่วนออกแบบ และส่วนก่อสร้าง โดยแต่ละหมวดมีรายละเอียด ดังนี้
-ดีต่อคน – ให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิตและ Well-being ของผู้ใช้อาคาร ผ่านการออกแบบและองค์ประกอบที่ช่วยให้บ้านอยู่สบายและปลอดภัยมากขึ้น เช่น การเลือกใช้วัสดุที่มีสารอินทรีย์ระเหยต่ำ (Low VOC) เพื่อลดสารที่อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพ การจัดการแสงธรรมชาติและการออกแบบแสงสว่างภายในห้อง การเลือกใช้พื้น Soft Floor ที่ช่วยลดแรงกระแทก สุขภัณฑ์ประหยัดน้ำ รวมถึงการดูแลคุณภาพอากาศและการระบายอากาศภายในบ้าน
-ดีต่อโลก – ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมตั้งแต่การก่อสร้างไปจนถึงการอยู่อาศัยจริง ทั้งการใช้พลังงานและทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ เช่น การเลือกใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างคอนกรีตและเหล็กที่ช่วยลด Carbon Footprint รวมถึงการติดตั้ง Solar Rooftop และการใช้ฉนวนกันความร้อน เพื่อลดการใช้พลังงานของอาคาร
-ดีด้วยนวัตกรรม – นำเทคโนโลยีและโซลูชันใหม่เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการออกแบบ เพื่อให้ความยั่งยืนเกิดขึ้นได้จริงในชีวิตประจำวัน อาทิ RueJai Home Panel ระบบควบคุมบ้านอัจฉริยะ ที่ช่วยดูแลคุณภาพอากาศภายในอาคาร เช่น PM2.5 และ CO₂ และ RueJai App ฟีเจอร์ Home Health ที่ช่วยเช็กสุขภาพบ้าน พร้อมแจ้งเตือนงานบำรุงรักษาเชิงป้องกัน โดยทุกนวัตกรรมต้องตอบโจทย์ทั้งการใช้ชีวิตของผู้อยู่อาศัยและประสิทธิภาพของอาคารในระยะยาว

ทั้งนี้ SC ได้เริ่มนำ SC Green Mark มาใช้กับโครงการแรก คือ “แกรนด์ บางกอก บูเลอวาร์ด ราชพฤกษ์-พรานนก” ตั้งแต่ไตรมาส 3/2569 นี้ โดยตั้งเป้าหมายไว้ทั้งหมด 4,000 อาคาร ภายในปี 2573
โดยมาตรฐาน SC Green Mark พัฒนาขึ้นร่วมกับพันธมิตรที่น่าเชื่อถือ โดยเฉพาะสถาบันอาคารเขียวไทย (TGBI) องค์กรอิสระที่มีความเชี่ยวชาญด้านอาคารเขียวของประเทศ ร่วมกันพัฒนาเกณฑ์การประเมินสำหรับที่พักอาศัยแนวราบและคอนโดมิเนียม ให้สอดคล้องกับสภาพภูมิอากาศและบริบทของประเทศไทย เพื่อให้ภาคธุรกิจสามารถนำไปปฏิบัติและขยายผลได้จริง
ทั้งนี้การเข้าร่วมการประเมิน FTSE ของทุกบริษัทในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เป็นเกณฑ์ที่ใช้ประเมินบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ทั้งหมดที่เปลี่ยนการเก็บคะแนนจาก SET ESG มาเป็นคะแนน FTSE ไม่ได้ส่งผลต่อราคาบ้านอย่างมีนัยยะสำคัญ ต้นทุนเพิ่มขึ้นน้อยมากไม่ถึง 1% ต่อหลังหรือบางดีไซน์ก็ไม่ได้มีต้นทุนเพิ่มขึ้นเลย เนื่องจากว่า SC ใช้วัสดุหลัก อาทิ เหล็กรีไซเคิล 100% หรือสุขภัณฑ์ประหยัดน้ำอยู่แล้วเป็นปกติ

“โลกวันนี้ทุกมิติเชื่อมโยงกันจนแยกจากกันไม่ได้ ความเปลี่ยนแปลงด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และเศรษฐกิจล้วนส่งผลถึงคุณภาพชีวิตของผู้คนโดยตรง เราเชื่อว่าองค์กรที่จะเติบโตได้อย่างแท้จริงในระยะยาว ต้องเติบโตด้วยการสร้างคุณค่าให้คนและโลกไปพร้อมกัน SC Green Mark จึงเป็นมากกว่ามาตรฐานอาคาร แต่คือจุดยืนและทิศทางของเราที่จะเปลี่ยนความยั่งยืนจากเรื่องไกลตัว ให้เป็นสิ่งที่จับต้องได้จริงในบ้านที่เราสร้าง วันนี้เราเริ่มต้นแล้วกับบ้านเดี่ยวโครงการใหม่ และตั้งใจเดินหน้าให้ครบทุกอาคารในเครือ ทั้งคอนโดมิเนียม โรงแรม คลังสินค้า และอาคารสำนักงาน ในปี 2027 พร้อมชวนพันธมิตรทั้งระบบนิเวศมาร่วมเดินไปด้วยกัน เพื่อส่งต่อการอยู่อาศัยที่ดีกว่าให้คนรุ่นต่อไป”นายณัฐพงศ์ กล่าว

นางสาวสุดารัตน์ เจริญเกตุมงคล รองกรรมการผู้จัดการ สายงานการพัฒนาองค์กรอย่างยั่งยืน บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SC กล่าวว่า หัวใจของ “SC Green Mark” คือการทำให้การพัฒนาที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิต (Well-being) ของผู้อยู่อาศัยถูกออกแบบและก่อสร้างขึ้นจริงอย่างเป็น มาตรฐานที่เชื่อถือได้ ดังนั้น SC จึงร่วมมือกับสถาบันอาคารเขียวไทย (TGBI) องค์กรอิสระที่มีความเชี่ยวชาญด้านอาคารเขียวของประเทศ พัฒนาเกณฑ์ใหม่ “SC Green Mark” ที่อ้างอิงจากมาตรฐานสากลทั้ง LEED, WELL และ TREES โดยตอบโจทย์ทั้งสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของผู้อยู่อาศัย ตามประเภทของอาคาร และสอดคล้องกับบริบทของไทย เช่น สภาพ ภูมิอากาศ และกลุ่มผู้ใช้อาคาร เราใช้เวลาเกือบ 2 ปี ในการร่วมพัฒนาเกณฑ์ ซึ่งไม่เพียงให้ความสำคัญกับการออกแบบ การเลือกใช้วัสดุ และการก่อสร้าง แต่ยังใช้หลัก Customer Centric คำนึงถึงการเข้าอยู่อาศัยจริงไปอีกหลายสิบปี จึงจัดทำคู่มือการอยู่อาศัย เช่น การเลือกใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าประหยัดพลังงาน การบำรุงรักษาบ้านเพื่อยืดอายุวัสดุอุปกรณ์ และการจัดการขยะครัวเรือน เพื่อให้ลูกค้าสัมผัสได้ถึงคุณค่าของผลิตภัณฑ์ และร่วมภูมิใจในการมีส่วนช่วยดูแลสิ่งแวดล้อม
พร้อมกันนี้ SC ได้เปิดตัวภาพยนตร์โฆษณาเรื่อง “SC Green Mark คิดมาเยอะมาก” ที่ถ่ายทอดเรื่องมาตรฐานอาคารของ SC ผ่านรูปแบบ Mockumentary ในรูปแบบการจำลองการสัมภาษณ์ที่ให้องค์ประกอบต่างๆ ภายในบ้านเป็นผู้ตอบคำถามด้วยตัวเอง เพื่อสะท้อนให้เห็นว่าเบื้องหลังทุกองค์ประกอบในอาคารของ SC ล้วนผ่านการคิด ออกแบบ เลือกใช้วัสดุ และนวัตกรรมอย่างตั้งใจ ภายใต้มาตรฐาน SC Green Mark เพื่อให้ทุกอาคาร “ดีต่อโลก ดีต่อคุณ” รับชมได้ที่ https://m.scasset.com/scgreenmark