การรถไฟฯ ขอบคุณประชาชน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน และพนักงาน รฟท. ในพื้นที่ จ.สระบุรี ร่วมแจ้งเบาะแสและระงับเหตุลักทรัพย์อุปกรณ์ระบบอาณัติสัญญาณ รวบผู้ต้องสงสัยได้ 1 ราย พร้อมของกลาง ก่อนส่งตำรวจดำเนินคดี ย้ำเร่งเพิ่มมาตรการเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยง ป้องกันเหตุซ้ำและรักษาความปลอดภัยในการเดินรถไฟ
นายเมธาพัฒน์ สุนทรวราภาส ผู้อำนวยการศูนย์ประชาสัมพันธ์ การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เปิดเผยว่า การรถไฟฯ ขอขอบคุณประชาชน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน และพนักงานการรถไฟฯ ในพื้นที่ตำบลกุดนกเปล้า อำเภอเมือง จังหวัดสระบุรี ที่ร่วมแจ้งเบาะแสและเข้าระงับเหตุลักทรัพย์อุปกรณ์ระบบอาณัติสัญญาณ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการควบคุมการเดินรถและดูแลความปลอดภัยของผู้โดยสาร
เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2569 หลังได้รับแจ้งพบผู้ต้องสงสัย 2 ราย บริเวณทางรถไฟระหว่างสถานีบุใหญ่กับสถานีไผ่นาบุญ จังหวัดสระบุรี กำลังใช้เครื่องมือทุบตัดท่อบริเวณฐานตู้ควบคุมระบบอาณัติสัญญาณและขุดดินในบริเวณดังกล่าว พนักงานการรถไฟฯ จึงเข้าระงับเหตุและควบคุมตัวไว้ได้ 1 ราย พร้อมของกลาง ขณะที่ผู้ต้องสงสัยอีก 1 รายหลบหนีไปได้
เบื้องต้น ผู้ต้องสงสัยที่ถูกควบคุมตัวให้การว่าได้ร่วมกับบุคคลอีกคนหนึ่งเตรียมอุปกรณ์มาเพื่อลักลอบตัดสายไฟ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงแจ้งข้อกล่าวหาและนำตัวพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองสระบุรี เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ย้ำลักทรัพย์อุปกรณ์รถไฟ เสี่ยงกระทบความปลอดภัยผู้โดยสาร
นายเมธาพัฒน์กล่าวว่า การลักทรัพย์อุปกรณ์ระบบอาณัติสัญญาณและอุปกรณ์ทางรถไฟ ไม่เพียงสร้างความเสียหายต่อทรัพย์สินของทางราชการ แต่ยังอาจทำให้ระบบควบคุมการเดินรถขัดข้อง และส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยในการเดินรถไฟ โดยที่ผ่านมาเคยเกิดเหตุลักษณะเดียวกันในพื้นที่อำเภอแก่งคอยและอำเภอเมืองสระบุรีหลายครั้ง
การรถไฟฯ จึงกำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพิ่มความเข้มงวดในการเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยง พร้อมเร่งกำจัดวัชพืชตามแนวรั้วและบริเวณจุดอับสายตา เพื่อป้องกันการก่อเหตุและลดความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น
ทั้งนี้ การรถไฟฯ ขอความร่วมมือประชาชนร่วมกันสอดส่องดูแลทรัพย์สินของทางราชการ หากพบเห็นบุคคลหรือพฤติการณ์ต้องสงสัยบริเวณทางรถไฟ สถานีรถไฟ หรือจุดติดตั้งอุปกรณ์ สามารถแจ้งสายด่วนการรถไฟฯ โทร. 1690 ตลอด 24 ชั่วโมง หรือแจ้งตำรวจ โทร. 191 เพื่อให้เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบได้อย่างทันท่วงที
การร่วมมือของประชาชนและเจ้าหน้าที่ทุกฝ่าย ถือเป็นกำลังสำคัญในการป้องกันความเสียหายต่อระบบราง และร่วมกันรักษาความปลอดภัยในการเดินรถไฟ เพื่อให้ผู้โดยสารเดินทางได้อย่างมั่นใจ