องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) เดินหน้าปรับโฉมระบบขนส่งสาธารณะ วางแผนจัดหารถโดยสารพลังงานไฟฟ้า (EV) จำนวน 2,320 คัน พร้อมรถโดยสาร NGV อีกประมาณ 800 คัน รวมราว 3,000 คัน มุ่งยกระดับการให้บริการประชาชน ควบคู่ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ผลักดันองค์กรสู่ Green Core Business พร้อมยึดหลักธรรมาภิบาล โปร่งใส ตรวจสอบได้
นายกิตติกานต์ จอมดวง จารุวรพลกุล ผู้อำนวยการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) เปิดเผยภายหลังพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงคุณธรรม (Integrity Pact) สำหรับโครงการเช่ารถโดยสารประจำทางปรับอากาศพลังงานสะอาด (EV) ระหว่างหน่วยงานภาครัฐเจ้าของโครงการ ผู้ประกอบการ และผู้สังเกตการณ์ว่า ขสมก. มีแผนจัดหารถโดยสารพลังงานไฟฟ้า จำนวน 2,320 คัน และรถโดยสาร NGV อีกประมาณ 800 คัน
การจัดหารถโดยสารทั้ง 2 โครงการ จะทำให้ ขสมก. มีรถโดยสารพลังงานสะอาดรวมประมาณ 3,000 คัน เพื่อรองรับความต้องการเดินทางของประชาชนและสนับสนุนการให้บริการขนส่งสาธารณะอย่างเพียงพอ พร้อมยกระดับคุณภาพการให้บริการให้สอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาระบบขนส่งที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
นายกิตติกานต์ กล่าวว่า โครงการดังกล่าวเป็นส่วนสำคัญในการผลักดัน ขสมก. สู่การเป็นองค์กรสีเขียว หรือ Green Core Business โดยมุ่งดำเนินภารกิจหลักภายใต้เงื่อนไขที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ลดปัญหาควันดำและมลพิษจากไอเสีย พร้อมมุ่งเน้นการใช้ยานยนต์พลังงานสะอาดในการให้บริการประชาชน
ขณะเดียวกัน ขสมก. ให้ความสำคัญกับการดำเนินงานตามหลักธรรมาภิบาล คำนึงถึงประโยชน์ของประชาชนเป็นสำคัญ และป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับองค์กรจากกระบวนการดำเนินโครงการ โดยเฉพาะโครงการจัดซื้อจัดจ้างที่มีมูลค่าสูง ซึ่งต้องให้ความสำคัญกับความโปร่งใสและความรับผิดชอบในทุกขั้นตอน
นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้หารือประเด็นสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินโครงการ รวมถึงการประชุมคณะกรรมการจัดทำร่างขอบเขตของงาน (TOR) และการลงนามบันทึกข้อตกลงคุณธรรมสำหรับโครงการที่มีมูลค่าสูงกว่า 500 ล้านบาท เพื่อให้กระบวนการดำเนินงานเป็นไปอย่างสุจริต โปร่งใส ตรวจสอบได้ และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อส่วนรวม
การเดินหน้าจัดหารถโดยสารพลังงานสะอาดครั้งนี้ จึงเป็นอีกก้าวสำคัญของ ขสมก. ในการยกระดับระบบขนส่งสาธารณะของกรุงเทพฯ ควบคู่กับการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนต่อการบริหารจัดการภาครัฐ