ธนาคารกสิกรไทย (KBank) รายงานผลประกอบการงวด 9 เดือนแรกปี 2569 มีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของธนาคาร 40,635 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,348 ล้านบาท หรือ 3.43% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน รับแรงหนุนจากรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยเติบโต 21.51% ขณะที่เดินหน้าบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมตั้งสำรองรองรับความเสี่ยงจากเศรษฐกิจที่ยังมีความไม่แน่นอน
รายได้ค่าธรรมเนียม–บริการหนุนกำไร แม้รายได้ดอกเบี้ยลดลง
นางสาวขัตติยา อินทรวิชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า เศรษฐกิจไทยในไตรมาส 3 ปี 2569 ได้รับแรงหนุนจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่การฟื้นตัวยังไม่ทั่วถึงในลักษณะ K-Shaped Recovery โดยธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับวัฏจักร AI การส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ และการลงทุนในเศรษฐกิจดิจิทัลยังเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ ขณะที่ภาคท่องเที่ยวยังฟื้นตัวไม่เต็มที่ และครัวเรือนยังเผชิญแรงกดดันจากค่าครองชีพและภาระหนี้สูง
สำหรับผลประกอบการ 9 เดือนแรก ธนาคารมีรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ 94,992 ล้านบาท ลดลง 9,247 ล้านบาท หรือ 8.87% จากทิศทางอัตราดอกเบี้ยที่ปรับลดลง รวมถึงการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเพื่อช่วยเสริมสภาพคล่องและลดภาระทางการเงินให้ลูกค้า ส่งผลให้ส่วนต่างรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) อยู่ที่ 2.89%
อย่างไรก็ตาม ธนาคารสามารถชดเชยแรงกดดันดังกล่าวด้วยรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยจำนวน 51,894 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9,185 ล้านบาท หรือ 21.51% จากการเติบโตของบริการบริหารความมั่งคั่ง การจัดการกองทุน การลงทุน และบริการประกันภัยที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้มากขึ้น
ทั้งนี้ กำไรสุทธิ 9 เดือนรวมรายได้จากค่าชดเชยมูลค่าเงินลงทุนที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียวจำนวน 1,455 ล้านบาท หากไม่รวมรายการดังกล่าว กำไรสุทธิจะอยู่ที่ 39,311 ล้านบาท ซึ่งใกล้เคียงกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
ไตรมาส 3 กำไร 12,720 ล้าน ลด 3.98% QoQ
สำหรับผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2569 ธนาคารและบริษัทย่อยมีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของธนาคาร 12,720 ล้านบาท ลดลง 527 ล้านบาท หรือ 3.98% จากไตรมาสก่อน สาเหตุหลักมาจากรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยจากเครื่องมือทางการเงินที่ลดลงตามความผันผวนของตลาด และรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการสุทธิอยู่ที่ 9,841 ล้านบาท ลดลง 550 ล้านบาท หรือ 5.29%
ขณะที่รายได้ดอกเบี้ยสุทธิอยู่ที่ 31,602 ล้านบาท ใกล้เคียงกับไตรมาสก่อน ส่วนค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานอื่น ๆ อยู่ที่ 19,892 ล้านบาท ลดลง 858 ล้านบาท หรือ 4.14% สะท้อนผลจากการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง โดยมีอัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้จากการดำเนินงานสุทธิ (Cost to Income Ratio) อยู่ที่ 41.75%
ตั้งสำรอง 3 หมื่นล้าน NPL อยู่ที่ 3.18% เงินกองทุนแข็งแกร่ง
ด้านการบริหารความเสี่ยง ธนาคารตั้งสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในช่วง 9 เดือนแรกจำนวน 30,171 ล้านบาท โดยมีอัตราส่วนผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นต่อเงินให้สินเชื่อเฉลี่ย (Credit Cost) อยู่ที่ 1.60% สอดคล้องกับเป้าหมายทั้งปี 2569 ที่ 1.40–1.60%
ณ วันที่ 30 กันยายน 2569 ธนาคารและบริษัทย่อยมีสินทรัพย์รวม 4,614,386 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.22% จากสิ้นปี 2568 โดยได้รับแรงหนุนจากสินเชื่อสุทธิที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่ และการลงทุนสุทธิที่เพิ่มขึ้นตามการประเมินภาวะตลาดและทิศทางอัตราดอกเบี้ย
ขณะที่อัตราส่วนสินเชื่อด้อยคุณภาพต่อสินเชื่อรวม (NPL Gross) อยู่ที่ 3.18% และอัตราส่วนสำรองต่อสินเชื่อด้อยคุณภาพ (Coverage Ratio) อยู่ที่ 177.90% ส่วนอัตราส่วนเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยงตามหลักเกณฑ์ Basel III อยู่ที่ 19.77% สะท้อนความแข็งแกร่งของฐานเงินกองทุนในการรองรับความผันผวน
เดินหน้ากลยุทธ์ 3+1 ใช้ AI เพิ่ม Productivity
ธนาคารกสิกรไทยยังคงขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ 3+1 ควบคู่กับการเพิ่ม Productivity และยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง โดยนำเทคโนโลยีและ AI มาสนับสนุนการปฏิบัติงาน ปรับปรุงกระบวนการทำงาน และเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารทรัพยากร เพื่อเสริมขีดความสามารถในการแข่งขันระยะยาว
สำหรับแนวโน้มไตรมาสสุดท้ายของปี 2569 ธนาคารประเมินว่ามาตรการกระตุ้นการบริโภคของภาครัฐอาจช่วยพยุงเศรษฐกิจได้บางส่วน แต่ผลบวกต่อภาพรวมทั้งปียังมีจำกัด จากข้อจำกัดด้านงบประมาณของภาครัฐ กำลังซื้อครัวเรือนที่เปราะบาง ผลกระทบจากน้ำท่วม และความไม่แน่นอนในตะวันออกกลางที่กดดันราคาพลังงานและต้นทุนการผลิต
ธนาคารจึงยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมดำเนินธุรกิจด้วยความระมัดระวัง สนับสนุนนโยบายภาครัฐ และมุ่งสร้างการเติบโตอย่างสมดุล เพื่อส่งมอบคุณค่าที่ยั่งยืนแก่ผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย และสร้างผลตอบแทนที่มั่นคงแก่ผู้ถือหุ้นในระยะยาว