“LINE FOODTECH 2026” เปิดเทรนด์ “Effortless Food” คนไทยสายรีบ เน้นสะดวก รวดเร็ว ดันยอดสั่งด่วนโต 2.6 เท่า
การตลาด-ไอที-ยานยนต์

“LINE FOODTECH 2026” เปิดเทรนด์ “Effortless Food” คนไทยสายรีบ เน้นสะดวก รวดเร็ว ดันยอดสั่งด่วนโต 2.6 เท่า

เมื่อ “ความสะดวกและรวดเร็ว” กลายเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญของการตัดสินใจเลือกซื้ออาหารและเครื่องดื่ม ธุรกิจร้านอาหารยุคใหม่จึงไม่ได้แข่งขันกันเพียงรสชาติหรือโปรโมชัน แต่ต้องตอบโจทย์ประสบการณ์ที่ง่าย รวดเร็ว และลดขั้นตอนยุ่งยากให้ผู้บริโภคได้มากที่สุด LINE ประเทศไทย จึงจัดงาน LINE FOODTECH 2026 ภายใต้แนวคิด “The Rise of Effortless Food” เปิดมุมมองเทรนด์ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มยุคใหม่ พร้อมเผยอินไซต์ พฤติกรรมผู้บริโภค และแนวทางการนำเทคโนโลยีบน LINE มาช่วยยกระดับประสบการณ์ลูกค้า ควบคู่กับการเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินธุรกิจ ผ่านมุมมองจากผู้เชี่ยวชาญทั้งและประสบการณ์จากผู้ประกอบการตัวจริง

LINE กับโอกาสสร้างประสบการณ์ Effortless บนแพลตฟอร์มที่คนไทยคุ้นเคย

คุณจิตวิสุทธิ์ จุฑาวิจิตร หัวหน้าฝ่ายที่ปรึกษาธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม LINE ประเทศไทย เปิดมุมมองว่า LINE มีบทบาทแตกต่างจากโซเชียลมีเดียทั่วไปที่มักถูกใช้เพื่อสร้างการรับรู้หรือดึงดูดความสนใจ แต่เป็นพื้นที่ที่ผู้คนใช้ติดต่อสื่อสารกับครอบครัว เพื่อน และคนใกล้ชิด จนกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน หรือ Real-life Infrastructure ซึ่งความคุ้นเคยนี้ยังเปิดโอกาสให้แบรนด์เข้ามาความสัมพันธ์กับผู้บริโภคได้อย่างเป็นธรรมชาติ

สะท้อนจากข้อมูล DataReportal Digital 2026 Thailand ที่พบว่า 92% ของผู้บริโภคเปิด LINE OA ทุกสัปดาห์ ขณะที่ผลสำรวจจาก Kantar ร่วมกับ LINE ประเทศไทยในปี 2568 ยังพบว่า 81% มีการแชทกับแบรนด์ผ่าน LINE OA อย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง และ 70% ติดตาม LINE OA อย่างน้อย 1 บัญชี สะท้อนโอกาสของแบรนด์ในการเข้าถึงและสร้างปฎิสัมพันธ์กับผู้บริโภคบนช่องทางที่คุ้นเคย

สำหรับธุรกิจ F&B โจทย์สำคัญจึงไม่ใช่เพียงการเข้าถึงผู้บริโภค แต่คือการสร้างประสบการณ์แบบ Effortless ลดความยุ่งยากในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การค้นหาร้าน สอบถามข้อมูล สั่งอาหาร ชำระเงิน ไปจนถึงรับสินค้า ให้ทุกการใช้บริการเป็นเรื่องง่ายและสะดวกที่สุด

เปิดอินไซต์คนไทยสายสะดวก ยอดสั่งด่วนโต 2.6 เท่า พร้อมส่องเมนูฮิตปี 2026

ด้าน คุณกฤษฏิ์ ใบสิริกุล VP of Corporate Strategy จาก LINE MAN Wongnai เผยภาพรวมธุรกิจร้านอาหารไทยที่ยังเผชิญความท้าทายรอบด้าน โดยพบว่าอัตราการปิดกิจการของร้านอาหารเปิดใหม่ยังคงมีการปิดตัวสูงถึง 50% ขณะที่ยอดขายจากการรับประทานอาหารที่ร้าน (Dine-in) ลดลง 6% สวนทางกับยอดขายผ่าน Food Delivery ที่เติบโต 4% และมูลค่าการสั่งซื้อต่อบิลที่เพิ่มขึ้น 1.3% เมื่อเทียบกับปีก่อน

ขณะเดียวกัน พฤติกรรมผู้บริโภคยังสะท้อนความต้องการด้านความสะดวกที่เพิ่มขึ้น โดยบริการอย่าง Self-Ordering มีความสำคัญต่อการเลือกร้านอาหารเพิ่มขึ้น 4.3% ขณะที่ยอดการใช้บริการสั่งด่วนเติบโตถึง 2.6 เท่า ตอกย้ำว่าความรวดเร็วและลดขั้นตอนกำลังกลายเป็นอีกปัจจัยสำคัญในการแข่งขันของธุรกิจร้านอาหาร ผู้ประกอบการจึงควรต้องปรับตัวทั้งการเพิ่มช่องทาง Food Delivery การรองรับ Digital Payment และการนำระบบ Self-Ordering มาช่วยให้ลูกค้าสามารถเลือกเมนู สั่งอาหาร และชำระเงินได้สะดวกยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ LINE MAN Wongnai ยังได้เผยเมนูยอดฮิตขายดีบน Food Delivery ที่น่าสนใจ โดย ข้าวมันไก่ ขึ้นแท่นเมนูขายดีอันดับ 1 แทนไก่ทอดที่ครองแชมป์ในปีก่อน ตามด้วยข้าวผัดและส้มตำปูปลาร้า ส่วนหมวดเครื่องดื่ม ชาเขียวนม ยังคงครองอันดับ 1 ต่อเนื่อง ตามด้วยชาไทย ที่ปีนี้ขยับขึ้นมาเป็นอันดับ 2 และแบล็กคอฟฟี่ในอันดับ 3 สะท้อนความนิยมของเมนูอาหารและเครื่องดื่มที่ผู้บริโภคเลือกสั่งเดลิเวอรี่ในปีนี้

เจาะโซลูชัน LINE ตอบโจทย์ธุรกิจ F&B เชื่อมประสบการณ์แบบ Effortless

คุณศิรดา แสงทองสุข ที่ปรึกษาธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม LINE ประเทศไทย เผยถึงหัวใจของการสร้างประสบการณ์ Effortless ไม่ใช่เพียงทำให้ลูกค้าสั่งอาหารได้ง่ายขึ้น แต่ต้องเชื่อมต่อประสบการณ์ในแต่ละขั้นตอนให้ลื่นไหล ไร้รอยต่อ ตั้งแต่การสื่อสาร การให้บริการ ไปจนถึงการดูแลลูกค้าหลังการซื้อ โดย LINE มีโซลูชันมากมายที่สามารถตอบโจทย์และนำมาประยุกต์ใช้ เชื่อมต่อกันได้อย่างครบวงจร ตัวอย่างเช่น

LINE Official Account (LINE OA) ช่องทางหลักสำหรับสื่อสาร ให้ข้อมูลสินค้าและบริการ รวมถึงดูแลความสัมพันธ์กับลูกค้าได้ พร้อมต่อยอดด้วย LINE Official Notification (LON) สำหรับส่งแจ้งเตือนสำคัญ เช่น การยืนยันคำสั่งซื้อหรือการจอง แม้ผู้ใช้ไม่ได้เป็นเพื่อนกับ LINE OA ของแบรนด์ โดยพบว่าในกลุ่มธุรกิจ F&B มีจำนวนข้อความ LON ที่ส่งถึงผู้ใช้สำเร็จเพิ่มขึ้นถึง 2 เท่าในช่วงปี 2568–2569 สะท้อนให้เห็นถึงการนำโซลูชันแจ้งเตือนนี้มาใช้สื่อสารกับลูกค้ามากขึ้น

อีกหนึ่งโอกาสคือการสร้างประสบการณ์ผ่าน LINE MINI App ที่ช่วยให้แบรนด์สามารถพัฒนาบริการดิจิทัลภายใน LINE ได้ โดยไม่ต้องให้ลูกค้าดาวน์โหลดแอปฯ เพิ่ม ตัวอย่างเช่น Nestlé Good Life ที่ใช้ LINE Login และ LINE MINI App เป็นพื้นที่ให้ลูกค้าเข้าร่วมกิจกรรม และสะสมคะแนน พร้อมใช้ Mission Sticker กระตุ้นการสมัครสมาชิกและเพิ่มเพื่อนบน LINE OA โดยแคมเปญสามารถสร้างยอดเข้าชมรายวันสูงกว่า MINI App อื่น ๆ ถึง 30 เท่า และมีจำนวนผู้ใช้งานรายวันสูงกว่าถึง 10 เท่า

ด้านการขยายฐานลูกค้าใหม่ LINE Ads เป็นอีกเครื่องมือที่ได้รับความนิยมในธุรกิจ F&B โดยเฉพาะพื้นที่โฆษณาบน LINE OpenChat ที่มีการใช้จ่ายจากกลุ่ม F&B เพิ่มขึ้น 56% เมื่อเทียบกับปีก่อน รวมถึงโฆษณารูปแบบ Brand Coverage ที่ช่วยกระจายการมองเห็นแบรนด์ผ่านพื้นที่โฆษณาหลากหลายตำแหน่ง จนมียอดขายแพ็กเกจเพิ่มขึ้น 10% จากปี 2568 สะท้อนการใช้โซลูชันการตลาดที่หลากหลายบน LINE เพื่อเข้าถึงผู้บริโภคในแต่ละช่วงของ Customer Journey

LINE MINI Eats สั่งล่วงหน้า รับไว ไม่มีค่า GP ต่อออเดอร์

อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญของงานคือ LINE MINI Eats โซลูชันสำหรับธุรกิจ F&B ที่ช่วยให้ลูกค้าสามารถออเดอร์ล่วงหน้าผ่าน LINE ได้สะดวก โดยไม่ต้องดาวน์โหลดแอปฯ เพิ่มเติมใดๆ

คุณธีรวัฒน์ งามวิทยศิริ หัวหน้าฝ่าย MarTech & MINI App จาก LINE ประเทศไทย กล่าวว่า LINE MINI App เป็นหนึ่งในเทคโนโลยีที่ช่วยให้ธุรกิจสร้างประสบการณ์แบบ Effortless ได้อย่างเป็นรูปธรรม ดังเช่นในประเทศจีนที่มีการสร้าง Mini Program มาประยุกต์ใช้กับบริการหลากหลายประเภท ตั้งแต่การสั่งอาหาร การชำระเงิน ไปจนถึงบริการในชีวิตประจำวัน อีกทั้งยังสามารถเชื่อมต่อกับระบบ SaaS เพื่อช่วยจัดการงานภายในร้าน ตั้งแต่การรับออเดอร์ไปจนถึงการบริหารข้อมูลลูกค้า

สำหรับโซลูชัน LINE MINI Eats ที่ LINE ประเทศไทย ได้พัฒนาร่วมกับ LINE MAN Wongnai มุ่งช่วยร้านอาหารที่มีข้อจำกัดด้านต้นทุนหรือทรัพยากรในการพัฒนาระบบเอง ให้สามารถมีร้านหน้าดิจิทัลบน LINE รองรับการเลือกเมนู สั่งอาหารล่วงหน้า ชำระเงิน และรับสินค้าที่หน้าร้านได้สะดวก โดยไม่มีค่า GP ต่อออเดอร์ ช่วยลดภาระการบริหารจัดการ พร้อมเพิ่มโอกาสในการรองรับลูกค้าได้มากขึ้นไปในตัว

ตัวอย่างร้านค้าที่นำ LINE MINI Eats มาใช้จริง ได้แก่ Bottomless Coffee Roasters ที่มองว่า การลดเวลารอคิวไม่จำเป็นต้องเพิ่มพนักงานหรือขยายพื้นที่ร้านเสมอไป แต่สามารถเริ่มจากการปรับระบบรับออเดอร์ให้คล่องตัวขึ้นได้ โดยบางสาขาได้เริ่มเปิดให้ลูกค้าสแกน QR Code เพื่อสั่งและชำระเงินจากโต๊ะ ก่อนรับแจ้งเตือนผ่าน LINE เมื่อเครื่องดื่มพร้อม ช่วยให้ลูกค้าถ่ายรูปเล่น พูดคุย ระหว่างรอได้อย่างอิสระ

ขณะที่ After Dark พบว่าช่วง Peak Time ลูกค้าอาจต้องรอคิวนานถึง 15–20 นาที จึงได้นำ LINE MINI Eats มาเป็นอีกช่องทางให้ลูกค้าเครื่องดื่มล่วงหน้าผ่าน LINE ช่วยลดข้อจำกัดในการรับออเดอร์หน้าร้าน และเพิ่มความสะดวกให้ลูกค้าผ่านแพลตฟอร์มที่คุ้นเคยได้ โดยไม่ต้องดาวน์โหลดแอปฯ

นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการแบ่งปันเทคนิคการตลาดเชิงลึกสำหรับธุรกิจ F&B ที่น่าสนใจ จาก คุณชนกานต์ ชินชัชวาล หรือ โค้ชอาร์ท LINE Certified Coach ตั้งแต่เทคนิคการนำ AI Agent บน LINE Ads มาช่วยลดภาระงานซ้ำซ้อนให้นักการตลาดได้ หรือการเชื่อมต่อ LINE Ads กับ AI อย่าง Claude ผ่าน MCP ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและความสะดวกในการสร้างแคมเปญโฆษณายิ่งขึ้น การนำ Gamification มาสร้างกิจกรรมที่กระตุ้นการมีส่วนร่วมแทนการนำเสนอโปรโมชันแบบเดิม ไปจนถึงการใช้ฟีเจอร์ AI Chatbot ช่วยยกระดับการสื่อสาร จากการส่งข้อความทางเดียว สู่บทสนทนาที่นำไปสู่การตัดสินใจซื้อ เป็นต้น

LINE ประเทศไทย มุ่งเดินหน้าพัฒนาโซลูชันและส่งต่อองค์ความรู้ให้ผู้ประกอบการอาหารและเครื่องดื่มไทย สามารถนำเทคโนโลยีมาลดข้อจำกัดในการดำเนินธุรกิจ พร้อมสร้างประสบการณืแบบ Effortless Food ที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ เพื่อให้ทุกขั้นตอนสะดวกขึ้นสำหรับลูกค้า และช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถบริหารจัดการร้านได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมเติบโตในตลาดที่แข่งขันสูงอย่างยั่งยืน

สำหรับธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มที่ต้องการใช้งานแพลตฟอร์มหรือโซลูชั่นบน LINE สามารถกรอกแบบฟอร์มเพื่อติดต่อสอบถามทีมที่ปรึกษาธุรกิจองค์กร LINE ประเทศไทยได้ที่ https://lineforbusiness.com/th/contact หรือเลือกติดต่อพันธมิตรเอเจนซี่ของ LINE ได้ที่ https://lineforbusiness.com/th/partner

You can share this post!