“สนข.” เปิดแผนพลิกโฉมขนส่งเมืองกรุง! เพิ่มรถเชื่อมชุมชนขนคนส่งรถไฟฟ้า ตั้งเป้าคนใช้พุ่ง 4.5 ล้านเที่ยว/วัน
คมนาคม

“สนข.” เปิดแผนพลิกโฉมขนส่งเมืองกรุง! เพิ่มรถเชื่อมชุมชนขนคนส่งรถไฟฟ้า ตั้งเป้าคนใช้พุ่ง 4.5 ล้านเที่ยว/วัน

สนข.ชงปฏิรูปขนส่งกรุงเทพฯ ลดรถเมล์ซ้ำซ้อน เพิ่มสายรองเชื่อมชุมชนถึงรถไฟฟ้า! ดันใช้ขนส่งสาธารณะเพิ่มแตะ 28% ในปี 2590 จับตา! เสนอส่วนลดค่าโดยสารกลุ่มเปราะบาง จูงใจนายจ้างช่วยลดค่าเดินทาง พร้อมศึกษาแนวทางเก็บค่าธรรมเนียมรถติด

สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) เดินหน้าศึกษาปรับโฉมระบบขนส่งสาธารณะกรุงเทพฯ และพื้นที่ต่อเนื่อง หวังแก้ปัญหาการเดินทางที่ยังไม่สะดวก แม้จะมีรถไฟฟ้าขยายเส้นทางต่อเนื่อง แต่ประชาชนจำนวนมากยังต้องพึ่งรถยนต์ส่วนตัว เพราะเดินทางจากบ้านไปสถานีลำบาก และเสียเวลาเปลี่ยนต่อระบบขนส่ง

เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2569 ดร.จิรโรจน์ ศุกลรัตน์ ผู้อำนวยการ สนข. เป็นประธานการสัมมนาครั้งที่ 2 เพื่อเสนอผลการศึกษาพัฒนาระบบคมนาคม เพิ่มสัดส่วนการเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะในกรุงเทพมหานครและพื้นที่ต่อเนื่อง โดยมุ่งพัฒนาระบบให้เชื่อมโยงกันตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง ตอบโจทย์การใช้ชีวิตของประชาชนมากขึ้น

ปรับโครงข่ายรถเมล์ ลดสายซ้ำซ้อน เพิ่มรถเชื่อมชุมชน

หนึ่งในข้อเสนอสำคัญคือการปรับโครงข่ายรถโดยสารประจำทาง โดยลดเส้นทางสายหลักที่ซ้ำซ้อน เพื่อเพิ่มความถี่ในการให้บริการ ควบคู่กับการเพิ่มเส้นทางสายรองให้ครอบคลุมพื้นที่มากขึ้น เชื่อมชุมชนกับสถานีรถไฟฟ้าและจุดเปลี่ยนถ่ายการเดินทางสำคัญ

นอกจากนี้ ยังเสนอพัฒนาระบบขนส่งทางรางตามแผน M-MAP2 และระบบเดินทางทางน้ำ พร้อมผลักดันระบบตั๋วร่วม จุดจอดแล้วจร ทางเดินเชื่อม ทางเท้า และทางจักรยาน เพื่อให้ประชาชนเดินทางต่อเนื่องได้สะดวก ไม่ต้องพึ่งรถยนต์ส่วนตัวตลอดเส้นทาง

เจาะ 7 จุดเชื่อมต่อสำคัญ แก้ปัญหาเดินทางไม่สะดวก

สนข. สำรวจการเข้าถึงสถานีรถไฟฟ้าที่เปิดให้บริการในปัจจุบันในรัศมี 500 เมตร ครอบคลุม 29 จุดเชื่อมต่อ พร้อมเสนอแนวทางพัฒนาจุดเชื่อมต่อสำคัญ 7 จุด เพื่อแก้ปัญหาอุปสรรคในการเปลี่ยนระบบขนส่ง

พื้นที่ที่อยู่ในข้อเสนอ เช่น
* สถานีหัวหมาก
* สถานีเพชรบุรี–สถานีมักกะสัน
* สถานีสวนจตุจักร–สถานีหมอชิต
* อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ
* สถานีสะพานตากสิน–ท่าเรือสาทร

เป้าหมายคือทำให้การเดินทางจากบ้านไปสถานีและการเปลี่ยนต่อระหว่างรถเมล์ รถไฟฟ้า และเรือ สะดวกและต่อเนื่องมากขึ้น

จับตาแนวคิดลดค่าเดินทาง–เก็บค่าธรรมเนียมรถติด

ด้านมาตรการบริหารจัดการ สนข. เสนอแนวทางด้านราคาและค่าโดยสาร ทั้งการสนับสนุนส่วนลดให้กลุ่มเปราะบาง การให้สิทธิประโยชน์แก่นายจ้างและมาตรการทางภาษี เพื่อจูงใจให้ประชาชนหันมาใช้ขนส่งสาธารณะ

ขณะเดียวกัน ยังเสนอศึกษาแนวทางจัดเก็บค่าธรรมเนียมรถติด การนำรายได้จากภาษีน้ำมันมาอุดหนุนระบบขนส่งสาธารณะในเมือง และการพัฒนาพื้นที่รอบสถานี

อย่างไรก็ตาม ประเด็นเหล่านี้เป็นข้อเสนอจากผลการศึกษา ยังไม่ใช่การประกาศใช้มาตรการจริง โดยต้องพิจารณารายละเอียดและแนวทางดำเนินการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป

นอกจากนี้ ยังเสนอใช้แอปพลิเคชันนำทาง Namtang และแนวคิด Mobility as a Service (MaaS) เพื่อช่วยให้ประชาชนวางแผนการเดินทางและเชื่อมต่อบริการขนส่งรูปแบบต่าง ๆ ได้สะดวกขึ้น

ตั้งเป้าปี 2590 คนใช้ขนส่งสาธารณะเพิ่มเป็น 28%

แผนบูรณาการพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะกำหนดกรอบขับเคลื่อน 3 ระยะ ตั้งแต่ปี 2570–2580 เน้นปรับปรุงการเข้าถึงสถานีและจุดเชื่อมต่อ พัฒนาระบบ Feeder หรือขนส่งเชื่อมต่อระยะสั้น และขยายโครงข่ายให้ครอบคลุมอย่างต่อเนื่อง

สำหรับเป้าหมายระยะยาวภายในปี 2590 สนข. คาดว่าสัดส่วนการเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะในกรุงเทพมหานครและพื้นที่ต่อเนื่องจะเพิ่มจาก 18% ในปีฐาน 2568 เป็น 28% ขณะที่เฉพาะกรุงเทพมหานครจะเพิ่มจาก 23% เป็น 37%

ส่วนปริมาณการเดินทางด้วยรถไฟฟ้าในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล คาดว่าจะเพิ่มจาก 1.55 ล้านคน-เที่ยวต่อวัน เป็น 4.5 ล้านคน-เที่ยวต่อวัน

โจทย์สำคัญจึงไม่ใช่แค่สร้างรถไฟฟ้าเพิ่ม แต่ต้องทำให้ประชาชนเดินทางจากบ้านถึงสถานีได้ง่าย ต่อรถสะดวก และมีค่าใช้จ่ายที่เหมาะสม เพราะหากขนส่งสาธารณะตอบโจทย์ชีวิตประจำวันได้จริง ก็อาจเป็นอีกทางเลือกสำคัญในการลดการพึ่งพารถยนต์ส่วนตัวและบรรเทาปัญหาจราจรในระยะยาว

You can share this post!