“สุรินทร์” – “ศุลกากรช่องจอม” เดินหน้ายกระดับปราบบุหรี่เถื่อน บุหรี่ไฟฟ้าผิดกฎหมาย ผลงานชิ้นโบว์แดง ทลายเครือข่ายส่งพัสดุ “ปฏิบัติการนายแน่มาก” ยึดของกลางราว 10 ล้าน
ศุลกากร

“สุรินทร์” – “ศุลกากรช่องจอม” เดินหน้ายกระดับปราบบุหรี่เถื่อน บุหรี่ไฟฟ้าผิดกฎหมาย ผลงานชิ้นโบว์แดง ทลายเครือข่ายส่งพัสดุ “ปฏิบัติการนายแน่มาก” ยึดของกลางราว 10 ล้าน

ศุลกากรช่องจอม ขานรับนโยบายรัฐบาล ลุยยกระดับปราบปรามบุหรี่เถื่อนและบุหรี่ไฟฟ้าเชิงรุก เดินหน้าใช้ AI และ Big Data ช่วยประมวลผลคัดกรองความเสี่ยง ยึด 3 พื้นที่ชายแดนอีสานใต้ ตั้งเป้าปีงบประมาณ 2570 มุ่งทลายสถิติจับกุมของปีที่ผ่านมา ต่อยอดผลงานล่าสุดในปฏิบัติการ “นายแน่มาก” ที่ผนึกกำลังศูนย์ไปรษณีย์โคราช สกัดยึดของกลางผ่านระบบพัสดุมูลค่ากว่า 10 ล้านบาท

นายประสิทธิ์ ดีจงเจริญ นายด่านศุลกากรช่องจอม เปิดเผยว่า ด่านศุลกากรช่องจอมมีภารกิจหลักในการควบคุมการนำเข้า - ส่งออก และสกัดกั้นสินค้าผิดกฎหมาย ผ่านการตรวจสอบและสกัดกั้น รวมถึงการบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อขยายผลถึงเครือข่ายผู้กระทำผิดและตัดวงจรการลักลอบนำเข้าอย่างเป็นระบบ โดยมีพื้นที่รับผิดชอบครอบคลุม 3 จังหวัด คือ สุรินทร์ บุรีรัมย์ และนครราชสีมา ซึ่งเป็นพื้นที่ชายแดนติดประเทศเพื่อนบ้าน จึงต้องเฝ้าระวังและบริหารความเสี่ยงอย่างใกล้ชิดเพื่อป้องกันการลักลอบนำเข้าสินค้าผิดกฎหมายทุกรูปแบบ

สอดคล้องกับผลสำรวจซองบุหรี่เปล่า (Empty Packs Survey) ซึ่งจัดทำโดยบริษัทวิจัยตลาดอิสระ พบว่า จังหวัดนครราชสีมามีสัดส่วนการบริโภคบุหรี่ผิดกฎหมายอยู่ที่ 22% สะท้อนให้เห็นว่าบุหรี่ผิดกฎหมายยังคงมีสัดส่วนที่น่าจับตาในพื้นที่ ขณะเดียวกัน ผลสำรวจยังพบว่า 3.4% ของบุหรี่ที่ไม่เสียภาษีที่ตรวจพบระบุว่าผลิตในประเทศกัมพูชา

“ที่ผ่านมา ขบวนการลักลอบนำเข้าสินค้าผิดกฎหมายมักใช้ช่องทางธรรมชาติบริเวณช่องจอม อำเภอกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์ และสายตะกู อำเภอบ้านกรวด จังหวัดบุรีรัมย์ เป็นเส้นทางลำเลียงสินค้าเข้าประเทศ แต่หลังจากภาครัฐยกระดับมาตรการควบคุมและจำกัดการผ่านเข้าออกตามแนวชายแดน รวมถึงมีการปิดด่านในบางช่วงเวลา ทำให้การลักลอบผ่านเส้นทางเดิมทำได้ยากขึ้น ส่งผลให้ขบวนการปรับเปลี่ยนรูปแบบการลำเลียงขนส่งสินค้าจากพื้นที่ภาคใต้เข้าสู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือแทน โดยใช้จังหวัดนครราชสีมาเป็นจุดพักและกระจายสินค้าต่อไปยังพื้นที่ต่าง ๆ” นายประสิทธิ์กล่าว

สำหรับผลการดำเนินงานในช่วง 9 เดือนแรกปี 2569 (มกราคม-กันยายน) ด่านศุลกากรช่องจอม สามารถจับกุมคดีสินค้าผิดกฎหมายได้กว่า 55 คดี ตรวจยึดของกลางราว 80,000 รายการ มูลค่าความเสียหายสูงกว่า 100 ล้านบาท ครอบคลุมสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา อาหารสำหรับคนและสัตว์ พลุดอกไม้เพลิง บุหรี่ผิดกฎหมาย และบุหรี่ไฟฟ้า

ส่วนผลการปราบปรามบุหรี่ผิดกฎหมายและบุหรี่ไฟฟ้า ช่วง 4 เดือนล่าสุด (กรกฎาคม - ตุลาคม 2569) สามารถตรวจยึดบุหรี่ผิดกฎหมายได้ประมาณ 30,000 แท่ง และบุหรี่ไฟฟ้ากว่า 3,000 ชิ้น มูลค่าความเสียหายรวมกว่า 30 ล้านบาท สะท้อนประสิทธิภาพในการสกัดกั้นและปราบปรามขบวนการลักลอบนำเข้าสินค้าผิดกฎหมายอย่างต่อเนื่อง

ในช่วงเดือนแรกของปีงบประมาณ 2570 ด่านศุลกากรช่องจอมตรวจยึดบุหรี่ผิดกฎหมายได้กว่า 10,000 แท่ง มูลค่าความเสียหายราว 10 ล้านบาท จากการตรวจสอบพัสดุไปรษณีย์เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2569 ภายใต้แผนปฏิบัติการ “นายแน่มาก” ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างด่านศุลกากรช่องจอมและศูนย์ไปรษณีย์นครราชสีมา เพื่อสกัดกั้นการลักลอบส่งบุหรี่ผิดกฎหมายผ่านระบบไปรษณีย์ โดยพบว่าสินค้าส่วนใหญ่มีต้นทางจากพื้นที่ชายแดนภาคใต้ ก่อนลำเลียงมาพักในจังหวัดนครราชสีมา ซึ่งเป็นศูนย์กลางการคมนาคมและโลจิสติกส์สำคัญของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ก่อนกระจายต่อไปยังจังหวัดต่าง ๆ

สำหรับปฏิบัติการ “นายแน่มาก” นายประสิทธิ์ กล่าวว่า ขบวนการลักลอบค้าบุหรี่ผิดกฎหมายมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบการขนส่ง โดยใช้ระบบพัสดุไปรษณีย์และเครือข่ายโลจิสติกส์เป็นช่องทางลำเลียงและกระจายสินค้า ทำให้การปราบปรามต้องอาศัยการเชื่อมโยงข้อมูลและบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน โดยเป้าหมายสำคัญไม่ใช่เพียงการตรวจยึดของกลางมูลค่ากว่า 10 ล้านบาท แต่ต้องขยายผลถึงเส้นทางลำเลียง จุดพักสินค้า และเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง เพื่อสกัดกั้นการกระจายบุหรี่ผิดกฎหมายและตัดวงจรการค้าให้ได้อย่างเป็นระบบ

ด้านเป้าหมายในปีงบประมาณ 2570 นายประสิทธิ์ ระบุว่า “ด่านศุลกากรช่องจอมพร้อมขานรับนโยบายรัฐบาลและกรมศุลกากรเต็มกำลัง เดินหน้าปราบปรามบุหรี่เถื่อน บุหรี่ไฟฟ้าและสินค้าผิดกฎหมายอย่างเด็ดขาด ยกระดับเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงานเชิงรุก รวมถึงการเฝ้าต้องจับตาการปรับเปลี่ยนเส้นทางและรูปแบบการขนส่ง รวมถึงการใช้ระบบพัสดุไปรษณีย์และเครือข่ายโลจิสติกส์เป็นช่องทางกระจายสินค้า เพื่อให้สามารถตรวจจับและขยายผลคดีได้มากขึ้น พร้อมผสานความร่วมมือและแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างหน่วยงานอย่างต่อเนื่อง เราตั้งเป้าหมายการปรามปรามและสร้างผลงานการจับกุมให้สูงกว่าปีที่ผ่านมา ซึ่งเคยจับกุมได้มากกว่า 55 คดี มูลค่าความเสียหายรวมกว่า 100 ล้านบาท”

นอกจากนี้ ยังเดินหน้ายกระดับมาตรการควบคุมและตรวจสอบสินค้าข้ามแดน ด้วยการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามาประยุกต์ใช้ในการประมวลผลและวิเคราะห์ข้อมูลการขนส่งอย่างครบวงจร ทั้งต้นทาง เส้นทางการลำเลียง ช่วงเวลา และจุดหมายปลายทางของสินค้า ตามนโยบาย AI-Driven Risk Management ของกรมศุลกากร โดยนำข้อมูลที่ได้รับมาวิเคราะห์พฤติกรรมความเสี่ยงและคัดกรองเป้าหมายที่ต้องเฝ้าระวัง พร้อมทั้งเชื่อมโยงข้อมูลการจับกุมทุกคดียังถูกส่งเข้าสู่ฐานข้อมูลกลาง (Big Data) เพื่อขยายผลไปยังเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง สนับสนุนการสกัดกั้น การตรวจค้น และการปราบปรามเป็นไปอย่างแม่นยำและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

พร้อมกันนี้ ยังขอความร่วมมือประชาชนชาวสุรินทร์ร่วมเป็นหูเป็นตาให้กับเจ้าหน้าที่ ด้วยการไม่ซื้อ ไม่ขาย และไม่สนับสนุนบุหรี่เถื่อนหรือบุหรี่ไฟฟ้าผิดกฎหมาย หากพบเบาะแสการลักลอบจำหน่าย สามารถแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อตรวจสอบและดำเนินการตามกฎหมาย เพื่อร่วมกันสร้างสังคมที่ปลอดภัย ลดปัจจัยเสี่ยงด้านสุขภาพ และปกป้องลูกหลานชาวสุรินทร์ให้ห่างไกลจากภัยของผลิตภัณฑ์ยาสูบผิดกฎหมาย

“ศุลกากรช่องจอมทำงานอย่างเข้มงวดในการตรวจคัดกรองและสกัดกั้นการลักลอบนำเข้าบุหรี่เถื่อนและบุหรี่ไฟฟ้าตามแนวชายแดน บุหรี่เถื่อนและบุหรี่ไฟฟ้าผิดกฎหมาย ไม่เพียงแต่บ่อนทำลายระบบภาษีและผู้ประกอบการที่ถูกกฎหมาย แต่ยังส่งผลกระทบโดยตรงต่อสุขภาวะของเด็กและเยาวชน หากพบการลักลอบ แจ้งเบาะแสทันที เพื่อปกป้องลูกหลานและสังคม”

You can share this post!