"AWC" ผนึกกำลังยักษ์ใหญ่ "IHG" ทุ่มงบทะลุ 1,000 ล้าน พลิกโฉม "ฮอลิเดย์ อินน์ เอ็กซ์เพรส สาทร" สู่ "Ruby Bangkok" แบรนด์ไลฟ์สไตล์ระดับโลกแห่งแรกในเอเชียแปซิฟิก คาดพร้อมเปิดให้บริการครึ่งปีหลัง 70
อสังหาริมทรัพย์

"AWC" ผนึกกำลังยักษ์ใหญ่ "IHG" ทุ่มงบทะลุ 1,000 ล้าน พลิกโฉม "ฮอลิเดย์ อินน์ เอ็กซ์เพรส สาทร" สู่ "Ruby Bangkok" แบรนด์ไลฟ์สไตล์ระดับโลกแห่งแรกในเอเชียแปซิฟิก คาดพร้อมเปิดให้บริการครึ่งปีหลัง 70

แอสเสท เวิรด์ คอร์ปฯ เดินเกมรุกคุมทำเลทองใจกลางซีบีดี ปิดดีลประวัติศาสตร์คว้าแบรนด์โรงแรมสุดฮิปสัญชาติยุโรป "Ruby" ในเครือ IHG บุกเอเชียแปซิฟิกเป็นครั้งแรก และอันดับ 42 ของโลก ทุ่มงบกว่า 1,000 ล้านบาท ปรับโฉม “ฮอลิเดย์ อินน์ เอ็กซ์เพรส” เป็น รร.กลุ่มพรีเมียมไลฟ์สไตล์ เพียง 184 ห้องพัก ด้วยคอนเซปต์ "Engaging Lifestyle" จัดเต็มบาร์และพื้นที่ส่วนกลางเปิด 24 ชั่วโมง ดีลเดือดสะท้อนวิสัยทัศน์ปั้นพอร์ตอสังหาฯ เติบโตก้าวกระโดด พร้อมเขย่าวงการท่องเที่ยวไทยเตรียมเปิดให้บริการเต็มสูบครึ่งหลังปี 2570

 

นางวัลลภา ไตรโสรัส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) หรือ AWC เปิดเผยว่า ล่าสุดได้ลงนามสัญญากับ InterContinental Hotels Group (IHG) ในการเข้าบริหารโรงแรมรูบี้ (Ruby) ในกรุงเทพฯ ซึ่งเป็นการนำแบรนด์ Ruby IHG เข้าสู่ประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกเป็นครั้งแรก ซึ่งเป็นแบรนด์ที่มีโรงแรมเปิดให้บริการทั่วโลกแล้ว 41 แห่ง โดยเฉพาะในทวีปยุโรป เข้ามาเปิดตัวในประเทศไทยเป็นครั้งแรก และเป็นสาขาที่ 42  ถือเป็นการนำแบรนด์ที่มีความ Unique และมีเอกลักษณ์โดดเด่นเช่นนี้มาเปิดให้บริการในย่าน CBD จะช่วยสร้างมูลค่าระยะยาวผ่านการส่งมอบประสบการณ์ที่มีความหมาย แก่คนรุ่นใหม่ โดยเป็นการผ่านการปรับโฉมและ Repositioning โรงแรม ฮอลิเดย์ อินน์ เอ็กซ์เพรส (Holiday Inn Express Bangkok Sathorn) เดิม  ซึ่งตั้งอยู่ในซอยพิพัฒน์ (สีลม 3) บริเวณบีทีเอส สถานีช่องนนทรี-สาทร สู่โรงแรมไลฟ์สไตล์ขนาด 184 ห้อง โดยใช้งบในการรีโนเวทและลงทุนรวมกว่า 1,000 ล้านบาท ซึ่งสะท้อนกลยุทธ์ของ AWC ในการร่วมมือกับแบรนด์โรงแรมชั้นนำระดับโลก เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินทรัพย์ในระยะยาว และสร้างประสบการณ์อันเป็นเอกลักษณ์ให้แก่แขกผู้เข้าพักและชุมชนโดยรอบ โดยโรงแรมดังกล่าวเตรียมเปิดให้บริการได้ในไตรมาสที่ 3/2570  และหลังจากนั้นจะทยอยเปิดตัวโรงแรมอีกหลายแห่งอย่างต่อเนื่อง อาทิ โรงแรมคิมป์ตัน หัวหิน (Kimpton Hua Hin) และโรงแรมอินเตอร์คอนติเนนทัล เยาวราช นครเกษม (InterContinental Bangkok Chinatown at Woeng Nakhon Kasem) ซึ่งกำลังอยู่ระหว่างการก่อสร้างที่จอดรถใต้ดินขนาดใหญ่กลางเมือง พร้อมกันนี้ ยังเตรียมเชื่อมโยงประสบการณ์การท่องเที่ยวเชิงยั่งยืนด้วยโครงการรถแรม (Tram) ที่จะเปิดให้บริการที่โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนทัล เชียงใหม่ แม่ปิง ในวันที่ 18 พฤศจิกายน 2567 นี้ เพื่อส่งเสริมเสน่ห์วัฒนธรรมล้านนา ก่อนจะนำรูปแบบรถแรมประดับโคมแดงและเสียงดนตรีมาใช้ในย่านเยาวราชต่อไป ตลอดจนการพัฒนาโครงการในเชียงรายและพัทยา เพื่อขับเคลื่อนการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนผ่านมิติด้านสิ่งแวดล้อม การอุดหนุนวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์ชุมชน เพื่อสร้างตัวคูณทางเศรษฐกิจ (Multiplier Effect) ที่สูงในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว และส่งมอบความสุขให้แก่ผู้คน

“โรงแรมแห่งนี้ถูกจัดอยู่ในกลุ่มพรีเมียมไลฟ์สไตล์ (Premium Lifestyle) มีจำนวนห้องพักทั้งหมด 184 ห้อง ที่มุ่งเน้นการมอบประสบการณ์มากกว่าการจัดเกรดโรงแรมแบบดั้งเดิม โดยมีการตั้งราคาในระดับใกล้เคียงกับโรงแรมไลฟ์สไตล์ชั้นนำ คือประมาณ 4,000 บาท/คืน สำหรับมูลค่าสินทรัพย์และการลงทุนรวมของโครงการนี้มีมูลค่ามากกว่า 1,000 ล้านบาท ซึ่งทาง AWC ยังมีแผนที่จะอนุมัติงบประมาณการลงทุนเพิ่มเติมเพื่อยกระดับคุณภาพ การตกแต่ง และบริการของโรงแรมให้สมบูรณ์แบบที่สุด ความพิเศษอยู่ที่การออกแบบพื้นที่ส่วนกลางบริเวณชั้นล่างให้ออกแบบเชื่อมต่อกันทั้งหมด ตั้งแต่โซนห้องนั่งเล่น (Living Room) บาร์เครื่องดื่ม โซนเสียงเพลงจากดีเจ ไปจนถึงเก้าอี้นวดผ่อนคลาย ทั้งยังเปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อสร้างบรรยากาศที่คึกคัก อบอุ่น และไม่เหงาเมื่อเดินเข้ามาในโรงแรม ซึ่งตอบโจทย์พฤติกรรมของนักเดินทางและคนรุ่นใหม่ในปัจจุบันที่มีเวลาจำกัดได้อย่างลงตัว โดยมีกำหนดการเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการในช่วงครึ่งหลังของปี 2570”นางวัลลภา กล่าว

โดยสาเหตุที่เลือกแบรนด์ Ruby เปิดตัวในกรุงเทพฯ เพราะมองว่าเป็นเมืองที่มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเยือนมากที่สุดในโลก มีเอกลักษณ์ทางไลฟ์สไตล์ วัฒนธรรม และความสนุกสนานเฉพาะตัวที่ตรงกับคาแรคเตอร์ของแบรนด์อย่างลงตัว คอนเซปต์ของรูบี้เป็นโมเดลรูปแบบใหม่ที่ไม่ใช่แค่ไลฟ์สไตล์ทั่วไป แต่เป็น "Engaging Lifestyle" ที่เน้นการสร้างชุมชนและการมีส่วนร่วม บรรยากาศภายในโรงแรมถูกออกแบบให้มีความอบอุ่นและเป็นกันเองเสมือนห้องนั่งเล่นในบ้านที่พร้อมต้อนรับเพื่อนฝูง มีพื้นที่สำหรับผสมเครื่องดื่ม (Mixology) ดนตรี และอาหารอร่อย. โดยให้ความสำคัญกับประสบการณ์และพื้นที่ส่วนกลางมากกว่าขอบเขตของห้องพัก เพื่อให้เป็นพื้นที่นัดพบและสร้างความสัมพันธ์ทั้งสำหรับนักเดินทางรุ่นใหม่และคนในชุมชนท้องถิ่น ย่านสาทรและสีลม

“ความร่วมมือครั้งสำคัญกับ IHG ซึ่งเป็นเครือข่ายโรงแรมระดับท็อปของโลกที่มีฐานสมาชิกกว่า 160 ล้านคน ความร่วมมือครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการลงทุนและขยายโครงการคุณภาพของ AWC เพื่อสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจ สร้างงาน และกระจายรายได้สู่ชุมชนเท่านั้น แต่ยังเป็นการดึงดูดนักเดินทางและนักลงทุนระดับคุณภาพจากทั่วโลกเข้ามาสัมผัสความพิเศษของประเทศไทย  ไฮไลต์สำคัญในครั้งนี้คือการเปิดตัวแบรนด์ ‘รูบี้’ (Ruby) ซึ่งเป็นการนำแบรนด์ดังกล่าวเข้ามาเปิดให้บริการในภูมิภาคเอเชียเป็นครั้งแรก โดยโรงแรมแห่งนี้นับเป็นแห่งที่ 42 ของโลก และเป็นแห่งแรกในเอเชียแปซิฟิก ซึ่งตั้งอยู่ใจกลางย่านศูนย์กลางธุรกิจ (CBD) ของกรุงเทพมหานคร”นางวัลลภา กล่าว

นางวัลลภา กล่าวต่อว่า AWC มุ่งเน้นการสร้างมูลค่าใหม่ให้แก่อสังหาริมทรัพย์และชุมชนโดยรอบ สำหรับนักเดินทางรุ่นใหม่ที่ให้ความสำคัญกับประสบการณ์และกิจกรรม การผสมผสานดนตรี ศิลปะ และวัฒนธรรม เข้ากับพื้นที่ส่วนกลางและล็อบบี้จะช่วยสร้างประสบการณ์ที่ตื่นเต้นและเปิดรับทุกประสาทสัมผัส นอกจากนี้ โครงการยังนำเสนอประวัติศาสตร์และเรื่องราวของย่านสาทรและสีลม ตั้งแต่จุดเริ่มต้นการพัฒนาจนกลายเป็นศูนย์กลางธุรกิจกลางเมือง เพื่อถ่ายทอดคุณค่าและความหมายของพื้นที่ให้เชื่อมโยงกับความสนุกสนานและเสน่ห์ของกรุงเทพฯ ในอีกมุมมองหนึ่ง

นอกจากนี้บริษัทฯยังมีแผนที่จะร่วมมือระยะยาวในพอร์ตอสังหาริมทรัพย์และการท่องเที่ยวร่วมกับ IHG อย่างต่อเนื่อง โดยโรงแรมรูบี้ กรุงเทพฯ จะเป็นโรงแรมแรกที่เปิดให้บริการได้อย่างรวดเร็ว จากนั้น AWC และ IHG ยังมีแผนที่จะทยอยเปิดตัวโรงแรมอีกหลายแห่งตามแผนยุทธศาสตร์ 5 ปี ได้แก่ คิมป์ตัน หัวหิน รีสอร์ท (Kimpton Hua Hin Resort), โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล กรุงเทพฯ ไชน่าทาวน์ (InterContinental Bangkok Chinatown)ย่านเยาวราช, โครงการโรงแรมระดับลักชัวรีในจังหวัดเชียงราย ตลอดจน โรงแรม คิมป์ตัน พัทยา (Kimpton Pattaya) ซึ่งตั้งอยู่ทำเลใจกลางเมืองพัทยา เพื่อร่วมกันสร้างประสบการณ์ไลฟ์สไตล์ในจุดหมายปลายทางสำคัญทั่วประเทศไทย

สำหรับความคืบหน้า คิมป์ตัน หัวหิน รีสอร์ท นั้นไม่ได้เป็นการก่อสร้างอาคารใหม่ขึ้นมาทั้งหมด แต่เป็นการนำอสังหาริมทรัพย์เดิม คือโรงแรมอิมพีเรียล (Imperial) ซึ่งตั้งอยู่บริเวณใกล้พระราชวังไกลกังวล มาทำการปรับปรุงยกระดับ เพื่อเตรียมพร้อมต้อนรับกลุ่มลูกค้าระดับคุณภาพเข้ามาในพื้นที่ โดยกระบวนการปรับปรุงโครงการ คิมป์ตัน หัวหิน รีสอร์ท คาดว่าจะใช้ระยะเวลาดำเนินการประมาณ 2 ปี ขณะเดียวกัน ในส่วนของพื้นที่อื่น เช่น จังหวัดชลบุรี (พัทยา) จะมีการพัฒนาในรูปแบบการสร้างโครงการใหม่เพิ่มขึ้นควบคู่กันไปด้วย

“การดำเนินการทั้งหมดนี้ ถือเป็นส่วนหนึ่งของแผนยุทธศาสตร์ใหญ่ของ AWC ในการทยอยปรับปรุงและเปลี่ยนแบรนด์ (Renovate / Rebrand) อสังหาริมทรัพย์เดิมที่มีอยู่ในหลายแห่งทั่วประเทศ นอกจากนี้ บริษัทฯยังเปิดกว้างรับโอกาสใหม่ ๆ ในตลาด หากมีอสังหาริมทรัพย์หรือโครงการที่มีศักยภาพและต้องการร่วมมือกับ AWC ก็พร้อมที่จะนำผลิตภัณฑ์และการบริการที่โดดเด่นไปพัฒนาในทำเลที่ดีที่สุด เพื่อเร่งดึงดูดนักเดินทางระดับคุณภาพจากทั่วโลกให้เดินทางเข้ามายังประเทศไทยเพิ่มขึ้น”นางวัลลภา กล่าว

 

นายราจิต สุขุมารัน รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารอาวุโส และกรรมการผู้จัดการ ประจำภูมิภาคเอเชีย ตะวันออกและแปซิฟิก InterContinental Hotels Group (IHG) กล่าวว่า การประกาศความร่วมมือในครั้งนี้นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในมิตรภาพอันยาวนานระหว่าง IHG และ AWC ซึ่งเป็นพันธมิตรที่แน่นแฟ้นและก่อตั้งขึ้นบนวิสัยทัศน์ร่วมกันในการสร้างสรรค์และพลิกฟื้นจุดหมายปลายทางใหม่ๆ การร่วมมือกันมุ่งเน้นการสร้างสินทรัพย์ที่มีมูลค่าสูง เพื่อมอบประสบการณ์ที่มีคุณค่าและแตกต่างให้แก่แขกผู้เข้าพัก ซึ่งเห็นได้จากความสำเร็จของโครงการก่อนหน้านี้ เช่น โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนทัล เชียงใหม่ แม่ปิง และโรงแรมคิมป์ตัน แบงค็อก ไชน่าทาวน์ (Kimpton Bangkok Chinatown) ที่เป็นส่วนหนึ่งของโครงการเมกะโปรเจกต์ “เวิ้งนครเกษม เยาวราช”

โดยเหตุผลที่ IHG เลือกกรุงเทพฯ เป็นสถานที่เปิดตัวแบรนด์รูบี้ (Ruby) แห่งแรกในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกนั้น  เนื่องจากกรุงเทพฯ เป็นมหานครระดับโลก (Global City) ที่เต็มไปด้วยพลัง ความคิดสร้างสรรค์ และความคึกคัก อีกทั้งยังเป็นตลาดเปิดตัวที่ประสบความสำเร็จเสมอมาสำหรับแบรนด์ต่างๆของ IHG โดย Ruby  ถือเป็นแบรนด์ลำดับที่ 6 ที่เปิดตัวในประเทศไทยก่อนจะขยายไปยังประเทศอื่นในภูมิภาค นอกจากนี้ พฤติกรรมของนักเดินทางในปัจจุบันไม่ได้แสวงหาเพียงแค่ที่พักแบบเดิมอีกต่อไป แต่ต้องการประสบการณ์ที่มีความเชื่อมโยงกับจิตวิญญาณ เอกลักษณ์ และวัฒนธรรมของท้องถิ่นอย่างแท้จริง ซึ่งแบรนด์รูบี้ถูกออกแบบมาเพื่อสะท้อนสิ่งเหล่านี้ผ่านดีเอ็นเอสำคัญอย่างเสียงดนตรี

“การพัฒนาโครงการนี้ ถือว่าเป็นการปรับเปลี่ยนและปรับโฉมสินทรัพย์เดิมให้กลายเป็นโรงแรม Ruby การตกแต่งจะถ่ายทอดความหรูหราและกลิ่นอายที่มีเสน่ห์ของสยามในยุคปี 1920 (พ.ศ.2463) เพื่อมอบการเข้าพักที่เปี่ยมด้วยสไตล์ จิตวิญญาณ และเรื่องราวนอกจากนี้ โรงแรม Ruby Bangkok  ยังคงเป็นเอกลักษณ์สำคัญที่เป็นเอกสิทธิ์เฉพาะของแบรนด์ ได้แก่ การมีบาร์ที่เปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง 7 วันไม่มีวันหยุดการจัดแสดงดนตรีสด การติดตั้งลำโพงมาร์แชล (Marshall) ในห้องพักทุกห้อง รวมถึงบริการให้ผู้เข้าพักยืมกีตาร์ไปเล่นได้ พร้อมพื้นที่กว้างขวางสำหรับกิจกรรมทางสังคมและการพบปะสังสรรค์ เพื่อเปิดรับวัฒนธรรมและสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างผู้เข้าพัก” นายราจิต กล่าว

จากข้อมูลสถิติในอดีตของโรงแรมกลุ่มพรีเมียมในพื้นที่กรุงเทพมหานครนั้น อัตราการเข้าพัก (Occupancy Rate) ของโรงแรมระดับพรีเมียมโดยทั่วไปจะเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 60–70% ดังนั้นจึงมีความมั่นใจอย่างยิ่งว่าโรงแรม รูบี้ กรุงเทพฯ จะสามารถสร้างอัตราการเข้าพักได้อยู่ในระดับที่เทียบเท่าหรือสูงกว่ามาตรฐานเฉลี่ยดังกล่าวของตลาดได้อย่างแน่นอน

 

ทั้งนี้ IHG มีเครือข่ายโรงแรมทั่วโลกกว่า 7,100 แห่ง และสมาชิกโปรแกรมสะสมคะแนนมากกว่า 160 ล้านคน ซึ่งจะช่วยสนับสนุนการดำเนินงานของโรงแรมผ่านแพลตฟอร์มการจองที่แข็งแกร่ง อีกทั้งชื่อเสียงระดับโลกของ IHG ยังสะท้อนผ่านการได้รับการจัดอันดับให้อยู่ในรายชื่อ 100 บริษัทที่น่าทำงานด้วยมากที่สุดในสหรัฐอเมริกาของนิตยสาร Fortune โดยอยู่ในอันดับที่ 17 ในปี 2568 นอกจากนี้ แบรนด์ชั้นนำในเครือ IHG ยังได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติจากเวที World Travel Awards โดย voco hotels, InterContinental Hotels & Resorts และ Holiday Inn ได้รับรางวัลจาก World Travel Awards ในสาขา World’s Leading Premium Hotel Brand, World’s Leading Business Hotel Brand และ World’s Leading Budget Hotel Brand ตามลำดับ

 

 

You can share this post!