แอสเสท เวิรด์ คอร์ปฯ เดินเกมรุกคุมทำเลทองใจกลางซีบีดี ปิดดีลประวัติศาสตร์คว้าแบรนด์โรงแรมสุดฮิปสัญชาติยุโรป "Ruby" ในเครือ IHG บุกเอเชียแปซิฟิกเป็นครั้งแรก และอันดับ 42 ของโลก ทุ่มงบกว่า 1,000 ล้านบาท ปรับโฉม “ฮอลิเดย์ อินน์ เอ็กซ์เพรส” เป็น รร.กลุ่มพรีเมียมไลฟ์สไตล์ เพียง 184 ห้องพัก ด้วยคอนเซปต์ "Engaging Lifestyle" จัดเต็มบาร์และพื้นที่ส่วนกลางเปิด 24 ชั่วโมง ดีลเดือดสะท้อนวิสัยทัศน์ปั้นพอร์ตอสังหาฯ เติบโตก้าวกระโดด พร้อมเขย่าวงการท่องเที่ยวไทยเตรียมเปิดให้บริการเต็มสูบครึ่งหลังปี 2570

นางวัลลภา ไตรโสรัส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) หรือ AWC เปิดเผยว่า ล่าสุดได้ลงนามสัญญากับ InterContinental Hotels Group (IHG) ในการเข้าบริหารโรงแรมรูบี้ (Ruby) ในกรุงเทพฯ ซึ่งเป็นการนำแบรนด์ Ruby IHG เข้าสู่ประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกเป็นครั้งแรก ซึ่งเป็นแบรนด์ที่มีโรงแรมเปิดให้บริการทั่วโลกแล้ว 41 แห่ง โดยเฉพาะในทวีปยุโรป เข้ามาเปิดตัวในประเทศไทยเป็นครั้งแรก และเป็นสาขาที่ 42 ถือเป็นการนำแบรนด์ที่มีความ Unique และมีเอกลักษณ์โดดเด่นเช่นนี้มาเปิดให้บริการในย่าน CBD จะช่วยสร้างมูลค่าระยะยาวผ่านการส่งมอบประสบการณ์ที่มีความหมาย แก่คนรุ่นใหม่ โดยเป็นการผ่านการปรับโฉมและ Repositioning โรงแรม ฮอลิเดย์ อินน์ เอ็กซ์เพรส (Holiday Inn Express Bangkok Sathorn) เดิม ซึ่งตั้งอยู่ในซอยพิพัฒน์ (สีลม 3) บริเวณบีทีเอส สถานีช่องนนทรี-สาทร สู่โรงแรมไลฟ์สไตล์ขนาด 184 ห้อง โดยใช้งบในการรีโนเวทและลงทุนรวมกว่า 1,000 ล้านบาท ซึ่งสะท้อนกลยุทธ์ของ AWC ในการร่วมมือกับแบรนด์โรงแรมชั้นนำระดับโลก เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินทรัพย์ในระยะยาว และสร้างประสบการณ์อันเป็นเอกลักษณ์ให้แก่แขกผู้เข้าพักและชุมชนโดยรอบ โดยโรงแรมดังกล่าวเตรียมเปิดให้บริการได้ในไตรมาสที่ 3/2570 และหลังจากนั้นจะทยอยเปิดตัวโรงแรมอีกหลายแห่งอย่างต่อเนื่อง อาทิ โรงแรมคิมป์ตัน หัวหิน (Kimpton Hua Hin) และโรงแรมอินเตอร์คอนติเนนทัล เยาวราช นครเกษม (InterContinental Bangkok Chinatown at Woeng Nakhon Kasem) ซึ่งกำลังอยู่ระหว่างการก่อสร้างที่จอดรถใต้ดินขนาดใหญ่กลางเมือง พร้อมกันนี้ ยังเตรียมเชื่อมโยงประสบการณ์การท่องเที่ยวเชิงยั่งยืนด้วยโครงการรถแรม (Tram) ที่จะเปิดให้บริการที่โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนทัล เชียงใหม่ แม่ปิง ในวันที่ 18 พฤศจิกายน 2567 นี้ เพื่อส่งเสริมเสน่ห์วัฒนธรรมล้านนา ก่อนจะนำรูปแบบรถแรมประดับโคมแดงและเสียงดนตรีมาใช้ในย่านเยาวราชต่อไป ตลอดจนการพัฒนาโครงการในเชียงรายและพัทยา เพื่อขับเคลื่อนการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนผ่านมิติด้านสิ่งแวดล้อม การอุดหนุนวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์ชุมชน เพื่อสร้างตัวคูณทางเศรษฐกิจ (Multiplier Effect) ที่สูงในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว และส่งมอบความสุขให้แก่ผู้คน

“โรงแรมแห่งนี้ถูกจัดอยู่ในกลุ่มพรีเมียมไลฟ์สไตล์ (Premium Lifestyle) มีจำนวนห้องพักทั้งหมด 184 ห้อง ที่มุ่งเน้นการมอบประสบการณ์มากกว่าการจัดเกรดโรงแรมแบบดั้งเดิม โดยมีการตั้งราคาในระดับใกล้เคียงกับโรงแรมไลฟ์สไตล์ชั้นนำ คือประมาณ 4,000 บาท/คืน สำหรับมูลค่าสินทรัพย์และการลงทุนรวมของโครงการนี้มีมูลค่ามากกว่า 1,000 ล้านบาท ซึ่งทาง AWC ยังมีแผนที่จะอนุมัติงบประมาณการลงทุนเพิ่มเติมเพื่อยกระดับคุณภาพ การตกแต่ง และบริการของโรงแรมให้สมบูรณ์แบบที่สุด ความพิเศษอยู่ที่การออกแบบพื้นที่ส่วนกลางบริเวณชั้นล่างให้ออกแบบเชื่อมต่อกันทั้งหมด ตั้งแต่โซนห้องนั่งเล่น (Living Room) บาร์เครื่องดื่ม โซนเสียงเพลงจากดีเจ ไปจนถึงเก้าอี้นวดผ่อนคลาย ทั้งยังเปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อสร้างบรรยากาศที่คึกคัก อบอุ่น และไม่เหงาเมื่อเดินเข้ามาในโรงแรม ซึ่งตอบโจทย์พฤติกรรมของนักเดินทางและคนรุ่นใหม่ในปัจจุบันที่มีเวลาจำกัดได้อย่างลงตัว โดยมีกำหนดการเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการในช่วงครึ่งหลังของปี 2570”นางวัลลภา กล่าว
โดยสาเหตุที่เลือกแบรนด์ Ruby เปิดตัวในกรุงเทพฯ เพราะมองว่าเป็นเมืองที่มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเยือนมากที่สุดในโลก มีเอกลักษณ์ทางไลฟ์สไตล์ วัฒนธรรม และความสนุกสนานเฉพาะตัวที่ตรงกับคาแรคเตอร์ของแบรนด์อย่างลงตัว คอนเซปต์ของรูบี้เป็นโมเดลรูปแบบใหม่ที่ไม่ใช่แค่ไลฟ์สไตล์ทั่วไป แต่เป็น "Engaging Lifestyle" ที่เน้นการสร้างชุมชนและการมีส่วนร่วม บรรยากาศภายในโรงแรมถูกออกแบบให้มีความอบอุ่นและเป็นกันเองเสมือนห้องนั่งเล่นในบ้านที่พร้อมต้อนรับเพื่อนฝูง มีพื้นที่สำหรับผสมเครื่องดื่ม (Mixology) ดนตรี และอาหารอร่อย. โดยให้ความสำคัญกับประสบการณ์และพื้นที่ส่วนกลางมากกว่าขอบเขตของห้องพัก เพื่อให้เป็นพื้นที่นัดพบและสร้างความสัมพันธ์ทั้งสำหรับนักเดินทางรุ่นใหม่และคนในชุมชนท้องถิ่น ย่านสาทรและสีลม

“ความร่วมมือครั้งสำคัญกับ IHG ซึ่งเป็นเครือข่ายโรงแรมระดับท็อปของโลกที่มีฐานสมาชิกกว่า 160 ล้านคน ความร่วมมือครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการลงทุนและขยายโครงการคุณภาพของ AWC เพื่อสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจ สร้างงาน และกระจายรายได้สู่ชุมชนเท่านั้น แต่ยังเป็นการดึงดูดนักเดินทางและนักลงทุนระดับคุณภาพจากทั่วโลกเข้ามาสัมผัสความพิเศษของประเทศไทย ไฮไลต์สำคัญในครั้งนี้คือการเปิดตัวแบรนด์ ‘รูบี้’ (Ruby) ซึ่งเป็นการนำแบรนด์ดังกล่าวเข้ามาเปิดให้บริการในภูมิภาคเอเชียเป็นครั้งแรก โดยโรงแรมแห่งนี้นับเป็นแห่งที่ 42 ของโลก และเป็นแห่งแรกในเอเชียแปซิฟิก ซึ่งตั้งอยู่ใจกลางย่านศูนย์กลางธุรกิจ (CBD) ของกรุงเทพมหานคร”นางวัลลภา กล่าว
นางวัลลภา กล่าวต่อว่า AWC มุ่งเน้นการสร้างมูลค่าใหม่ให้แก่อสังหาริมทรัพย์และชุมชนโดยรอบ สำหรับนักเดินทางรุ่นใหม่ที่ให้ความสำคัญกับประสบการณ์และกิจกรรม การผสมผสานดนตรี ศิลปะ และวัฒนธรรม เข้ากับพื้นที่ส่วนกลางและล็อบบี้จะช่วยสร้างประสบการณ์ที่ตื่นเต้นและเปิดรับทุกประสาทสัมผัส นอกจากนี้ โครงการยังนำเสนอประวัติศาสตร์และเรื่องราวของย่านสาทรและสีลม ตั้งแต่จุดเริ่มต้นการพัฒนาจนกลายเป็นศูนย์กลางธุรกิจกลางเมือง เพื่อถ่ายทอดคุณค่าและความหมายของพื้นที่ให้เชื่อมโยงกับความสนุกสนานและเสน่ห์ของกรุงเทพฯ ในอีกมุมมองหนึ่ง

นอกจากนี้บริษัทฯยังมีแผนที่จะร่วมมือระยะยาวในพอร์ตอสังหาริมทรัพย์และการท่องเที่ยวร่วมกับ IHG อย่างต่อเนื่อง โดยโรงแรมรูบี้ กรุงเทพฯ จะเป็นโรงแรมแรกที่เปิดให้บริการได้อย่างรวดเร็ว จากนั้น AWC และ IHG ยังมีแผนที่จะทยอยเปิดตัวโรงแรมอีกหลายแห่งตามแผนยุทธศาสตร์ 5 ปี ได้แก่ คิมป์ตัน หัวหิน รีสอร์ท (Kimpton Hua Hin Resort), โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล กรุงเทพฯ ไชน่าทาวน์ (InterContinental Bangkok Chinatown)ย่านเยาวราช, โครงการโรงแรมระดับลักชัวรีในจังหวัดเชียงราย ตลอดจน โรงแรม คิมป์ตัน พัทยา (Kimpton Pattaya) ซึ่งตั้งอยู่ทำเลใจกลางเมืองพัทยา เพื่อร่วมกันสร้างประสบการณ์ไลฟ์สไตล์ในจุดหมายปลายทางสำคัญทั่วประเทศไทย

สำหรับความคืบหน้า คิมป์ตัน หัวหิน รีสอร์ท นั้นไม่ได้เป็นการก่อสร้างอาคารใหม่ขึ้นมาทั้งหมด แต่เป็นการนำอสังหาริมทรัพย์เดิม คือโรงแรมอิมพีเรียล (Imperial) ซึ่งตั้งอยู่บริเวณใกล้พระราชวังไกลกังวล มาทำการปรับปรุงยกระดับ เพื่อเตรียมพร้อมต้อนรับกลุ่มลูกค้าระดับคุณภาพเข้ามาในพื้นที่ โดยกระบวนการปรับปรุงโครงการ คิมป์ตัน หัวหิน รีสอร์ท คาดว่าจะใช้ระยะเวลาดำเนินการประมาณ 2 ปี ขณะเดียวกัน ในส่วนของพื้นที่อื่น เช่น จังหวัดชลบุรี (พัทยา) จะมีการพัฒนาในรูปแบบการสร้างโครงการใหม่เพิ่มขึ้นควบคู่กันไปด้วย

“การดำเนินการทั้งหมดนี้ ถือเป็นส่วนหนึ่งของแผนยุทธศาสตร์ใหญ่ของ AWC ในการทยอยปรับปรุงและเปลี่ยนแบรนด์ (Renovate / Rebrand) อสังหาริมทรัพย์เดิมที่มีอยู่ในหลายแห่งทั่วประเทศ นอกจากนี้ บริษัทฯยังเปิดกว้างรับโอกาสใหม่ ๆ ในตลาด หากมีอสังหาริมทรัพย์หรือโครงการที่มีศักยภาพและต้องการร่วมมือกับ AWC ก็พร้อมที่จะนำผลิตภัณฑ์และการบริการที่โดดเด่นไปพัฒนาในทำเลที่ดีที่สุด เพื่อเร่งดึงดูดนักเดินทางระดับคุณภาพจากทั่วโลกให้เดินทางเข้ามายังประเทศไทยเพิ่มขึ้น”นางวัลลภา กล่าว

นายราจิต สุขุมารัน รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารอาวุโส และกรรมการผู้จัดการ ประจำภูมิภาคเอเชีย ตะวันออกและแปซิฟิก InterContinental Hotels Group (IHG) กล่าวว่า การประกาศความร่วมมือในครั้งนี้นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในมิตรภาพอันยาวนานระหว่าง IHG และ AWC ซึ่งเป็นพันธมิตรที่แน่นแฟ้นและก่อตั้งขึ้นบนวิสัยทัศน์ร่วมกันในการสร้างสรรค์และพลิกฟื้นจุดหมายปลายทางใหม่ๆ การร่วมมือกันมุ่งเน้นการสร้างสินทรัพย์ที่มีมูลค่าสูง เพื่อมอบประสบการณ์ที่มีคุณค่าและแตกต่างให้แก่แขกผู้เข้าพัก ซึ่งเห็นได้จากความสำเร็จของโครงการก่อนหน้านี้ เช่น โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนทัล เชียงใหม่ แม่ปิง และโรงแรมคิมป์ตัน แบงค็อก ไชน่าทาวน์ (Kimpton Bangkok Chinatown) ที่เป็นส่วนหนึ่งของโครงการเมกะโปรเจกต์ “เวิ้งนครเกษม เยาวราช”
โดยเหตุผลที่ IHG เลือกกรุงเทพฯ เป็นสถานที่เปิดตัวแบรนด์รูบี้ (Ruby) แห่งแรกในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกนั้น เนื่องจากกรุงเทพฯ เป็นมหานครระดับโลก (Global City) ที่เต็มไปด้วยพลัง ความคิดสร้างสรรค์ และความคึกคัก อีกทั้งยังเป็นตลาดเปิดตัวที่ประสบความสำเร็จเสมอมาสำหรับแบรนด์ต่างๆของ IHG โดย Ruby ถือเป็นแบรนด์ลำดับที่ 6 ที่เปิดตัวในประเทศไทยก่อนจะขยายไปยังประเทศอื่นในภูมิภาค นอกจากนี้ พฤติกรรมของนักเดินทางในปัจจุบันไม่ได้แสวงหาเพียงแค่ที่พักแบบเดิมอีกต่อไป แต่ต้องการประสบการณ์ที่มีความเชื่อมโยงกับจิตวิญญาณ เอกลักษณ์ และวัฒนธรรมของท้องถิ่นอย่างแท้จริง ซึ่งแบรนด์รูบี้ถูกออกแบบมาเพื่อสะท้อนสิ่งเหล่านี้ผ่านดีเอ็นเอสำคัญอย่างเสียงดนตรี

“การพัฒนาโครงการนี้ ถือว่าเป็นการปรับเปลี่ยนและปรับโฉมสินทรัพย์เดิมให้กลายเป็นโรงแรม Ruby การตกแต่งจะถ่ายทอดความหรูหราและกลิ่นอายที่มีเสน่ห์ของสยามในยุคปี 1920 (พ.ศ.2463) เพื่อมอบการเข้าพักที่เปี่ยมด้วยสไตล์ จิตวิญญาณ และเรื่องราวนอกจากนี้ โรงแรม Ruby Bangkok ยังคงเป็นเอกลักษณ์สำคัญที่เป็นเอกสิทธิ์เฉพาะของแบรนด์ ได้แก่ การมีบาร์ที่เปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง 7 วันไม่มีวันหยุดการจัดแสดงดนตรีสด การติดตั้งลำโพงมาร์แชล (Marshall) ในห้องพักทุกห้อง รวมถึงบริการให้ผู้เข้าพักยืมกีตาร์ไปเล่นได้ พร้อมพื้นที่กว้างขวางสำหรับกิจกรรมทางสังคมและการพบปะสังสรรค์ เพื่อเปิดรับวัฒนธรรมและสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างผู้เข้าพัก” นายราจิต กล่าว
จากข้อมูลสถิติในอดีตของโรงแรมกลุ่มพรีเมียมในพื้นที่กรุงเทพมหานครนั้น อัตราการเข้าพัก (Occupancy Rate) ของโรงแรมระดับพรีเมียมโดยทั่วไปจะเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 60–70% ดังนั้นจึงมีความมั่นใจอย่างยิ่งว่าโรงแรม รูบี้ กรุงเทพฯ จะสามารถสร้างอัตราการเข้าพักได้อยู่ในระดับที่เทียบเท่าหรือสูงกว่ามาตรฐานเฉลี่ยดังกล่าวของตลาดได้อย่างแน่นอน
ทั้งนี้ IHG มีเครือข่ายโรงแรมทั่วโลกกว่า 7,100 แห่ง และสมาชิกโปรแกรมสะสมคะแนนมากกว่า 160 ล้านคน ซึ่งจะช่วยสนับสนุนการดำเนินงานของโรงแรมผ่านแพลตฟอร์มการจองที่แข็งแกร่ง อีกทั้งชื่อเสียงระดับโลกของ IHG ยังสะท้อนผ่านการได้รับการจัดอันดับให้อยู่ในรายชื่อ 100 บริษัทที่น่าทำงานด้วยมากที่สุดในสหรัฐอเมริกาของนิตยสาร Fortune โดยอยู่ในอันดับที่ 17 ในปี 2568 นอกจากนี้ แบรนด์ชั้นนำในเครือ IHG ยังได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติจากเวที World Travel Awards โดย voco hotels, InterContinental Hotels & Resorts และ Holiday Inn ได้รับรางวัลจาก World Travel Awards ในสาขา World’s Leading Premium Hotel Brand, World’s Leading Business Hotel Brand และ World’s Leading Budget Hotel Brand ตามลำดับ