สืบเนื่องจากข่าวสามี สส. ท่านหนึ่งซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับเว็บพนันออนไลน์ ลุกลามไปถึง ศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล หรือเอ็กซ์เชนจ์ (exchange) ที่ดูเหมือนว่าจะมีลูกค้าบางส่วนใช้เป็น ช่องทางผ่านเพื่อฝากเงินเข้าสู่เว็บพนันดังกล่าว นำไปสู่ข้อเสนอที่กำลังเป็นกระแสในสังคมว่า เอ็กซ์เชนจ์ควรจะมีบทบาทในการคัดกรองคำสั่งถอนสินทรัพย์ดิจิทัลของลูกค้าหรือไม่??
หากถามหาคำตอบนั้นจากคนในแวดวงบล็อกเชน คริปโท บิตคอยน์ ซึ่งรวมถึงตัวผมเองด้วย ส่วนใหญ่แล้วคำตอบคือ “ไม่” และนี่คือเหตุผลว่าทำไม

อาจารย์ขิง สิรภพ นิลบดี Head of Bitcoin Education บริษัท ไรท์ ชิฟท์ จำกัด (Right Shift) ได้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับกรณีนี้ว่า ‘แอดเดรส’ หรือที่อยู่กระเป๋าสามารถสร้างใหม่ได้เรื่อย ๆ และ Travel Rule เข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องอย่างไร
แนวทางที่พูดถึงกันก็คือ ในเมื่อบล็อกเชนเป็นระบบที่โปร่งใส และเราพอทราบอยู่แล้วว่าแอดเดรส (address) ใดบ้างเป็นกระเป๋าของเว็บพนัน เราก็แค่ให้เอ็กซ์เชนจ์ไทยไม่อนุญาตให้ลูกค้าถอนเงินไปยัง แอดเดรสเหล่านั้น เราก็จะขัดขวางไม่ให้คนไทยไปเล่นพนันได้แล้ว เป็นข้อเสนอที่ตั้งอยู่บนความเข้าใจใน ธรรมชาติของเทคโนโลยีบล็อกเชน แต่ไม่ใช่ทั้งหมด!! สาเหตุเพราะ..
1) แอดเดรสในเครือข่ายคริปโทสามารถสร้างใหม่ได้ง่ายมาก
การสร้างกระเป๋าเงินคริปโท (Crypto Wallet) เป็นเพียงแค่การคำนวณตัวเลขในคอมพิวเตอร์ เหมือนกดเครื่องคิดเลข แล้วก็เอาผลลัพธ์ที่ได้ไปใช้เป็นที่อยู่สำหรับรับเงินได้ทันที ไม่ต้องยืนยันตัวตน ไม่ต้องยื่นเรื่อง ไม่ต้องลงทะเบียน ไม่ต้องขออนุมัติจากใครในลักษณะเดียวกับบัญชีธนาคาร ในระบบธนาคารการเปิดบัญชีใหม่มีต้นทุน มีการตรวจสอบว่าจะอนุมัติหรือไม่ หากอนุมัติไปแล้วเอา บัญชีไปทำเรื่องไม่ดีก็สามารถถูกปิดบัญชีได้ แต่บล็อกเชนไม่ใช่ระบบแบบนั้น
หากเว็บพนันทราบว่าเอ็กซ์เชนจ์แบนแอดเดรสที่ลูกค้าใช้ฝากเงิน พวกเขาก็แค่สร้างแอดเดรส ใหม่ให้ลูกค้าใช้ หากแอดเดรสใหม่ถูกแบนอีกก็สร้างใหม่ได้เรื่อย ๆ
2) แอดเดรสในระบบบล็อกเชนหนึ่งๆ นั้นมีมหาศาลเกินจินตนาการ ลำพังแค่มาตรฐานของกระเป๋าทั่วไปที่คนใช้งานส่วนตัวก็สร้างแอดเดรสใหม่ได้มากมาย ในกรณีของ บิตคอยน์ กระเป๋าหลักเพียงหนึ่งกระเป๋าสามารถสร้างกระเป๋าย่อยที่เรียกว่า “แอคเคาท์” (account) ได้มากกว่า 2.1 พันล้านแอคเคาท์ และแต่ละแอคเคาท์ก็สามารถสร้างแอดเดรสรับเงินได้มากกว่า 2.1 พันล้านแอดเดรส นี่เพียงแค่มาตรฐานกระเป๋าสำหรับใช้งานส่วนตัวเท่านั้น เซิร์ฟเวอร์ของเว็บพนันอาจจะ ใช้มาตรฐานแบบอื่นที่สร้างแอดเดรสได้มากกว่านี้อีกก็เป็นไปได้
3) การสร้างแอดเดรสใหม่ไม่ใช่เรื่องแปลก
ถึงแม้ว่าผู้ใช้บล็อกเชนประเภทสมาร์ทคอนแทร็ก (smart contract) เช่น อีเธอเรียม (Ethereum) หรือไบแนนซ์สมาร์ทเชน (Binance Smart Chain) ก็มักจะใช้แอดเดรสเดิมซ้ำ ๆ หากไม่มีเหตุผลให้ต้อง เปลี่ยน แต่สำหรับผู้ใช้งานบิตคอยน์หรือบล็อกเชนประเภทระบบ UTXO การสร้างแอดเดรสใหม่ทุกครั้งที่ รับเงินและปฏิบัติต่อแอดเดรสของตัวเองในลักษณะของที่ใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้งเป็นแนวทางปฏิบัติแนะนำที่แทบทุกคนทำกันเป็นปกติอยู่แล้ว
ดังนั้น ถึงแม้เว็บพนันจะไม่มีนโยบายสร้างแอดเดรสใหม่ให้กับลูกค้าเรื่อย ๆ แต่ตัวลูกค้าเองก็สามารถใช้ แอดเดรสที่สร้างจากกระเป๋าของตัวเองมารับเงินที่ถอนจากเอ็กซ์เชนจ์ก่อน ค่อยฝากต่อเข้าเว็บพนันได้ หากพฤติกรรมแบบนั้นถูกเพ่งเล็งเพราะเส้นเงินถูกติดตามว่าในที่สุดแล้วปลายทางคือเว็บพนัน ลูกค้าก็เพียงแค่ต้องโอนเหรียญไปมาระหว่างแอดเดรสของตัวเองสักสองสามรอบก่อน ค่อยฝากเข้าเว็บพนัน พอเป็นแบบนี้ถึงแม้ปลายทางของเส้นเงินคือแอดเดรสของเว็บพนัน แต่ลูกค้าก็สามารถอ้างเหตุผลได้ว่าได้ ขายเหรียญจำนวนนั้นให้กับคนอื่นไปแล้ว และคนที่ฝากเงินเข้าสู่เว็บพนันเป็นคนอื่นไม่ใช่ตัวเอง
โดยสรุปแล้วแนวทางการใช้เครื่องมือวิเคราะห์บล็อกเชนระบุแอดเดรสที่มีความเกี่ยวข้องกับเว็บพนันแล้วแบนทิ้ง เป็นวิธีแก้ปัญหาที่ไม่เกิดประโยชน์เท่าไรนักในระบบที่ทุกคนสร้างแอดเดรสใหม่ได้เรื่อย ๆ
เหตุการณ์นี้นำไปสู่อีกแนวทางหนึ่งที่มีการเสนอขึ้นมาเหมือนกัน คือเอ็กซ์เชนจ์ไม่ควรจะอนุมัติการถอน ไปเลยไหมหากลูกค้าสั่งถอนไปยังแอดเดรสที่ไม่รู้จัก? แท้จริงแล้วแนวคิดนี้ไม่ได้ใหม่ และกำลังจะถูกบังคับใช้ เร็ว ๆ นี้อยู่แล้วภายใต้ชื่อ Travel Rule ซึ่ง ก.ล.ต. กำหนดให้เริ่มบังคับใช้ ปลายเดือนกุมภาพันธ์ปีหน้า
แล้ว Travel Rule ช่วยอะไรไหมในเรื่องนี้?
ข้อกำหนดของ Travel Rule กำหนดให้ในทุกการถอนจากเอ็กซ์เชนจ์ จะต้องทราบว่าปลายทางที่ ลูกค้าสั่งถอนไปนั้นเป็นของใครที่ไหน หากลูกค้าไม่ให้ข้อมูลหรือพยายามถอนไปสู่แอดเดรสที่เกี่ยวข้องกับ ธุรกิจผิดกฎหมาย Travel Rule จะกำหนดให้เอ็กซ์เชนจ์สามารถระงับคำสั่งถอนหรือประสานงานไปยัง หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องได้
แต่ก็อย่างที่อธิบายไปก่อนหน้า ว่าลูกค้าก็เพียงแค่ถอนเข้าสู่แอดเดรสที่สร้างจากกระเป๋าของตัวเองก่อน พร้อมกับพิสูจน์ชี้แจงว่าคือกระเป๋าของตัวเอง หรือถอนไปยังเอ็กซ์เชนจ์ต่างประเทศที่เป็นบัญชีของตัวเอง ก่อนจะฝากต่อไปยังเว็บพนัน ก็ยังคงสามารถทำได้อยู่
โดยสรุปแล้ว หากโจทย์ของเราคือการป้องกันไม่ให้คนไทยใช้งานเว็บพนัน ทั้งแนวทางของการ “แบน แอดเดรสที่รู้ว่าเกี่ยวข้องกับเว็บพนัน” (blacklist) หรือ “แบนทุกแอดเดรสไว้ก่อนจนกว่าจะรู้ว่าไม่เกี่ยวข้องกับ เว็บพนัน” (whitelist) ก็ดูเหมือนจะไม่ตอบโจทย์เท่าไรนัก
การกำกับดูแลต้องอยู่บนความเข้าใจที่ถูกต้อง
การที่ผมและคนบิตคอยน์ คริปโทฯ บล็อกเชนต่าง ๆ ออกมาพูดในทำนองนี้ไม่ใช่ว่าเห็นดีเห็นงามกับ การพนัน แต่ว่าการบังคับใช้กฎระเบียบที่ในที่สุดแล้วไม่สามารถสร้างผลลัพธ์ได้ตามเจตนา มีแต่จะกลายเป็น ภาระทั้งกับผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลไทยและประชาชนไทยที่ใช้งาน ลงทุน และเก็บออมในสินทรัพย์ ดิจิทัลของทุกคนในระยะยาว เป็นปัจจัยกดดันการเติบโตของอุตสาหกรรมนี้โดยที่ไม่เกิดประโยชน์อะไรกับ ใครเลย
ความพยายามกำกับดูแลบิตคอยน์และสินทรัพย์ดิจิทัลของหน่วยงานรัฐและภาคการเมืองเป็นสิ่งที่เข้าใจได้ แต่การการออกแบบแนวทางการกำกับดูแลนั้นก็ต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานของความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้อง ต่อนวัตกรรมนี้ ทั้งศักยภาพ ข้อจำกัด และคุณลักษณะของมัน และหากคุณเองก็เป็นคนหนึ่งที่อ่านเรื่องราวนี้ แล้วอยากเข้าใจเทคโนโลยีนี้มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องมาตรฐานกระเป๋า การทำธุรกรรม การใช้งาน ไปจนถึง การวิเคราะห์ข้อมูลจากบล็อกเชนและแนวทางการกำกับดูแลอย่างเข้าใจ งานสัมมนา BITCOIN THAILAND CONFERENCE 2026 เป็นโอกาสดีที่คุณจะได้สัมผัสประสบการณ์บิตคอยน์เต็มรูปแบบ ทั้งมิติด้านการเงิน การลงทุน การเมือง ปรัชญา เทคโนโลยี และชุมชนชาวบิตคอยน์ในประเทศไทย
BITCOIN THAILAND CONFERENCE 2026 จัดขึ้นที่ Samyan Mitrtown Hall ห้างสรรพสินค้าสามย่านมิตรทาวน์ วันเสาร์ที่ 28 - วันอาทิตย์ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2569 นี้ จำหน่ายบัตรแล้วที่เว็บไซต์ bitcointhailand.co