“คปภ.”กางยุทธศาสตร์ AI เปลี่ยนเกมวงการประกันภัย ปักธงปี‘69 ดันเบี้ยรับรวมทะลุ 1 ล้านล้านบาท งัดระบบเคลมไว ไม่ต้องรอสำรวจ“ถ่ายรูป-จ่ายจบ” ผู้เสียชีวิตน้ำท่วมรับ 2 ล้าน ภายใน 7 วัน เงินโอนเข้าบัญชีทันที
ประกัน

“คปภ.”กางยุทธศาสตร์ AI เปลี่ยนเกมวงการประกันภัย ปักธงปี‘69 ดันเบี้ยรับรวมทะลุ 1 ล้านล้านบาท งัดระบบเคลมไว ไม่ต้องรอสำรวจ“ถ่ายรูป-จ่ายจบ” ผู้เสียชีวิตน้ำท่วมรับ 2 ล้าน ภายใน 7 วัน เงินโอนเข้าบัญชีทันที

บิ๊ก คปภ. ประกาศโรดแมปนำพาอุตสาหกรรมประกันภัยไทยทะยานสู่ยุค AI Full-Scale ยกแผง หวังขับเคลื่อน GDP ประเทศโตยั่งยืน ปักหมุดเป้าหมายยักษ์ เบี้ยประกันภัยรับรวมสิ้นปี 2569 ทะลุ 1 ล้านล้านบาท ชูศูนย์ CIT ผนึก Startup และ InsurTech ปั้น Innovation Lab พร้อมงาน CIT Summit ปีที่ 5 ขับเคลื่อนนวัตกรรมครอบคลุมตั้งแต่คอร์สออนไลน์ฟรี OIC Academy พลิกโฉมการเคลมสินไหมน้ำท่วม-อุบัติเหตุ แค่ "ยกมือถือถ่ายรูป" ไม่ต้องง้อ Surveyor AI คำนวณจ่ายเงินเข้าบัญชีทันที การันตีเหตุภัยพิบัติดับสิ้นใจ จ่ายเยียวยา 2 ล้านบาทจบไวใน 7 วัน ส่องสถิติล่าสุด 1 เดือน เคลมทะลุ 1,000 ราย

นายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (เลขาธิการ คปภ.) เปิดเผยถึงทิศทางอุตสาหกรรมประกันภัย ว่า ปัจจุบันเทคโนโลยีได้เข้ามามีบทบาทสำคัญและพัฒนาอย่างรวดเร็วแบบปีต่อปี ทาง คปภ. จึงได้นำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามาปรับใช้ในระบบงานภายในหลากหลายระบบเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการ ขณะเดียวกัน ได้ส่งเสริมให้บริษัทประกันภัยภาคเอกชนเร่งนำ AI ทุกรูปแบบ รวมถึง Generative AI เข้ามาประยุกต์ใช้เพื่อเพิ่มความเร็วในการให้บริการและดูแลประชาชน ทั้งนี้ คปภ. คาดการณ์ว่าเบี้ยประกันภัยรับรวมของประเทศไทยในสิ้นปี 2569 นี้จะขยายตัวทะลุเกินระดับ 1 ล้านล้านบาท และเชื่อว่าเทคโนโลยี AI จะกลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการขับเคลื่อนผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ให้เติบโตอย่างยั่งยืน

ทั้งนี้การนำ AI มาใช้ในภาคธุรกิจประกันภัยไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่การบริหารจัดการข้อมูล แต่ยังครอบคลุมถึงกระบวนการขาย การพัฒนาตัวแทน นายหน้า และการพิจารณาจ่ายสินไหมทดแทน คปภ. มุ่งหวังให้เทคโนโลยีเหล่านี้ช่วยให้ประชาชนสามารถเข้าถึงระบบประกันภัยได้อย่างสะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น โดยตัวอย่างที่เห็นได้อย่างชัดเจนคือการนำ AI มาประยุกต์ใช้กับการประกันภัยรถยนต์ ที่ผู้เอาประกันภัยสามารถถ่ายภาพความเสียหาย ณ จุดเกิดเหตุส่งผ่านแอปพลิเคชัน Line ให้แก่ Surveyor เพื่อให้ระบบ AI คำนวณและประเมินค่าเสียหายเบื้องต้นได้ทันที ซึ่งช่วยลดระยะเวลาในการรอคอยและสร้างความพึงพอใจให้แก่ประชาชนผู้ใช้บริการ

ในมิติด้านการส่งเสริมงานวิจัยและเทคโนโลยี คปภ. โดยศูนย์ส่งเสริมการกำกับดูแลด้วยเทคโนโลยีประกันภัย (CIT) ได้เดินหน้าจัดงาน “CIT Summit”อย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 ซึ่งภายในงานมีการจัดแสดงนวัตกรรมจาก 24 บูทครอบคลุมทั้งด้านประกันภัย (InsurTech) สุขภาพ (Health) และบริษัทที่ปรึกษา การจัดงานดังกล่าวมีเป้าหมายในการส่งเสริมความรู้และกระตุ้นการใช้นวัตกรรมในภาคธุรกิจ ภาครัฐ และภาคประชาชน ยิ่งไปกว่านั้น CIT อยู่ระหว่างการพัฒนาโครงการ Innovation Lab และการวิจัยร่วมกับเครือข่าย InsurTech และ Startup เพื่อสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ และส่งผ่านความรู้สู่สาธารณชน พร้อมกันนี้ คปภ. ได้พัฒนาช่องทางเรียนรู้ OIC Academy เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้ามาศึกษาความรู้ด้านการประกันภัยผ่านระบบออนไลน์ได้ฟรีโดยไม่มีค่าใช้จ่าย

สำหรับนโยบายการเยียวยาผู้เอาประกันภัยที่ประสบอุทกภัยหรือน้ำท่วม คปภ. ได้วางหลักเกณฑ์การจ่ายสินไหมทดแทนที่เน้นความสะดวกและรวดเร็วเป็นหลัก หากพื้นที่ใดได้รับการประกาศเป็นเขตภัยพิบัติ และบ้านเรือนของประชาชนได้รับความเสียหาย ประชาชนสามารถขอรับการชดเชยค่าสินไหมทดแทนเบื้องต้นในวงเงิน 10,000 บาท (หรือ 5,000 บาทตามเงื่อนไขกรมธรรม์) ได้โดยไม่ต้องรอการสำรวจความเสียหายที่ซับซ้อน ซึ่งกระบวนการจ่ายเงินสินไหมเบื้องต้นนี้จะดำเนินการให้เสร็จสิ้นภายในระยะเวลา 15 วัน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนในเบื้องต้นอย่างทันท่วงที

ในกรณีที่บ้านเรือนได้รับความเสียหายรุนแรงเกินกว่าวงเงินชดเชยเบื้องต้น ซึ่งในอดีตการสำรวจความเสียหายเชิงลึกถือเป็นขั้นตอนที่มีต้นทุนสูงที่สุดในระบบประกันภัย คปภ. ร่วมกับสมาคมประกันภัยได้พัฒนาระบบ AI เข้ามาช่วยในกระบวนการสำรวจภัยพิบัติ โดยหากเกิดเหตุอุทกภัย ประชาชนสามารถใช้โทรศัพท์มือถือถ่ายภาพความเสียหายของตัวบ้านและสิ่งปลูกสร้างเก็บไว้ แล้วส่งภาพผ่านแอปพลิเคชันที่บริษัทประกันภัยพัฒนาขึ้น ระบบ AI จะทำการวิเคราะห์และประเมินราคาค่าซ่อมแซมผนัง โครงสร้างอาคาร รวมถึงเฟอร์นิเจอร์ประเภทบิลต์อิน (Built-in) ตามราคามาตรฐานตลาดโดยอัตโนมัติ เมื่อระบบประเมินตัวเลขเรียบร้อยและผู้เอาประกันภัยกดยืนยันยอมรับ (Say Yes) ระบบจะทำการโอนเงินสินไหมทดแทนเข้าบัญชีธนาคารของผู้เอาประกันภัยทันที

ส่วนสถิติการจ่ายสินไหมทดแทนจากเหตุอุทกภัยรอบล่าสุด ซึ่ง คปภ. ได้เริ่มปฏิบัติตามมาตรการเร่งด่วนตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 ที่ผ่านมานั้น พบว่ามีการแจ้งเคลมประกันภัยผ่านระบบแอปพลิเคชันเข้ามาแล้วมากกว่า 1,000 ราย ในช่วงเวลา 1 เดือนที่ผ่านมา บริษัทประกันภัยได้ทยอยอนุมัติและจ่ายเงินชดเชยให้แก่ผู้เอาประกันภัยอย่างต่อเนื่องตามเงื่อนไขระยะเวลา 15 วัน สำหรับความเสียหายต่อทรัพย์สิน ส่วนกรณีการสูญเสียชีวิตจากเหตุอุทกภัย เช่น ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ คปภ. ได้กำชับให้บริษัทประกันภัยเร่งรัดการจ่ายเงินสินไหมทดแทนวงเงิน 2 ล้านบาทให้เสร็จสิ้นโดยเร็วภายใน 7 วัน

ทั้งนี้ การบริหารจัดการความเสี่ยงจากภัยพิบัติของประเทศ คปภ. ได้บูรณาการทำงานร่วมกับหน่วยงานภาครัฐในระดับพื้นที่อย่างใกล้ชิด โดยมอบหมายให้สำนักงาน คปภ. จังหวัดทั่วประเทศ ร่วมมือกับกระทรวงมหาดไทย(มท.) และกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ในการตรวจสอบและยืนยันข้อมูลผู้ประสบภัย ทั้งนี้ เลขาธิการ คปภ. ได้แสดงความขอบคุณรัฐบาลที่ให้ความไว้วางใจระบบประกันภัยเข้ามาเป็นเครื่องมือหลักในการบริหารความเสี่ยงของประเทศ พร้อมทั้งยืนยันว่า คปภ. และภาคธุรกิจประกันภัยพร้อมที่จะปฏิบัติหน้าที่อย่างดีที่สุด เพื่อให้ประชาชนได้รับเงินชดเชยสินไหมทดแทนอย่างถูกต้อง ครบถ้วน และรวดเร็วที่สุดตามเงื่อนไขที่กำหนด

You can share this post!