“โคโค โกลบอล ฮอสพิทอลลิตี้” เปิดตัว “KUO” แบรนด์ไลฟ์สไตล์แฟรนไชส์น้องใหม่ ลุยยกระดับโรงแรมขนาดกลางเน้นความคุ้มค่าทางการลงทุน
การตลาด-ไอที-ยานยนต์

“โคโค โกลบอล ฮอสพิทอลลิตี้” เปิดตัว “KUO” แบรนด์ไลฟ์สไตล์แฟรนไชส์น้องใหม่ ลุยยกระดับโรงแรมขนาดกลางเน้นความคุ้มค่าทางการลงทุน

บริษัท โคโค โกลบอล ฮอสพิทอลลิตี้ (ประเทศไทย) จำกัด หรือ KGH บริษัทรับบริหารจัดการโรงแรมอย่างมืออาชีพที่ก่อตั้งในประเทศไทยโดยผู้ประกอบการชาวญี่ปุ่น ที่มุ่งมั่นส่งมอบบริการที่เป็นมิตรและน่าประทับใจของคนไทย ผสานกับระบบการทำงานด้วยมาตรฐานญี่ปุ่นอย่างลงตัว ประกาศเปิดตัวแบรนด์ “คุโอะ” (KUO) อย่างเป็นทางการ ในฐานะแบรนด์ไลฟ์สไตล์แฟรนไชส์แบรนด์แรกของ KGH โดย KUO ออกแบบมาเพื่อเสนอทางเลือกการรีแบรนด์ที่ใช้เงินลงทุนต่ำให้แก่เจ้าของโรงแรมอิสระระดับ 2 ถึง 3 ดาว ในยุคที่การเข้าถึงแหล่งเงินทุนและการลงทุนปรับปรุงอาคารมีข้อจำกัด

จากความสำเร็จกว่าทศวรรษในการบริหารโรงแรมทั้งในประเทศไทย ญี่ปุ่น และฟิลิปปินส์ KGH ได้ต่อยอดพัฒนาแบรนด์ KUO ขึ้นเพื่อแก้ปัญหาสำคัญของเจ้าของโรงแรมขนาดกลาง โมเดลธุรกิจของ KUO จะเปิดโอกาสให้เจ้าของโรงแรมยังคงบริหารงานประจำวันได้เอง ขณะเดียวกันก็ได้รับประโยชน์จากความเชี่ยวชาญส่วนกลาง คลังสินค้าส่วนกลาง และระบบบริหารจัดการรายได้ โดยโมเดลของ KGH ฉีกกฎออกไปจากโมเดลแบบเดิมที่ต้องส่งทีมงานเข้าไปดูแลทั้งหมด (Full Management) และใช้เงินปรับปรุงสถานที่ค่อนข้างสูง

เพื่อนที่ไว้ใจได้ ภายใต้แนวคิด "Simple Live, Simple Life"

KUO เกิดขึ้นจากความเชื่อที่ว่า โรงแรมควรเป็นมากกว่าแค่สถานที่นอนพัก แต่ต้องเป็น "เพื่อนร่วมเดินทางที่ไว้ใจได้" ที่พร้อมต้อนรับผู้เข้าพักด้วยอ้อมกอดอันอบอุ่น ชื่อแบรนด์ KUO ผสมผสานระหว่าง "Ko" จาก Koko หนึ่งในหัวใจหลักของความเป็น KGH ร่วมกับแนวคิดญี่ปุ่น *"Shinkou"* (親交) ที่สื่อถึงมิตรภาพ ความผูกพัน และความร่วมมืออันลึกซึ้ง นำเสนอภายใต้สโลแกน "Simple Live, Simple Life" มอบประสบการณ์การพักผ่อนที่เรียบง่าย อบอุ่น และไม่ยุ่งยาก

เรื่องราวของแบรนด์ถ่ายทอดผ่าน 2 มาสคอตประจำแบรนด์ ได้แก่ “KUO” สุนัขพันธุ์อากิตะ (Akita Inu) ซึ่งเป็นตัวแทนของ “Premium Sincerity” แม้แบรนด์จะทำตลาดในเซกเมนต์ไลฟ์สไตล์ 2 ถึง 3 ดาว แต่ความสง่างามของอากิตะช่วยยกระดับความรู้สึกของลูกค้า ให้ความมั่นใจในเรื่องความปลอดภัย มาตรฐานสูง และบริการด้วยหัวใจแบบญี่ปุ่น ร่วมด้วย “Bobo” ถุงเท้าข้างเดียวที่มีดวงตาติดกระดุมแสนซุกซน คู่หูของ KUO ที่ทั้งตลกและน่าเอ็นดู สื่อถึงเสน่ห์ความสนุก จริงใจ และเป็นกันเอง โดยสัญลักษณ์แบรนด์ KUO ออกแบบเป็นเส้นสายลายมืออันอบอุ่น พร้อมโทนสีสว่างผ่อนคลาย เช่น Merino, Sand และ Avocado ที่จะช่วยสร้างบรรยากาศของโรงแรมให้ต้อนรับผู้เข้าพักด้วยความรู้สึกผ่อนคลายและเป็นมิตร

นายเรย์ มัทสึดะ ผู้ก่อตั้งและประธานกรรมการบริหาร บริษัท โคโค โกลบอล ฮอสพิทอลลิตี้ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ตลอด 10 ปีที่ผ่านมา KGH ได้พิสูจน์แล้วว่าโมเดลการบริหารจากส่วนกลางและปรัชญาไคเซ็น (Kaizen) สามารถดันอัตรากำไรของโรงแรมให้สูงถึง 56% ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรมที่ 25% - 35% การเปิดตัวแบรนด์ KUO ในครั้งนี้ เป็นการนำเสนอโมเดล “Manchising” ที่ผสมผสานจุดแข็งของการบริหารจัดการส่วนกลางเข้ากับความยืดหยุ่นของแฟรนไชส์ ช่วยให้เจ้าของโรงแรมอิสระเข้าถึงกลไกการสร้างรายได้และระบบมาตรฐานของเราได้ง่ายขึ้น เพื่อเพิ่มรายได้โดยไม่ต้องเสียการควบคุมการบริหารงานประจำวัน ถือเป็นทางเลือกใหม่ในการรีแบรนด์ที่เรียบง่าย คุ้มค่า และเน้นผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม

นายภวัต เพียรเพ็ญศิริวงศ์ หัวหน้าฝ่ายพัฒนาธุรกิจ การสร้างสรรค์แบรนด์และการออกแบบโรงแรม บริษัท โคโค โกลบอล ฮอสพิทอลลิตี้ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า เจ้าของโรงแรมขนาดกลางในปัจจุบันต้องรับศึกสองด้านทั้งจากการฟื้นตัวที่เปราะบางของนักท่องเที่ยวและข้อจำกัดด้านสินเชื่อ การรีโนเวทใหญ่จึงเป็นเรื่องยาก KUO จึงถูกดีไซน์มาเพื่อปิดช่องว่างนี้ ด้วยการมอบแบรนด์ไลฟ์สไตล์ที่มีคาแรกเตอร์โดดเด่น น่ารัก และจดจำง่ายอย่าง KUO และ Bobo โดยไม่ต้องปรับแต่งอาคารให้ยุ่งยาก ช่วยให้โรงแรมอิสระมีภาพลักษณ์ที่สดใหม่และเข้าถึงกลุ่มนักท่องเที่ยวยุคใหม่ได้ทันทีในขณะที่ใช้เงินลงทุนต่ำ

3 หัวใจหลัก ยกระดับทั้งมาตรฐานและรายได้

KUO พร้อมสนับสนุน 3 ด้านหลัก ได้แก่:

1. บริหารตลาดออนไลน์ เสริมสร้างรายได้และการเติบโต โดยจัดทีมดูแลเฉพาะ (Account Manager) ทั้งรายการขายบนแพลตฟอร์ม OTA วิเคราะห์ราคา และเทียบประสิทธิภาพการดำเนินงาน (STR Benchmarking) กับคู่แข่งในแง่อัตราเข้าพัก ราคาห้องเฉลี่ยต่อคืน (ADR) และรายได้เฉลี่ยต่อห้องว่าง (RevPAR) เป็นต้น นอกจากนี้ ยังนำเสนอกลยุทธ์ราคาแบบ Dynamic Pricing ให้ราคาเฉลี่ยต่อวันและอัตราเข้าพักเหมาะสมมากขึ้น รวมไปถึงการเชื่อมต่อระบบบริหารช่องทางขายชั้นแนวหน้าอย่าง Little Hotelier โดยไม่ต้องเสียค่าซอฟต์แวร์เพิ่มเติม
2. บริหารโซเชียลมีเดีย เจาะตลาดตรงกลุ่มโซเชียลมีเดียแบบ Cluster Model ช่วยประหยัดงบประมาณและเพิ่มการรับรู้
3. ดำเนินงานอย่างเป็นระบบ ดำเนินงานอย่างมืออาชีพด้วยมาตรฐานการปฏิบัติงาน (SOPs) เช็กลิสต์การจัดการงานในแต่ละวันมากกว่า 10 รายการ และฝึกอบรมพนักงานก่อนเปิดตัว ช่วยให้เจ้าของกิจการยกระดับมาตรฐานการบริการได้อย่างเป็นระบบ โดยไม่ต้องวางกรอบการทำงานเองทั้งหมด

นายภัทราวุธ สิงขรแก้ว ผู้จัดการฝ่ายบริหารรายได้และการตลาด บริษัท โคโค โกลบอล ฮอสพิทอลลิตี้ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวเสริมในส่วนกลยุทธ์สร้างรายได้ว่า หัวใจสำคัญของการช่วยให้โรงแรมขนาดกลางเติบโตในยุคนี้ คือการขับเคลื่อนด้วยข้อมูลและระบบที่แม่นยำ KUO จึงนำระบบการบริหารรายได้ระดับสากล พร้อมทีมงานมืออาชีพเข้ามาช่วยทำ Dynamic Pricing ปรับราคาขายบนแพลตฟอร์ม OTA รายวัน ควบคู่กับการเชื่อมต่อระบบบริหารช่องทางขายชั้นแนวหน้าอย่าง Little Hotelier โดยไม่ต้องเสียค่าซอฟต์แวร์เพิ่มเติม และการทำการตลาดผ่านโซเชียลมีเดียในแบบ Cluster Model พร้อมปรับราคาห้องพักเฉลี่ย (ADR) ให้เหมาะสมที่สุด เพิ่มอัตราผลตอบแทนให้เจ้าของโรงแรมได้โดยไม่เพิ่มต้นทุนคงที่

สร้างแรงจูงใจด้วย “Bobo Happy Score”

เพื่อรักษามาตรฐานบริการเอาไว้ KUO ได้นำเสนอ “Bobo Happy Score” เพื่อจูงใจ โดยมีโครงสร้างค่าธรรมเนียมแรกเข้าในราคาพิเศษ 200,000 บาท (จากปกติ 400,000 บาท จนถึงสิ้นปี 2569) และค่าบริการรายเดือน 20,000 บาท บวกส่วนแบ่งรายได้ออนไลน์ 5% โดยโรงแรมที่รักษาคะแนนรีวิวบนแพลตฟอร์ม OTA ในระดับสูงต่อเนื่อง จะได้รับส่วนลดส่วนแบ่งรายได้ออนไลน์รายเดือน ดังนี้:

• ระดับ Platinum Tier (คะแนน 5 – 10.0): ส่วนแบ่งรายได้ออนไลน์ลดเหลือ 3%
• ระดับ Gold Tier (คะแนน 5 – 9.4): ส่วนแบ่งรายได้ออนไลน์ลดเหลือ 4%
• ระดับ Silver Tier (คะแนน 5 – 8.4): อัตราปกติ 5%

การเปิดตัวแบรนด์ KUO นับเป็นก้าวสำคัญในการขับเคลื่อนสู่ Vision 2035 ของ KGH ที่ตั้งเป้าหมายขยายการบริหารจัดการและเครือข่ายโรงแรมในเครือให้ได้ 1,000 แห่ง ใน 10 ประเทศ จาก 6 ทวีปทั่วโลก

สนใจร่วมเป็นพันธมิตรหรือศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ คุโอะ (KUO) ได้ทาง www.kokoglobalhospitality.com หรือติดต่อ [email protected]

เกี่ยวกับ โคโค โกลบอล ฮอสพิทอลลิตี้ (KGH)

โคโค โกลบอล ฮอสพิทอลลิตี้ หรือ KGH เป็นบริษัทรับบริหารจัดการโรงแรมมืออาชีพครบวงจรที่ก่อตั้งในประเทศไทยโดยผู้ประกอบการชาวญี่ปุ่น ด้วยความมุ่งมั่นส่งมอบบริการที่เป็นมิตรและน่าประทับใจของไทย ผสานกับระบบการทำงานด้วยมาตรฐานญี่ปุ่นอย่างลงตัว และสร้างประสบการณ์สุด “ว้าว” ให้กับทั้งเจ้าของกิจการ แขกผู้มาเยือน และพนักงาน

KGH ก่อตั้งในปี 2558 ได้ดำเนินงานบริหารโรงแรมขนาดกลางหลากหลายประเภทและให้ความสำคัญกับความเป็นเลิศในการดำเนินงาน ที่ผ่านมา KGH ให้บริการโรงแรมต่าง ๆ อย่างมีประสิทธิภาพและมีคุณภาพสูงในทุกมิติ ด้วยการใช้โมเดลการจัดการจากส่วนกลาง (Centralized Operation) ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการเพิ่มประสิทธิภาพและอัตราการทำกำไรของโรงแรม พร้อมกันนั้น ยังมีทีมสนับสนุนจากสำนักงานใหญ่ส่วนกลางโดยเฉพาะ ซึ่งมีการบริหารแบบมืออาชีพตามปรัชญาการทำงานแบบ “ไคเซน” (Kaizen) ช่วยยกระดับการดำเนินงานและรับมือกับความท้าทายต่าง ๆ

ปัจจุบัน ในปี 2569 KGH ดำเนินการบริหารโรงแรมถึง 56 แห่งในประเทศไทย ญี่ปุ่น และฟิลิปปินส์ รวมจำนวนห้องพักภายใต้การบริหารงานมากกว่า 4,000 ห้อง พอร์ตโฟลิโอของ KGH ประกอบด้วย 3 แบรนด์ในเครือ และโรงแรมภายใต้แบรนด์ของเจ้าของโรงแรมอิสระ ได้แก่:

1. โคโคเทล (Kokotel) แบรนด์โรงแรมไลฟ์สไตล์ที่เน้นความคุ้มค่า คุ้มราคา ในเมืองท่องเที่ยว ดีไชน์สไตล์มินิมัลลิสต์แบบญี่ปุ่น พร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน และบริการที่ดูแลใส่ใจในทุกรายละเอียด ภายใต้คอนเซปต์ “Kokotel as Entertainment” ที่จะมอบประสบการณ์สุด “ว้าว” สร้างโมเมนต์แห่งความประทับใจและน่าจดจำไม่รู้ลืมร่วมกับเพื่อนและสมาชิกในครอบครัว โรงแรมภายใต้แบรนด์นี้ อาทิ โรงแรมโคโคเทล แบงค็อก เทวา ทองหล่อ, โรงแรมโคโคเทล กรุงเทพ สุรวงศ์, โรงแรมโคโคเทล เชียงใหม่ นิมมาน, โรงแรมโคโคเทล ภูเก็ต ในยาง ฯลฯ
• จำนวนโรงแรมที่เปิดให้บริการรวม 20 แห่ง (17 แห่งในประเทศไทย 2 แห่งในฟิลิปปินส์ และ 1 แห่งในญี่ปุ่น)
• อยู่ระหว่างเตรียมเปิดให้บริการอีก 3 แห่ง (2 แห่งในประเทศไทย และ 1 แห่งในฟิลิปปินส์)

2. “วิฟเทล” (VIVTEL) แบรนด์โรงแรมพรีเมียมไลฟ์สไตล์ด้วยการออกแบบสไตล์โมเดิร์น โดยมีกลุ่มเป้าหมายเป็นคู่รักที่มองหาสถานที่พักผ่อนอย่างมีชีวิตชีวาและเป็นส่วนตัว เป็นสถานที่ให้ได้ ดื่มด่ำช่วงเวลาความสุขกับคนพิเศษและไวน์ชั้นเลิศ (A Place for Honey and Fine Wine) ภายใต้แนวคิด ‘Sleepover to Oversleep’ ที่รวมความโรแมนติกแบบอิตาเลียนผสานกับความเป็นเลิศในการบริหารงานแบบญี่ปุ่นที่เน้นประสบการณ์อย่างแท้จริง โรงแรมภายใต้แบรนด์นี้ อาทิ วิฟเทล กรุงเทพ เจ้าพระยา (VIVTEL Bangkok Chao Phraya) ซึ่งมีกำหนดเปิดให้บริการในปี 2570
• อยู่ระหว่างเตรียมเปิดให้บริการอีก 4 แห่งในประเทศไทย

3. “คุโอะ” (KUO) แบรนด์ไลฟ์สไตล์แฟรนไชส์น้องใหม่ล่าสุดของ KGH สำหรับโรงแรมอิสระระดับ 2-3 ดาว ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Simple Live, Simple Life” มอบทางเลือกการรีแบรนด์ที่ใช้เงินลงทุนต่ำ ถ่ายทอดผ่านคาแรกเตอร์ “KUO” (สุนัขพันธุ์อากิตะ สื่อถึงมาตรฐานสากลและความจริงใจสไตล์ญี่ปุ่น) และ “Bobo” (ถุงเท้าผู้ช่วยสุดตลกน่ารัก) เน้นผลักดันการขายออนไลน์ ระบบ Dynamic Pricing และมาตรฐานการทำงานที่เป็นระบบ (SOPs) ช่วยให้เจ้าของโรงแรมบริหารงานประจำวันได้อย่างไร้กังวล

4. แบรนด์โรงแรมของเจ้าของโรงแรมอิสระ ที่ KGH รับหน้าที่เข้าไปบริหาร โดยยังคงเอกลักษณ์ความโดดเด่นของแต่ละแบรนด์โรงแรมเอาไว้ ผสานกับการบริหารงานแบบมืออาชีพของ KGH
• จำนวนโรงแรมที่เปิดให้บริการรวม 15 แห่ง (13 แห่งในประเทศไทย และ 2 แห่งในฟิลิปปินส์)
• จำนวนโรงแรมที่ให้คำปรึกษารวม 9 แห่ง (6 แห่งในประเทศไทย และ 3 แห่งในฟิลิปปินส์)
• อยู่ระหว่างเตรียมเปิดให้บริการอีก 5 แห่ง (4 แห่งในประเทศไทย และ 1 แห่งในฟิลิปปินส์)

You can share this post!