“WHAUP” โชว์ศักยภาพสาธารณูปโภคและพลังงานครบวงจร ชู AAT Solar 14 เมกะวัตต์ ต้นแบบโซลูชันเพื่ออุตสาหกรรมยั่งยืน
พลังงาน-อุตสาหกรรม

“WHAUP” โชว์ศักยภาพสาธารณูปโภคและพลังงานครบวงจร ชู AAT Solar 14 เมกะวัตต์ ต้นแบบโซลูชันเพื่ออุตสาหกรรมยั่งยืน

บมจ. ดับบลิวเอชเอ ยูทิลิตี้ส์ แอนด์ พาวเวอร์ (WHAUP) ตอกย้ำศักยภาพการเป็นผู้ให้บริการสาธารณูปโภคและพลังงานแบบครบวงจร (Integrated Utilities & Energy Solutions) เผยความสำเร็จการจ่ายไฟฟ้าพลังแสงอาทิตย์เชิงพาณิชย์สู่โรงงาน บริษัท ออโต้อัลลายแอนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด (AAT) ผู้ผลิตรถยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์จากการร่วมทุนระหว่างฟอร์ดและมาสด้า ซึ่งตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมอีสเทิร์นซีบอร์ด (ระยอง) (ESIE) ผ่านโครงการ Solar Rooftop และ Floating Solar กำลังการผลิตติดตั้งรวม 14 เมกะวัตต์ สะท้อนความเชี่ยวชาญในการพัฒนาโซลูชันพลังงานสะอาดที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าอุตสาหกรรม ควบคู่กับการนำเสนอศักยภาพด้านการบริหารจัดการน้ำหมุนเวียนใช้ใหม่ (Water Reclamation) เพื่อสร้างความมั่นคงด้านทรัพยากรและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้ภาคอุตสาหกรรม พร้อมเดินหน้าขยายธุรกิจน้ำและไฟฟ้า และเตรียมความพร้อมรองรับการเปิดเสรีสัญญาซื้อขายไฟฟ้าตรงระหว่างผู้ผลิตพลังงานกับผู้ใช้พลังงาน (Direct PPA) ภายใต้แผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย พ.ศ. 2569

นายอัครินทร์ ประเทืองสิทธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดับบลิวเอชเอ ยูทิลิตี้ส์ แอนด์ พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ท่ามกลางการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานและความต้องการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เพิ่มขึ้น ภาคอุตสาหกรรมไม่ได้มองหาเพียงพลังงานสะอาดเท่านั้น แต่ยังต้องการโซลูชันที่ตอบโจทย์ทั้งด้านต้นทุน ประสิทธิภาพ และความมั่นคงในการดำเนินธุรกิจ WHAUP จึงมุ่งนำความเชี่ยวชาญด้านวิศวกรรม การพัฒนาโครงการ และการบริหารจัดการพลังงาน มาส่งมอบโซลูชันที่เหมาะสมกับความต้องการของลูกค้าแต่ละราย เพื่อให้การลงทุนด้านพลังงานสะอาดสามารถสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจได้อย่างเป็นรูปธรรม

ความร่วมมือกับ AAT ยังสะท้อนจุดแข็งของ WHA Group Ecosystem ในการส่งมอบโซลูชันครบวงจรให้แก่ลูกค้าอุตสาหกรรม โดย AAT เป็นหนึ่งในผู้ประกอบการที่ตั้งฐานการผลิตภายในนิคมอุตสาหกรรมของ WHA Group และใช้บริการสาธารณูปโภคด้านน้ำเพื่อรองรับกระบวนการผลิต ก่อนต่อยอดความร่วมมือสู่การพัฒนาโครงการพลังงานสะอาดร่วมกับ WHAUP ตั้งแต่ Solar Rooftop ขนาด 6 เมกะวัตต์ ภายใต้สัญญาซื้อขายไฟฟ้า (PPA) ไปจนถึง Floating Solar ขนาด 8 เมกะวัตต์ ซึ่งส่งไฟฟ้าเข้าสู่กระบวนการผลิตโดยตรง ทำให้มีกำลังการผลิตติดตั้งรวม 14 เมกะวัตต์ โดย WHAUP เป็นผู้ลงทุน พัฒนา และบริหารจัดการระบบ ช่วยให้ AAT เข้าถึงพลังงานสะอาดโดยไม่ต้องลงทุนเอง พร้อมสนับสนุนการบริหารต้นทุนพลังงาน เป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและการเปลี่ยนผ่านสู่การผลิตยานยนต์อย่างยั่งยืน

“ความสำเร็จของโครงการนี้เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของการนำจุดแข็งของ WHA Group Ecosystem มาสร้างคุณค่าให้กับลูกค้า จากการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานนิคมอุตสาหกรรมและบริการสาธารณูปโภค สู่การต่อยอดโซลูชันพลังงานสะอาดที่ออกแบบให้เหมาะสมกับพื้นที่และความต้องการของโรงงาน ทั้ง Solar Rooftop และ Floating Solar ความร่วมมืออย่างต่อเนื่องนี้สะท้อนความเชื่อมั่นของลูกค้าในความเชี่ยวชาญของ WHAUP และความสามารถของ WHA Group ในการสนับสนุนการเติบโตของภาคอุตสาหกรรมควบคู่กับความยั่งยืน” นายอัครินทร์กล่าว

ด้าน มร. ซิลวิโอ อิลลิ (Mr. Silvio Illi) ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ออโต้อัลลายแอนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด (AAT) กล่าวว่า อุตสาหกรรมยานยนต์ทั่วโลกกำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญ โดยการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและการใช้พลังงานสะอาดในกระบวนการผลิตได้กลายเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมสู่ความยั่งยืน AAT จึงให้ความสำคัญกับการเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานสะอาดอย่างต่อเนื่อง โดยความร่วมมือกับ WHAUP ตั้งแต่โครงการ Solar Rooftop จนถึง Floating Solar Direct Wire ทำให้ปัจจุบันมีกำลังการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์รวม 14 เมกะวัตต์ สามารถรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าของโรงงานได้ประมาณ 25% ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากกระบวนการผลิต

“ในระยะยาว AAT มุ่งสู่เป้าหมายการใช้พลังงานสะอาด 100% โดยเราเชื่อว่าความร่วมมือกับพันธมิตรที่มีความเชี่ยวชาญอย่าง WHAUP จะมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน และร่วมขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยสู่อนาคตที่ยั่งยืน”

ผสานโซลูชันพลังงานสะอาด–น้ำหมุนเวียน เสริมความมั่นคงด้านทรัพยากรให้ภาคอุตสาหกรรม

นอกจากการส่งมอบไฟฟ้าสะอาด WHAUP ยังตอกย้ำจุดแข็งด้านการบริหารจัดการระบบสาธารณูปโภคครบวงจร (Integrated Utilities) ตั้งแต่การจัดหาและผลิตน้ำอุตสาหกรรม การบำบัดน้ำเสีย ไปจนถึงการนำน้ำกลับมาใช้ใหม่ (Water Reclamation) เพื่อสนับสนุนความมั่นคงด้านน้ำและการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ซึ่งเป็นฐานการลงทุนสำคัญของประเทศ

โรงงานบำบัดน้ำหมุนเวียนเพื่อกลับมาใช้ใหม่ (Water Reclamation Plant) ภายในนิคมอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอ อีสเทิร์นซีบอร์ด 1 (WHA ESIE 1) นำเทคโนโลยีการบำบัดน้ำขั้นสูงมาใช้ยกระดับคุณภาพ เพื่อนำกลับมาใช้ประโยชน์ในภาคอุตสาหกรรม รวมถึงการผลิตน้ำมูลค่าเพิ่ม (Value-added Water) และน้ำปราศจากแร่ธาตุ (Demineralized Water) ที่มีคุณภาพเหมาะสมกับความต้องการเฉพาะของอุตสาหกรรมแต่ละประเภท ช่วยลดการพึ่งพาน้ำจากแหล่งธรรมชาติ เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ และสนับสนุนการดำเนินธุรกิจตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy)

นายอัครินทร์กล่าวว่า น้ำและพลังงานเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญในการขับเคลื่อนภาคอุตสาหกรรม โดยเฉพาะอุตสาหกรรมแห่งอนาคตที่มีความต้องการใช้ทรัพยากรอย่างต่อเนื่อง WHAUP จึงให้ความสำคัญกับการพัฒนาโซลูชันทั้งสองด้านควบคู่กัน เพื่อช่วยให้ลูกค้าสามารถบริหารจัดการต้นทุน ลดความเสี่ยงด้านทรัพยากร และเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินธุรกิจได้อย่างยั่งยืน

WHAUP ต่อยอดธุรกิจน้ำ–พลังงานสะอาด รับโอกาสเติบโตจากอุตสาหกรรมแห่งอนาคตและแผน PDP ฉบับใหม่

สำหรับทิศทางการเติบโตในระยะต่อไป WHAUP ยังคงเดินหน้าขยายธุรกิจสาธารณูปโภคและพลังงานทั้งในประเทศไทยและเวียดนาม โดยในปี 2569 บริษัทตั้งเป้ายอดจำหน่ายและบริหารจัดการน้ำรวม 170 ล้านลูกบาศก์เมตร และกำลังการผลิตไฟฟ้าตามสัญญาซื้อขายไฟฟ้าที่ลงนามแล้วสะสมตามสัดส่วนการถือหุ้นรวม 1,124 เมกะวัตต์ โดยเป็นพลังงานหมุนเวียน 596 เมกะวัตต์ พร้อมต่อยอดความเชี่ยวชาญด้านการบริหารจัดการน้ำและพลังงานสะอาด เพื่อรองรับความต้องการของอุตสาหกรรมแห่งอนาคต โดยเฉพาะ Data Center และอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง รวมถึงขยายฐานลูกค้าสู่ภาคอุตสาหกรรมต่าง ๆ ทั้งภายในและภายนอกนิคมอุตสาหกรรม

ขณะเดียวกัน WHAUP มองเห็นโอกาสการเติบโตจากทิศทางนโยบายพลังงานของประเทศ โดยเฉพาะร่างแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย (PDP 2026) ที่ให้ความสำคัญกับการเพิ่มสัดส่วนพลังงานสะอาดและการพัฒนาระบบพลังงานเพื่อรองรับเศรษฐกิจยุคใหม่ รวมถึงการขับเคลื่อนกลไก Direct PPA ผ่านการใช้ระบบโครงข่ายไฟฟ้าภายใต้หลักเกณฑ์ Third-Party Access (TPA) ซึ่งจะช่วยเพิ่มทางเลือกในการเข้าถึงพลังงานสะอาดให้กับภาคอุตสาหกรรม และเปิดโอกาสการลงทุนในธุรกิจพลังงานหมุนเวียนในระยะยาว

“WHAUP มีความพร้อมในการรองรับโอกาสจากทิศทางนโยบายพลังงานของประเทศ ด้วยความเชี่ยวชาญในการพัฒนาโครงการพลังงานหมุนเวียนที่หลากหลาย ทั้ง Solar Rooftop, Floating Solar และ Solar Farm ตลอดจนความแข็งแกร่งด้านโครงสร้างพื้นฐานและฐานลูกค้าอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการต่อยอดการลงทุนและขยายธุรกิจพลังงานสะอาดในระยะยาว โดยเฉพาะโอกาสจาก Direct PPA และโครงการพลังงานหมุนเวียนภายใต้กรอบนโยบายภาครัฐ เมื่อหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่เกี่ยวข้องมีความชัดเจน” นายอัครินทร์กล่าว

นอกจากนี้ WHAUP ยังเดินหน้าพัฒนาเทคโนโลยีพลังงานแห่งอนาคต อาทิ ระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (BESS) ระบบซื้อขายพลังงานแบบ Peer-to-Peer Energy Trading ตลอดจนบริการด้านการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Emission Reduction Solutions) ผ่านการจัดหาใบรับรองพลังงานหมุนเวียน (REC) และแพลตฟอร์ม CO2ZERO เพื่อช่วยให้ลูกค้าสามารถบริหารจัดการพลังงานและการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้อย่างมีประสิทธิภาพ

“WHAUP มุ่งมั่นนำความเชี่ยวชาญด้านสาธารณูปโภคและพลังงาน ผสานกับความแข็งแกร่งของ WHA Group Ecosystem และเทคโนโลยีภายใต้ WHA Intelligence เพื่อพัฒนาโซลูชันที่สร้างคุณค่าให้กับลูกค้าทั้งด้านธุรกิจและความยั่งยืน พร้อมสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่สังคมคาร์บอนต่ำ และร่วมขับเคลื่อนวิสัยทัศน์ WHA: Shape the Future for Thailand เพื่อสร้างอนาคตการเติบโตอย่างยั่งยืนให้กับภาคอุตสาหกรรมและประเทศไทย” นายอัครินทร์กล่าวในที่สุด

You can share this post!