การเคหะแห่งชาติ จับมือมูลนิธินายช่างไทยใจอาสา ขอบคุณทุกองค์กรภาคีเครือข่ายที่ร่วมคืนความปลอดภัยและรอยยิ้มให้ประชาชน พร้อมเดินหน้าสร้างเครือข่ายวิศวกรและช่างจิตอาสาทั่วประเทศ
มูลนิธินายช่างไทยใจอาสา ร่วมกับการเคหะแห่งชาติ จัดงาน “ราตรีเชิดชูเกียรติ วิศวกร ช่างอาสา และสถาปนิกเพื่อสังคม ประจำปี 2569” ณ สำนักงานใหญ่การเคหะแห่งชาติ ถนนนวมินทร์ กรุงเทพมหานคร โดยมีวิศวกร สถาปนิก ช่างจิตอาสา ผู้บริหาร และผู้แทนองค์กรภาคีเครือข่ายเข้าร่วมงานกว่า 300 คน เพื่อยกย่องผู้เสียสละที่ร่วมภารกิจช่วยเหลือและฟื้นฟูผู้ประสบภัยพิบัติในพื้นที่หาดใหญ่ จังหวัดสงขลา จังหวัดน่าน และกรุงเทพมหานคร ซึ่งสร้างประโยชน์แก่ประชาชนรวมกว่า 45,000 คน
ภายในงานได้รับเกียรติจาก นายทวีพงษ์ วิชัยดิษฐ ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ และ นายเทพรัตน์ เทพพิทักษ์ ประธานมูลนิธินายช่างไทยใจอาสา ร่วมกล่าวขอบคุณวิศวกร สถาปนิก ช่างอาสา ตลอดจนองค์กรภาคีเครือข่ายจากทุกภาคส่วนที่สนับสนุนกำลังคน เครื่องมือ อุปกรณ์ งบประมาณ และทรัพยากรในการช่วยเหลือประชาชนอย่างต่อเนื่อง


ผนึกกำลังทุกภาคส่วน คืนชีวิตและความปลอดภัยให้ประชาชน
ตลอดช่วงที่ผ่านมา เครือข่ายจิตอาสาได้ร่วมปฏิบัติภารกิจสำคัญในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะการฟื้นฟูอุทกภัยอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ซึ่งมีการระดมวิศวกรและช่างอาสาเข้าตรวจสอบและฟื้นฟูระบบไฟฟ้าในบ้านเรือน โรงเรียน โรงพยาบาล และสถานประกอบการ รวมถึงภารกิจช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในจังหวัดน่าน
สำหรับกรุงเทพมหานคร มูลนิธินายช่างไทยใจอาสาและการเคหะแห่งชาติได้ร่วมกันจัดตั้งกองอำนวยการฟื้นฟูพื้นที่การเคหะคลองจั่นและชุมชนร่มเกล้า โดยระดมกำลังจากหน่วยงานต่าง ๆ เข้าซ่อมแซมระบบสูบน้ำ ระบบไฟฟ้า เครื่องใช้ไฟฟ้า และรถจักรยานยนต์ที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย เพื่อช่วยให้ประชาชนกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติโดยเร็วที่สุด

ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ ขอบคุณทุกองค์กรที่ร่วมเคียงข้างประชาชน
นายทวีพงษ์ วิชัยดิษฐ ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ กล่าวขอบคุณองค์กรภาคีเครือข่ายทุกแห่งที่ร่วมสนับสนุนการดำเนินงาน ทั้งหน่วยงานภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ สมาคมวิชาชีพ ภาคเอกชน และจิตอาสา โดยความร่วมมือดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการบูรณาการทรัพยากรและองค์ความรู้จากหลายหน่วยงาน เพื่อช่วยเหลือประชาชนในยามวิกฤต โดยเฉพาะประชาชนในชุมชนที่อยู่อาศัยรวมและกลุ่มเปราะบาง
การเคหะแห่งชาติให้ความสำคัญกับการดูแลคุณภาพชีวิตและความปลอดภัยของประชาชน ควบคู่กับการพัฒนาที่อยู่อาศัย และพร้อมสนับสนุนความร่วมมือกับเครือข่ายจิตอาสาเพื่อสร้างความเข้มแข็งให้ชุมชนอย่างยั่งยืน
ประธานมูลนิธิฯ ยกย่องทุกองค์กรและจิตอาสา ผู้เสียสละเพื่อสังคม
นายเทพรัตน์ เทพพิทักษ์ ประธานมูลนิธินายช่างไทยใจอาสา กล่าวยกย่องและขอบคุณองค์กรภาคีเครือข่ายทุกแห่ง ตลอดจนวิศวกร สถาปนิก ช่างเทคนิค และเจ้าหน้าที่จิตอาสาที่ร่วมแรงร่วมใจปฏิบัติภารกิจ โดยความสำเร็จที่เกิดขึ้นไม่ได้เป็นผลงานของหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง แต่เป็นผลจากการเสียสละและความร่วมมือของทุกองค์กรที่มีเป้าหมายเดียวกัน คือการช่วยเหลือประชาชนให้กลับมาดำรงชีวิตได้อย่างปลอดภัย
พร้อมทั้งขอบคุณ การเคหะแห่งชาติ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค การไฟฟ้านครหลวง กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน สมาคมวิศวกรโครงสร้างแห่งประเทศไทย สมาคมผู้ตรวจสอบอาคาร สมาคมช่างเหมาไฟฟ้าและเครื่องกลไทย ตลอดจนองค์กรวิชาชีพ หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ผู้ประกอบการ และผู้สนับสนุนทุกแห่งที่ร่วมเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนภารกิจช่วยเหลือประชาชน
ทั้งนี้ ยังมีจิตอาสาอีกจำนวนมากที่ไม่สามารถเดินทางมาร่วมงานได้ เนื่องจากติดภารกิจในพื้นที่ต่าง ๆ ซึ่งมูลนิธิฯ ขอส่งความขอบคุณและความภาคภูมิใจไปถึงทุกคนที่มีส่วนร่วมในภารกิจครั้งนี้
เปิดผลงานช่วยเหลือกว่า 45,000 คน พร้อมมอบประกาศเกียรติคุณ
ภายในงาน ดร.วสวัตติ์ กฤษศิริธีรภาคย์ เลขาธิการมูลนิธินายช่างไทยใจอาสา ได้นำเสนอผลการดำเนินงานช่วยเหลือและฟื้นฟูผู้ประสบภัยพิบัติในรอบปี 2569 พร้อมถ่ายทอดประสบการณ์จากการปฏิบัติงานจริง ทั้งการระดมกำลังจิตอาสา การประสานความร่วมมือระหว่างองค์กร และการแก้ไขปัญหาระบบสาธารณูปโภคที่ส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวันของประชาชน
นอกจากนี้ ยังมีการบรรยายพิเศษโดย ศาสตราจารย์ ดร.อมร พิมานมาศ เกี่ยวกับบทบาทของวิศวกรไทยในการรับมือภัยพิบัติและการสร้างความปลอดภัยให้สังคมในอนาคต
บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยความอบอุ่นและความประทับใจ โดยมีพิธีมอบประกาศเกียรติคุณแก่จิตอาสาและองค์กรภาคีเครือข่าย เพื่อยกย่องผู้ที่ร่วมปฏิบัติภารกิจช่วยเหลือประชาชน พร้อมกิจกรรมพบปะแลกเปลี่ยนประสบการณ์และการแสดงดนตรีสร้างความสัมพันธ์ระหว่างเครือข่ายจิตอาสา

มากกว่ารางวัล คือรอยยิ้มของประชาชน
งาน “ราตรีเชิดชูเกียรติ” ครั้งนี้ ไม่เพียงเป็นการแสดงความขอบคุณต่อผู้เสียสละ แต่ยังสะท้อนพลังความร่วมมือขององค์กรวิชาชีพ หน่วยงานภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ และภาคเอกชน ที่สามารถนำความรู้ ความเชี่ยวชาญ และทรัพยากรมาสร้างประโยชน์แก่สังคมได้อย่างเป็นรูปธรรม
จากหาดใหญ่ สู่น่าน และกรุงเทพมหานคร ภารกิจของจิตอาสาไม่ได้จบลงเพียงการซ่อมแซมอาคารหรือระบบไฟฟ้า แต่คือการคืนความปลอดภัย ความหวัง และคุณภาพชีวิตให้แก่ประชาชนกว่า 45,000 คน
“เพราะรางวัลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของจิตอาสา ไม่ใช่ประกาศเกียรติคุณที่ได้รับ แต่คือรอยยิ้มของประชาชนที่กลับมาใช้ชีวิตได้อย่างปลอดภัยอีกครั้ง”
มูลนิธินายช่างไทยใจอาสา – รวมพลังวิศวกรและช่างจิตอาสา เพื่อชุมชนปลอดภัย สังคมยั่งยืน