FTI ยกทัพนวัตกรรมระบบกรองน้ำบุก “Thai Water Expo 2024” ส่งซิก Q2/67 โกยรายได้โตต่อเนื่อง หนุนปี 67 โตตามเป้า 10-15%
หุ้น

FTI ยกทัพนวัตกรรมระบบกรองน้ำบุก “Thai Water Expo 2024” ส่งซิก Q2/67 โกยรายได้โตต่อเนื่อง หนุนปี 67 โตตามเป้า 10-15%

 

ฟังก์ชั่น อินเตอร์เนชั่นแนล” ยกทัพสินค้านวัตกรรมระบบกรองน้ำบุกงาน “Thai Water Expo 2024” มั่นใจช่วยกระตุ้นยอดขาย ส่งซิกรายได้ Q2/67 เดินหน้าโตต่อเนื่อง มั่นใจรายได้ปี 67 แตะ 900 ลบ.   โตตามเป้า 10-15%

ดร.วิกร ภูวพัชร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ฟังก์ชั่น อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ FTI เปิดเผยว่า บริษัทได้เข้าร่วมงาน “Thai Water Expo 2024” ซึ่งเป็นงานแสดงสินค้า และการประชุมนานาชาติด้านเทคโนโลยีการจัดการทรัพยากรน้ำ และน้ำเสียครบวงจรหนึ่งเดียวของประเทศไทย ประกอบไปด้วยผู้ออกงานกว่า 250 บริษัท จากหลากหลายประเทศ และคาดการณ์จะมีผู้เข้าร่วมชมงานกว่า 18,000 คน โดยในปีนี้จัดขึ้นเป็น ครั้งที่ ระหว่างวันที่  3-5 กรกฎาคม 2567 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โดยบริษัทได้จัดเตรียมสินค้านวัตกรรมล่าสุดที่เกี่ยวกับระบบกรองน้ำคุณภาพสูงที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ที่นำเข้าจากสาธารณรัฐประชาชนจีน สัดส่วน 80-90% และจากไต้หวัน เกาหลี สหรัฐฯ สัดส่วน 15% และบริการใหม่ๆเพื่อนำเสนอรวมถึงการแสดงตัวอย่างการทำงานของนวัตกรรมช่วยดึงดูดความสนใจ ตรงความต้องการของตลาด สร้างความประทับใจให้กับกลุ่มลูกค้า และคาดว่าจะได้รับการตอบรับที่ดี และจะสามารถกระตุ้นยอดขายได้อย่างมีนัยสำคัญ และที่สำคัญจะช่วยเสริมสร้างภาพลักษณ์ และความน่าเชื่อถือของบริษัทในสายตาลูกค้า และพันธมิตรทางธุรกิจ โดยงานดังกล่าวคาดว่าจะมีลูกค้ารายใหญ่ทั้งภาครัฐและเอกชน ทั้งในและต่างประเทศ ประมาณ 20 ราย

ในขณะเดียวกันบริษัทคาดว่ารายได้ในไตรมาสที่ 2 ของปี 2567 จะเติบโตอย่างต่อเนื่องจากการนำเสนอสินค้า และบริการที่หลากหลาย และครอบคลุมมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ผลประกอบการในไตรมาสที่ 1 ของปี 2567 บริษัทมีรายได้จากการขายสินค้าและบริการรวม 195.91 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.72 ล้านบาท หรือคิดเป็นเพิ่มขึ้น 6% จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่รายได้รวม 185.19 ล้านบาท ซึ่งบริษัทยังมั่นใจว่ารายได้รวมปี 2567 จะอยู่ที่ระดับ 900 ล้านบาท  หรือเติบโตประมาณ 10-15%

ส่วนแผนธุรกิจในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2567 บริษัทยังคงเดินหน้าขยายธุรกิจในทุกมิติตามกลยุทธ์ที่ได้วางไว้เพื่อสร้างการเติบโตของรายได้อย่างต่อเนื่องสำหรับปี 2567-2569 ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และขยายพื้นที่คลังสินค้า โดยการปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิต และแผนเปิดตัวผลิตภัณฑ์ระบบกรองน้ำใหม่อย่างต่อเนื่องอีกกว่า 15 ผลิตภัณฑ์ รวมถึงเมมเบรน ปั๊มน้ำใหม่ และระบบบริหารจัดการน้ำสำหรับโครงการด้านชลประทาน ครอบคลุมการให้บริการทั้งลูกค้าครัวเรือน เชิงพาณิชย์ และอุตสาหกรรม

สำหรับแผนธุรกิจ ในช่วงครึ่งปีหลังมีแผนขยายสาขา Aquatek Shop ขยาย 10 สาขา จากปัจจุบันที่ขยายไปแล้ว 10 สาขา คาดว่าจะใช้งบลงทุนประมาณ  2.5 - 3 ล้านบาท/สาขา เพื่อขยายกลุ่มลูกค้าครัวเรือนระดับ High End ที่มี Life Style ใช้ชีวิตในเมืองใหญ่ทั่วประเทศด้วยการตลาดผ่านช่องทางออฟไลน์ และออนไลน์ รวมถึงการจัดโครงการอบรมผลิตภัณฑ์สำหรับผู้ประกอบการ และตัวแทนจำหน่ายทั้งรายเก่า และรายใหม่ทั่วประเทศอย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการแข่งขันให้สูงขึ้น ส่วนสาขา Water Store ปัจจุบันมีแล้ว 22 สาขา และคาดว่าอาจไม่ขยายสาขาเพิ่มต่อในช่วงที่เหลือปีนี้ เนื่องจากยังไม่มีพื้นที่การขยายสาขาที่มีศักยภาพเหมาะสม แต่ในปี 2568 จะขยายให้ได้ 24 สาขา ซึ่งยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้

ด้านกลยุทธ์การเติบโตในระยะยาว บริษัทยังคงศึกษาความเป็นไปได้ในการร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจอย่างต่อเนื่อง หลังจากการร่วมมือกับพันธมิตรจากสาธารณรัฐประชาชนจีนจำนวน 3 ราย เพื่อผลิตและประกอบไส้กรองระบบกรองน้ำ, หม้อแปลง (Transformer) สำหรับระบบกรองน้ำ และอุปกรณ์ Booster pump สำหรับระบบกรองน้ำ เพื่อจัดจำหน่ายสำหรับตลาดในประเทศไทย และต่างประเทศ ซึ่งจะสามารถรับรู้รายได้ปีละประมาณ 45-60ล้านบาท

ดร.วิกร กล่าวเพิ่มเติมว่า ขณะนี้บริษัทฯอยู่ในระหว่างการหารือร่วมกับพันธมิตรทางธุรกิจ  2-3 ราย ซึ่งเป็นพันธมิตรไทย 1 ราย และพันธมิตรจากสาธารณรัฐประชาชนจีน 2 ราย  โดยรายแรก ถือว่าเป็นผู้ผลิต วิจัย และพัฒนาระบบปั๊มน้ำรายใหญ่ โดยมีผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายครอบคลุมทุกกลุ่มการใช้งาน ได้รับการยอมรับในคุณภาพของผลิตภัณฑ์จากสินค้าที่ส่งออกไปทั่วโลก ส่วนรายที่ 2 เป็นผู้ผลิต วิจัย และพัฒนาเทคโนโลยีระบบน้ำรายใหญ่ของประเทศจีนเช่นเดียวกัน โดยมีประสบการณ์ยาวนานกว่า 35 ปี มีการพัฒนาแบรนด์อย่างแข็งแกร่ง ด้วยช่องทางการจำหน่ายมากกว่า 10,000 แห่ง และมีผลิตภัณฑ์จำหน่ายกว่า 65 ประเทศทั่วโลก

ซึ่งในปีนี้คาดว่าจะเจรจาสำเร็จและเซ็นหนังสือบันทึกความเข้าใจร่วมกัน (MOU) กับพันธมิตรก่อน 2 ราย ได้แก่ พันธมิตรไทย คือ บริษัท บีพีเอส เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) หรือ BPS โดยมีแผนร่วมมือกันดำเนินโครงการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์จากโซลาร์เซลล์แบบติดตั้งบนหลังคา เพื่อออกขายให้เเก่โครงการบ้านจัดสรรขนาดใหญ่ ซึ่งทาง BPS มีฐานลูกค้าอสังหาฯรายใหญ่อยู่แล้ว โดยอาจจะเป็นในรูปแบบของการขายสินค้าของ BPS ในรูปแบบของแพ็กเกจพ่วงกับสินค้าของ FTI ควบคู่ให้กับโครงการต่างๆด้วย  และอีกรายคือ พันธมิตรจากสาธารณประชาชนจีน ผู้ผลิต วิจัย และพัฒนาระบบปั๊มน้ำรายใหญ่ 

นอกจากนี้บริษัทมีแผนก่อสร้างโรงงาน ร่วมกับพันธมิตรทั้ง 3 ราย ในเขตพื้นที่ ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor : EEC) เพื่อขยายและเพิ่มกำลังผลิตโรงงาน เบื้องต้นคาดใช้งบลงทุนราว 100 ล้านบาท คาดแล้วเสร็จปี 2568  

รวมถึงการได้รับรางวัล และมีนวัตกรรมในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ด้วยเทคโนโลยีใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่อง เข้ามาสนับสนุน และร่วมแสดงนวัตกรรมสินค้าร่วมกับทางบริษัทซึ่งจะส่งผลให้ได้รับการเรียนรู้ และถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิต รวมถึงช่วยสร้างธุรกิจต้นน้ำที่ช่วยสนับสนุนธุรกิจให้มีความแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น

อีกทั้งยังเป็นการลดต้นทุนค่าใช้จ่ายต่างๆ จากการนำเข้าสินค้า ช่วยเพิ่มศักยภาพการแข่งขันในตลาดได้มากขึ้น และที่สำคัญคือการสนับสนุนบริษัทในการพัฒนาช่องทางการการจัดจำหน่ายโดยเฉพาะช่องทางค้าปลีก รวมถึงโอกาสในการพัฒนานวัตกรรม และเทคโนโลยีในการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ร่วมกันในอนาคต

You can share this post!