"กรมราง" เดินหน้าพัฒนาระบบขนส่งทางราง สู่ความเท่าเทียม
คมนาคม

"กรมราง" เดินหน้าพัฒนาระบบขนส่งทางราง สู่ความเท่าเทียม

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ประเทศไทยได้เห็นความเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในด้านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของระบบขนส่งทางราง โดยเฉพาะในเมืองใหญ่ เช่น กรุงเทพฯ และปริมณฑล ซึ่งเป็นศูนย์กลางของระบบขนส่งมวลชน ซึ่งการพัฒนาเหล่านี้ไม่ได้มุ่งเน้นเพียงแค่การเพิ่มความสะดวกในการเดินทาง แต่ยังรวมถึงการลดภาระค่าใช้จ่ายและการเปิดโอกาสให้ประชาชนทุกกลุ่มสามารถเข้าถึงระบบขนส่งได้อย่างเท่าเทียม

เดินหน้าพัฒนาระบบรางให้เท่าเทียม

เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2567 กรมการขนส่งทางราง (ขร.) ได้จัดการประชุมสำคัญร่วมกับสภาองค์กรของผู้บริโภค นำโดย ดร.พิเชฐ คุณาธรรมรักษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางราง การประชุมครั้งนี้มุ่งเน้นที่การหาข้อเสนอและแนวทางในการยกระดับคุณภาพการเดินทางด้วยระบบรางของไทย เพื่อตอบสนองความต้องการของประชาชนในวงกว้าง รวมถึงการลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงระบบขนส่งสาธารณะ

มาตรการค่าโดยสารรถไฟฟ้าสูงสุด 20 บาท: ความสำเร็จที่จับต้องได้

หนึ่งในมาตรการที่ได้รับความสนใจอย่างมากคือ มาตรการอัตราค่าโดยสารรถไฟฟ้าสูงสุด 20 บาท ซึ่งถูกนำมาใช้กับโครงการ รถไฟฟ้าสายสีม่วง (คลองบางไผ่-เตาปูน) และ รถไฟฟ้าสายสีแดง (ตลิ่งชัน-บางซื่อ-รังสิต) ตั้งแต่วันที่ 16 ตุลาคม 2566 เป็นต้นมา ผลจากมาตรการนี้แสดงให้เห็นถึงประโยชน์ที่ชัดเจน โดยเฉพาะการช่วยลดภาระค่าครองชีพของประชาชน ในช่วงไม่ถึงหนึ่งปีของการดำเนินการ พบว่าจำนวนผู้โดยสารของสายสีแดงเพิ่มขึ้นถึง 51.84% ในขณะที่สายสีม่วงมีจำนวนผู้โดยสารเพิ่มขึ้น 17.54% มาตรการดังกล่าวได้รับการสนับสนุนจากประชาชน เนื่องจากช่วยให้การเดินทางในชีวิตประจำวันกลายเป็นเรื่องที่คุ้มค่าและเข้าถึงได้มากขึ้น

นอกจากนี้ ยังมีการพูดคุยถึง กฎหมายตั๋วร่วม ซึ่งจะทำให้การเดินทางข้ามระบบขนส่งต่างๆ เป็นเรื่องที่สะดวกขึ้น ลดความซับซ้อนในการใช้ตั๋วหลายใบและการจ่ายเงินหลายครั้ง

การเชื่อมต่อระบบขนส่ง: Feeder ที่เชื่อมโยงการเดินทาง

การเชื่อมต่อการเดินทางระหว่าง รถไฟฟ้ากับรถโดยสารประจำทาง หรือที่เรียกว่า ระบบ Feeder เป็นอีกหนึ่งหัวใจสำคัญในการทำให้การเดินทางด้วยระบบรางมีประสิทธิภาพมากขึ้น การเชื่อมต่อระหว่างระบบขนส่งรูปแบบต่างๆ เช่น รถโดยสารประจำทางไฟฟ้า หรือการเพิ่มเส้นทางเดินเชื่อมต่อสถานีต่างๆ เป็นส่วนสำคัญที่ช่วยให้ประชาชนสามารถเปลี่ยนเส้นทางได้ง่ายขึ้น ลดระยะเวลาในการเดินทางและเพิ่มความสะดวกในการเดินทางข้ามเมือง

ออกแบบเพื่อคนทุกกลุ่ม: Universal Design ในสถานีรถไฟฟ้า

เพื่อให้การเดินทางด้วยระบบรางเป็นสิ่งที่ทุกคนเข้าถึงได้ กรมการขนส่งทางรางได้ให้ความสำคัญกับการปรับปรุงสถานีรถไฟฟ้าและรถไฟทั่วประเทศ โดยเน้นการออกแบบเพื่อคนทุกกลุ่ม (Universal Design) การประเมินคุณภาพสถานีขนส่งทางรางอย่างต่อเนื่องระหว่างปี 2565-2567 ครอบคลุมถึง 64 สถานี โดยแบ่งเป็นสถานีรถไฟ 28 สถานี และสถานีรถไฟฟ้า 36 สถานี เพื่อให้มั่นใจว่าสถานีเหล่านี้จะสามารถรองรับการให้บริการแก่คนทุกกลุ่มได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย ไม่ว่าจะเป็นผู้สูงอายุ คนพิการ หรือผู้ใช้รถเข็น

การออกแบบ Universal Design ไม่เพียงแต่คำนึงถึงการจัดสิ่งอำนวยความสะดวกที่จำเป็น แต่ยังเน้นถึงความเท่าเทียมในการใช้พื้นที่และบริการ ทั้งนี้ การปรับปรุงสถานีขนส่งทางรางเหล่านี้ยังถูกประเมินอย่างต่อเนื่องเพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานสากลและตอบสนองต่อความต้องการของผู้ใช้บริการอย่างแท้จริง

ความพยายามในการพัฒนาระบบขนส่งทางรางของ กรมการขนส่งทางราง (ขร.) ไม่เพียงแค่เป็นการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเดินทางเท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้างโอกาสในการเดินทางที่เท่าเทียมและเป็นธรรมให้กับประชาชนทุกกลุ่ม มาตรการต่างๆ เช่น ค่าโดยสารสูงสุด 20 บาท การเชื่อมต่อระบบ Feeder และการออกแบบสถานีตามหลัก Universal Design เป็นก้าวสำคัญในการสร้างระบบขนส่งมวลชนที่เข้าถึงได้ง่าย สะดวกสบาย และปลอดภัย การขับเคลื่อนนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่การปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐาน แต่ยังเป็นการสร้างโอกาสใหม่ๆ ให้กับประชาชน และช่วยส่งเสริมให้การเดินทางเป็นเรื่องที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้อย่างเท่าเทียม

  • Tags

You can share this post!