บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด (รฟฟท.) เดินหน้าพัฒนาระบบขนส่งทางรางของไทยต่อเนื่อง หลังดำเนินงานครบรอบ 16 ปี มุ่งยกระดับมาตรฐานการให้บริการรถไฟฟ้า ตั้งแต่รถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ จนถึงรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง พร้อมพัฒนาระบบเชื่อมต่อการเดินทางด้วย Feeder เพื่ออำนวยความสะดวกประชาชน และรองรับการขยายตัวของเมือง
พล.อ.อ. คงศักดิ์ จันทรโสภา กรรมการ และรักษาการกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด เปิดเผยว่า ตลอดระยะเวลากว่า 16 ปีที่ผ่านมา รฟฟท. มุ่งมั่นพัฒนาการให้บริการ เพื่อเป็นผู้นำในการเดินรถไฟฟ้าด้วยมาตรฐานระดับสากล โดยให้ความสำคัญทั้งด้านคุณภาพการให้บริการ ความปลอดภัย ความตรงต่อเวลา และการสร้างประสบการณ์ที่ดีแก่ผู้โดยสาร
นอกจากการพัฒนาประสิทธิภาพการเดินรถแล้ว รฟฟท. ยังให้ความสำคัญกับการบริหารงานตามหลักธรรมาภิบาลและหลักสิทธิมนุษยชน โดยส่งเสริมความยุติธรรมและความเท่าเทียมในองค์กรและสังคม ล่าสุดได้รับคัดเลือกเป็น 1 ใน 13 หน่วยงานรัฐวิสาหกิจที่ได้รับ รางวัลองค์กรต้นแบบด้านสิทธิมนุษยชน ระดับ “ดีเด่น” ประจำปี 2569 (Human Rights Awards 2026) จากกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม
ลุย Feeder รังสิต เชื่อมรถไฟฟ้า–ชุมชน
สำหรับการเพิ่มประสิทธิภาพการเข้าถึงสถานี รฟฟท. เดินหน้าผลักดันระบบขนส่งสาธารณะรอง หรือ Feeder โดยเฉพาะบริเวณสถานีรังสิต ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี และเทศบาลนครรังสิต
แผนดังกล่าวเตรียมเพิ่มเส้นทางเดินรถ EV Bus (สมายบัส) จำนวน 2 เส้นทาง ได้แก่
1. สถานีรังสิต – ถนนเลียบคลองรังสิต – สถานีรังสิต
2. สถานีรังสิต – รถไฟฟ้าสายสีเขียว สถานีคูคต – สถานีรังสิต
คาดว่าจะเริ่มทดลองให้บริการในช่วง เดือนเมษายน 2570 ก่อนพัฒนาและขยายเส้นทางไปยังพื้นที่อื่นต่อไป เพื่อเพิ่มทางเลือกและอำนวยความสะดวกให้ประชาชนเข้าถึงระบบรถไฟฟ้าได้มากขึ้น
ขณะเดียวกัน รฟฟท. ยังคงบูรณาการร่วมกับการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) จัดขบวนรถไฟดีเซลรางในเส้นทาง นครปฐม–ตลิ่งชัน เพื่อเป็นอีกทางเลือกในการเดินทาง เชื่อมจังหวัดนครปฐมเข้าสู่พื้นที่กรุงเทพฯ และสนับสนุนการเดินทางและการท่องเที่ยวระหว่างพื้นที่
ส่วนพื้นที่สถานีหลักสี่ รฟฟท. ได้รับความอนุเคราะห์จากบริษัท ธนารักษ์พัฒนาสินทรัพย์ จำกัด (ธพส.) จัดให้มี EV Bus เชื่อมต่อจากสถานีรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง บริเวณปากซอยแจ้งวัฒนะ 5 ไปยังศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ อาคาร B และ C โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
โชว์มาตรฐานเดินรถตรงเวลา 99.96% ผู้โดยสารทะลุ 50 ล้านคน
ด้านการให้บริการเดินรถไฟฟ้า รฟฟท. ยังคงให้ความสำคัญกับ ความตรงต่อเวลา ความน่าเชื่อถือ และความพร้อมของขบวนรถ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้ใช้บริการ
ปัจจุบันรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดงมีสถิติ ความตรงต่อเวลา 99.96% ความน่าเชื่อถือ 99.97% และความพร้อมของขบวนรถ 100% นับตั้งแต่เปิดให้บริการเชิงพาณิชย์ ส่งผลให้จำนวนผู้โดยสารเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบันมีผู้โดยสารสะสมแล้วกว่า 50 ล้านคน
ขณะที่ผลสำรวจความพึงพอใจผู้ใช้บริการ ครั้งที่ 2 ประจำปี 2569 ซึ่งดำเนินการโดยสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้าโพล) และบริษัท รีเสิร์ช ดีไซน์ พบว่าผู้โดยสารให้คะแนนความพึงพอใจในหลายด้านในระดับสูง จากคะแนนเต็ม 5 ได้แก่
* การให้บริการ 4.59 คะแนน
* ความปลอดภัย 4.57 คะแนน
* ความน่าเชื่อถือด้านความตรงต่อเวลา ความถี่ และคุณภาพการเดินรถ 4.59 คะแนน
* การประชาสัมพันธ์และให้ข้อมูล 4.54 คะแนน
* คุณภาพและสิ่งอำนวยความสะดวกบนสถานีและในขบวนรถ 4.49 คะแนน
* เหรียญโดยสาร/บัตรโดยสาร และกิจกรรมส่งเสริมการตลาด 4.51 คะแนน
รฟฟท. ระบุว่า ผลสำรวจดังกล่าวสะท้อนถึงความเชื่อมั่นของผู้โดยสารต่อการให้บริการที่เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า และเป็นผลจากการพัฒนาการให้บริการอย่างต่อเนื่องเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ใช้บริการ
เดินหน้าส่วนต่อขยายสายสีแดง รับการเติบโตของเมือง
สำหรับโครงการส่วนต่อขยายรถไฟฟ้าสายสีแดง รฟฟท. ระบุว่า มีทั้ง สายสีแดงเข้ม ช่วงรังสิต–มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ระยะทาง 8.84 กิโลเมตร และ สายสีแดงอ่อน ช่วงตลิ่งชัน–ศิริราช–ศาลายา ระยะทาง 20.5 กิโลเมตร ซึ่งมีกำหนดแล้วเสร็จในปี 2572
เมื่อเปิดให้บริการ คาดว่าจะเพิ่มทางเลือกในการเดินทางให้ประชาชน เชื่อมต่อพื้นที่จังหวัดปทุมธานีกับกรุงเทพฯ รวมถึงเพิ่มการเข้าถึงพื้นที่ฝั่งธนบุรี–ศาลายา ช่วยลดเวลาเดินทางและบรรเทาปัญหาการจราจร พร้อมสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจและพื้นที่โดยรอบสถานี รองรับการขยายตัวของเมืองในอนาคต
พร้อมรับภารกิจแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ หากได้รับมอบหมาย
ส่วนกรณีภารกิจการบริหารจัดการเดินรถไฟฟ้า แอร์พอร์ต เรล ลิงก์ พล.อ.อ. คงศักดิ์ กล่าวว่า รฟฟท. มีความพร้อม เนื่องจากที่ผ่านมาเคยบริหารโครงการดังกล่าวมานานกว่า 10 ปี และมีบุคลากรที่มีประสบการณ์ รวมถึงเตรียมแผนรองรับไว้แล้ว
ทั้งนี้ การดำเนินการขึ้นอยู่กับการพิจารณาของกระทรวงคมนาคมและการรถไฟแห่งประเทศไทย หากเห็นว่า รฟฟท. มีความเหมาะสม บริษัทพร้อมดำเนินการเพื่อให้เกิดความต่อเนื่องในการให้บริการ โดยยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง
ตลอดระยะเวลาการดำเนินงาน 16 ปี รฟฟท. ยืนยันว่าจะเดินหน้าพัฒนาระบบขนส่งทางรางในทุกมิติ ทั้งการยกระดับมาตรฐานการเดินรถ การเพิ่มประสิทธิภาพระบบ Feeder การขยายโครงข่าย และการดำเนินงานด้านความรับผิดชอบต่อสังคม เพื่อสร้างระบบขนส่งสาธารณะที่ตอบโจทย์การเดินทางและคุณภาพชีวิตของประชาชนในระยะยาว
ประชาชนสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารของรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดงได้ทาง Facebook Fan Page, X, Instagram, YouTube และ TikTok โดยค้นหา “RED Line SRTET” หรือสอบถามข้อมูลผ่านศูนย์บริการลูกค้า 1690 ตลอด 24 ชั่วโมง และเว็บไซต์ www.srtet.co.th