กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เปิดตัว “ธนาคารทรัพยากรชีวภาพแห่งชาติ” หรือ NBRC โครงสร้างพื้นฐานกลางบริหารจัดการทรัพยากรชีวภาพ ครอบคลุมจุลินทรีย์ พืช สัตว์ และมนุษย์ รองรับงานวิจัยและนวัตกรรมทางการแพทย์ พร้อมเผย 7 ผลงานเด่นปี 2569 ภายใต้แนวคิด “Beyond 52 Weeks : Healthy People, Healthy Thailand” มุ่งต่อยอดวิทยาศาสตร์จากห้องแล็บสู่การดูแลสุขภาพประชาชนทุกช่วงวัย


วันนี้ (30 กันยายน 2569) ณ โถงชั้น 1 อาคาร MSI กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ จังหวัดนนทบุรี ดร.นพ.สราวุฒิ บุญสุข อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ พร้อมด้วยผู้บริหารกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ แถลงข่าวเปิดตัว “ธนาคารทรัพยากรชีวภาพแห่งชาติ (National Bioresource Center: NBRC)” พร้อมสรุปผลการดำเนินงานประจำปีงบประมาณ 2569 ภายใต้แนวคิด “ส่งต่อพลังสุขภาพจาก 52 สัปดาห์สู่ทุกช่วงชีวิต : Beyond 52 Weeks : Healthy People, Healthy Thailand”
เปิด NBRC โครงสร้างพื้นฐานชีวภาพระดับชาติ
ดร.นพ.สราวุฒิ เปิดเผยว่า NBRC จัดตั้งขึ้นเพื่อเป็นระบบกลางในการบริหารจัดการทรัพยากรชีวภาพของประเทศอย่างเป็นระบบและโปร่งใสตามหลักสากล เพื่อสนับสนุนงานวิจัยและการพัฒนานวัตกรรมทางการแพทย์ในอนาคต
การดำเนินงานแบ่งออกเป็น 4 ส่วนสำคัญ ได้แก่
* Microbial Biobank ธนาคารชีวภาพจุลินทรีย์
* Plant Biobank ธนาคารชีวภาพพืช
* Animal Biobank ธนาคารชีวภาพสัตว์
* Human Biobank ธนาคารชีวภาพมนุษย์
ระบบทั้งหมดดำเนินงานภายใต้ระบบคุณภาพและมาตรฐานสากล ISO 20387:2018 ครอบคลุมตั้งแต่การควบคุมคุณภาพ การจัดเก็บและรักษาสภาพตัวอย่าง การตรวจสอบย้อนกลับ ไปจนถึงการรักษาความปลอดภัยและความลับของข้อมูล รวมถึงการบริหารความเสี่ยง
ปัจจุบัน NBRC มีศักยภาพจัดเก็บตัวอย่างชีวภาพคุณภาพสูงมากกว่า 50,000 ตัวอย่าง และมีคลังเลือดทารกแรกเกิดมากกว่า 6 ล้านตัวอย่าง

Human Biobank ย้ำสิทธิ ความปลอดภัย และจริยธรรม
สำหรับ Human Biobank กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ให้ความสำคัญกับการคุ้มครองสิทธิของเจ้าของตัวอย่าง การรักษาความลับและความปลอดภัยของข้อมูล รวมถึงการดำเนินงานตามหลักจริยธรรมและข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง
การเข้าถึงและใช้ประโยชน์จากทรัพยากรชีวภาพจะอยู่ภายใต้หลักการสากล ทั้ง Access and Benefit Sharing (ABS) การได้รับความยินยอมโดยได้รับข้อมูลล่วงหน้า หรือ Prior Informed Consent (PIC) และการกำหนดเงื่อนไขร่วมกันระหว่างผู้ให้และผู้ใช้ หรือ Mutually Agreed Terms (MAT) เพื่อสร้างความโปร่งใสและความเป็นธรรมในการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรชีวภาพ
“NBRC ไม่ใช่แค่สถานที่เก็บตัวอย่าง แต่เป็นโครงสร้างพื้นฐานระดับชาติที่เชื่อมโยงทรัพยากร ระบบคุณภาพ ข้อมูล และงานวิจัย เพื่อลดความซ้ำซ้อน เพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากร และยกระดับศักยภาพด้านวิทยาศาสตร์ การแพทย์ และสาธารณสุขของประเทศอย่างเป็นระบบ” ดร.นพ.สราวุฒิ กล่าว

เปิด 7 ผลงานเด่นปี 2569 จาก “ห้องแล็บสู่ชีวิตจริง”
สำหรับผลงานปีงบประมาณ 2569 กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์มุ่งนำองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมจากห้องปฏิบัติการไปใช้ดูแลสุขภาพประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม ภายใต้แนวคิด “From Lab to Life จากห้องแล็บสู่ชีวิตจริง วิทยาศาสตร์เพื่อสุขภาพดีและยืนยาว” โดยมี 7 ผลงานสำคัญ ได้แก่
1.คนไทยห่างไกลมะเร็งด้วยการแพทย์แม่นยำ
เดินหน้าคัดกรองมะเร็งปากมดลูกด้วย HPV DNA สะสมแล้ว 1.33 ล้านคน พร้อมเชื่อมโยงข้อมูลผ่านระบบ Co-Lab2 เพื่อสนับสนุนการส่งต่อการรักษา นอกจากนี้ยังตรวจยีนมะเร็งเต้านมและรังไข่ BRCA1/2 รวมถึงยีนมะเร็งปอด EGFR Mutation เพื่อสนับสนุนการเลือกแนวทางรักษาที่เหมาะสมกับลักษณะทางพันธุกรรมของผู้ป่วย
พร้อมพัฒนาระบบ National Data Lab เชื่อมโยงข้อมูลการตรวจทางห้องปฏิบัติการกลางของประเทศ 11 รายการ และส่งเสริมการใช้บริการตรวจทางห้องปฏิบัติการอย่างสมเหตุผล เพื่อลดการตรวจซ้ำและเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากร
2.เด็กแรกเกิดปลอดภัยจากโรคทางพันธุกรรม
นำเทคโนโลยี Whole Exome Sequencing (WES) มาใช้ตรวจผู้ป่วยเด็กวิกฤตและโรคหายาก สามารถช่วยวินิจฉัยได้แม่นยำถึง 43% พร้อมนำ Long-Read Sequencing มาคัดกรองโรคธาลัสซีเมียในเด็กแรกเกิด เพื่อสนับสนุนการวินิจฉัยและรักษาได้รวดเร็วยิ่งขึ้น
3.เดินหน้าผลิตภัณฑ์ยาและการบำบัดขั้นสูง
จัดตั้ง DMSC ATMPs Innovation Center พร้อมสภาพแวดล้อม Class B Cleanroom และได้รับใบอนุญาตผลิตยาจาก อย. เพื่อรองรับการพัฒนาผลิตภัณฑ์เซลล์บำบัด เช่น NK Cells และต่อยอดนวัตกรรมการรักษาขั้นสูงของประเทศ
4.หนุนอุตสาหกรรมอาหารแห่งอนาคต
เพิ่มศักยภาพการตรวจวิเคราะห์สารสำคัญในผลิตภัณฑ์อาหารเสริม เช่น Astaxanthin และ beta-carotene รวมถึงการประเมินความปลอดภัยภาชนะพลาสติกบรรจุอาหาร และการทดสอบสายพันธุ์จุลินทรีย์โพรไบโอติก เพื่อสนับสนุนการพัฒนา Future Food ของไทย
5.ยกระดับสมุนไพรไทยสู่มาตรฐานสากล
พัฒนาสูตรต้นแบบเวชสำอางจากมะแขว่น ฝาง พลูคาว และรางจืด พร้อมจัดทำตำรามาตรฐานยาสมุนไพรไทยสะสมแล้ว 173 รายการ และจำหน่ายสารมาตรฐาน 15 รายการ โดยปี 2569 เพิ่มสารมาตรฐานใหม่ 3 รายการ เช่น 7-OH Mitragynine
6.ยกระดับมาตรฐานสุขอนามัย รับ Medical Tourism
ผลักดันมาตรฐานสุขอนามัย 3C ได้แก่ Clean Bed, Clean Air และ Clean Food ในที่พักและโรงแรมพื้นที่ท่องเที่ยวสำคัญ เช่น ภูเก็ต พัทยา หัวหิน และเกาะสมุย พร้อมขยายไปยังจังหวัดท่องเที่ยวสำคัญทั่วประเทศ
7.ยกระดับบริการผ่าน e-Service ด้วย iLab Plus
เพิ่มบริการตรวจวิเคราะห์ใหม่กว่า 100 รายการ พร้อมระบบรับรายงานผลตรวจแบบ e-Report ผ่าน iLab Plus ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ช่วยลดขั้นตอนและเพิ่มความสะดวกในการเข้าถึงบริการห้องปฏิบัติการ
ดร.นพ.สราวุฒิ กล่าวว่า ผลงานทั้ง 7 ด้านสะท้อนบทบาทของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ในฐานะกลไกสำคัญด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีทางการแพทย์ โดยมุ่งเชื่อมโยงศักยภาพของห้องปฏิบัติการ ข้อมูลสุขภาพ เทคโนโลยีขั้นสูง และนวัตกรรมเข้าด้วยกัน เพื่อสนับสนุนระบบสาธารณสุขให้มีประสิทธิภาพ ลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงการวินิจฉัยและการรักษา ตลอดจนสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจและยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนอย่างยั่งยืน