นายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (เลขาธิการ คปภ.) เปิดเผยว่า สำนักงาน คปภ. ให้ความสำคัญกับการติดตามช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะผู้ประสบภัยในพื้นที่จังหวัดลำพูนที่ยังไม่ได้รับค่าสินไหมทดแทนเบื้องต้นตามกรมธรรม์ประกันภัยพิบัติแห่งชาติ จึงได้สั่งการให้ นางโชลภา ไชยเพียร ผู้อำนวยการภาคอาวุโส สำนักงาน คปภ. ภาค 1 (เชียงใหม่) และนางลัดดา โพธิตุ้ย ผู้อำนวยการสำนักงาน คปภ. จังหวัดเชียงใหม่ ประสานความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่พร้อมบริษัทประกันภัยติดตามและตรวจสอบความเสียหายของบ้านที่อยู่อาศัยประชาชนเพิ่มเติม ในพื้นที่ 3 หมู่บ้าน ได้แก่ บ้านห้วยหละ บ้านใหม่ศรีบุญเรือง และบ้านใหม่พัฒนา ตำบลป่าพลู อำเภอบ้านโฮ่ง จังหวัดลำพูน เพื่อให้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยได้รับความคุ้มครองตามสิทธิอย่างครบถ้วนและทั่วถึง
การลงพื้นที่ครั้งนี้ สำนักงาน คปภ. ได้บูรณาการความร่วมมือกับ นายจรัล มณีจันสุข นายอำเภอบ้านโฮ่ง พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดลำพูน องค์การบริหารส่วนตำบลป่าพลู และสมาคมประกันวินาศภัยไทย ร่วมกันติดตามความคืบหน้าการจ่ายค่าสินไหมทดแทนและตรวจสอบความเสียหายของบ้านที่อยู่อาศัย เพื่อประกอบการพิจารณาความคุ้มครองตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขของกรมธรรม์ประกันภัยพิบัติแห่งชาติ ภายใต้โครงการประกันภัยพิบัติเพื่อประชาชน ซึ่งเป็นกลไกของภาครัฐในการช่วยบรรเทาความเดือดร้อนและเสริมสร้างหลักประกันให้แก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากภัยธรรมชาติ
สำหรับความคืบหน้าการดำเนินงานในพื้นที่ดังกล่าว พบว่า มีประชาชนลงทะเบียนแจ้งความเสียหายผ่านองค์การบริหารส่วนตำบลป่าพลู รวมทั้งสิ้น 247 หลังคาเรือน โดยในจำนวนนี้สมาคมประกันวินาศภัยไทยได้ดำเนินการจ่ายค่าสินไหมทดแทนให้แก่ประชาชนแล้ว 202 หลังคาเรือน ส่วนที่เหลืออีก 45 หลังคาเรือน หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ร่วมกันลงพื้นที่ตรวจสอบความเสียหายเพิ่มเติม เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2569 พบว่า บ้านที่อยู่อาศัยทั้ง 45 หลังคาเรือน มีความเสียหายจึงได้บันทึกข้อมูลผ่านระบบและเตรียมจ่ายค่าสินไหมทดแทนต่อไป นอกจากนี้ ในการลงพื้นที่ยังพบว่ามีผู้ประสบภัยเข้ามาแจ้งความเสียหายเพิ่มเติมอีกจำนวน 9 หลังคาเรือน ปัจจุบันอยู่ระหว่างรอหนังสือรับรองจากผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ เพื่อใช้เป็นเอกสารประกอบการพิจารณาค่าสินไหมทดแทนตามขั้นตอน ทั้งนี้ สำนักงาน คปภ. จะประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อติดตามเอกสารและดำเนินการให้ประชาชนได้รับความคุ้มครองตามสิทธิโดยเร็ว
นายชูฉัตร กล่าวเพิ่มเติมว่า การบูรณาการความร่วมมือของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการลงพื้นที่ตรวจสอบความเสียหายโดยตรง ถือเป็นขั้นตอนสำคัญที่ช่วยให้สามารถยืนยันข้อเท็จจริงและรวบรวมข้อมูลประกอบการพิจารณาค่าสินไหมทดแทนได้อย่างครบถ้วน ลดความซ้ำซ้อนในการตรวจสอบ และช่วยให้กระบวนการพิจารณาอนุมัติและจ่ายค่าสินไหมทดแทนดำเนินไปได้รวดเร็วยิ่งขึ้น โดยเฉพาะกรณีที่ยังอยู่ระหว่างรอการอนุมัติหรือรอเอกสารประกอบการพิจารณา ซึ่งได้กำชับให้สำนักงาน คปภ. ในพื้นที่ประสานสมาคมประกันวินาศภัยไทย สาขาบริษัทประกันภัยในพื้นที่ ฝ่ายปกครอง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด เพื่อให้ประชาชนได้รับค่าสินไหมทดแทนสำหรับความเสียหายเบื้องต้นตามสิทธิอย่างถูกต้อง รวดเร็ว และเป็นธรรม
ทั้งนี้ ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติ ในพื้นที่ที่มีการประกาศให้เป็นเขตภัยพิบัติหรือพื้นที่ประสบสาธารณภัย สามารถแจ้งเคลมและติดตามการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนตามกรมธรรม์ประกันภัยพิบัติแห่งชาติ ผ่านเว็บไซต์ www.thainatcat.org หรือ LINE Official Account @ThaiNATCAT รวมถึงโทรศัพท์ 02-012-5555 และจุดรับแจ้งเหตุในพื้นที่ ซึ่งมีเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกในการกรอกข้อมูลสำหรับผู้ที่ไม่สะดวกในการใช้สมาร์ตโฟน หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ด้านการประกันภัย สามารถติดต่อสายด่วน คปภ. 1186 หรือสำนักงาน คปภ. ในพื้นที่ได้โดยตรง