ภูเก็ตกำลังก้าวเข้าสู่ช่วงสำคัญของการพัฒนาเศรษฐกิจครั้งใหม่ โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักจากพื้นฐานอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวที่แข็งแกร่ง การลงทุนจากต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง และการขยายตัวของโครงการพัฒนาด้านโรงแรมและการบริการ ค้าปลีก และอสังหาริมทรัพย์เพื่อการอยู่อาศัยที่มีความหลากหลายและซับซ้อนมากขึ้น ซึ่งล้วนมีบทบาทสำคัญในการเร่งการเปลี่ยนแปลงของภูเก็ตสู่จุดหมายปลายทางระดับนานาชาติ
จากผลการศึกษาล่าสุดของ C9 Hotelworks พบว่า ภูเก็ตมีจำนวนผู้โดยสารขาเข้าระหว่างประเทศรวม 6.13 ล้านคน ในช่วงเดือนมกราคมถึงกันยายน 2569 สร้างรายได้จากการท่องเที่ยวประมาณ 400,000 ล้านบาท โดยนักท่องเที่ยวต่างชาติคิดเป็นสัดส่วนถึง 92% ของรายได้จากการท่องเที่ยวทั้งหมด สะท้อนให้เห็นถึงบทบาทสำคัญของตลาดต่างประเทศที่ยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนหลักของเศรษฐกิจการท่องเที่ยวภูเก็ต
นอกเหนือจากภาคการท่องเที่ยว ขนาดและความหลากหลายของการลงทุนกำลังเข้ามามีบทบาทสำคัญในการกำหนดทิศทางการเติบโตของภูเก็ตในระยะต่อไป โดยศูนย์การค้าเซ็นทรัล เฟสติวัล ภูเก็ต อยู่ระหว่างการขยายพื้นที่ครั้งใหญ่ถึง 40% เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้ภูเก็ตก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางด้านค้าปลีกและไลฟ์สไตล์ระดับภูมิภาค
ขณะเดียวกัน โครงการ ICONPHUKET ซึ่งมีมูลค่าการลงทุนกว่า 10,000 ล้านบาท จะเป็นหนึ่งในองค์ประกอบหลักของโครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์แบบมิกซ์ยูส Synthesis Ark Phuket มูลค่ารวมกว่า 50,000 ล้านบาท โดยโครงการดังกล่าวจะผสานพื้นที่ค้าปลีก แหล่งความบันเทิง โรงแรม ที่พักอาศัยระดับลักชัวรี อาคารสำนักงาน สถานศึกษา และสิ่งอำนวยความสะดวกด้านสุขภาพและเวลเนสเข้าไว้ด้วยกัน
ในกลุ่มธุรกิจโรงแรมและอสังหาริมทรัพย์เพื่อการอยู่อาศัยระดับลักชัวรี ความร่วมมือระหว่าง Minor International และ Gardens of Eden จะนำไปสู่การพัฒนาคอมมูนิตี้แบบครบวงจร โดยมีโรงแรมภายใต้แบรนด์ Minor Reserve Collection แห่งแรกในเอเชียเป็นหัวใจสำคัญของโครงการ พร้อมด้วยศูนย์สุขภาพและเวลเนสขนาด 5,000 ตารางเมตร
Bill Barnett กรรมการผู้จัดการ C9 Hotelworks เปิดเผยว่า ทิศทางการเติบโตของภูเก็ตในปี 2569 ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการขยายตัวของภาคการท่องเที่ยวอีกต่อไป แต่สะท้อนถึงการยกระดับเศรษฐกิจของภูเก็ตในฐานะจุดหมายปลายทางระดับนานาชาติที่มีความพร้อมและเติบโตอย่างเต็มศักยภาพ โดยได้รับแรงสนับสนุนจากเงินลงทุนระหว่างประเทศ แบรนด์ชั้นนำระดับโลก และโครงการพัฒนาแบบบูรณาการรูปแบบใหม่ที่กำลังเข้ามามีบทบาทในการกำหนดอนาคตของเกาะภูเก็ต
จากข้อมูลของ C9 Hotelworks พบว่า ภูเก็ตมีโครงการโรงแรมที่อยู่ระหว่างการพัฒนาและมีกำหนดเปิดให้บริการตั้งแต่ปี 2569 เป็นต้นไป รวม 30 โครงการ คิดเป็นจำนวนห้องพักทั้งสิ้น 5,517 ห้อง โดย 85% ของจำนวนห้องพักใหม่ทั้งหมดอยู่ภายใต้การบริหารของแบรนด์โรงแรม สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นที่เพิ่มขึ้นของผู้ประกอบการโรงแรมระดับนานาชาติ ขณะที่พื้นที่บางเทาและเชิงทะเลมีสัดส่วนถึง 22% ของจำนวนห้องพักใหม่ที่เตรียมเข้าสู่ตลาด
ในส่วนของตลาดอสังหาริมทรัพย์เพื่อการอยู่อาศัย ปัจจุบันภูเก็ตมีหน่วยที่พักอาศัยเสนอขายประมาณ 45,027 ยูนิต จากทั้งหมด 403 โครงการ โดยคอนโดมิเนียมครองสัดส่วนสูงถึง 83% ของอุปทานทั้งหมด ตามข้อมูลการศึกษาของ C9 Hotelworks
โครงการที่พักอาศัยภายใต้แบรนด์โรงแรมชั้นนำ (Branded Residences) คิดเป็นสัดส่วน 11% ของจำนวนหน่วยที่พักอาศัยที่มีอยู่ในตลาดปัจจุบัน ขณะที่คาดว่าจะมีหน่วยที่พักอาศัยประเภทดังกล่าวเพิ่มเข้าสู่ตลาดอีก 2,004 ยูนิต ตั้งแต่ปี 2570 เป็นต้นไป โดยพื้นที่บางเทาและเชิงทะเลครองสัดส่วนถึง 50% ของอุปทาน Branded Residences ทั้งหมด ตอกย้ำบทบาทของพื้นที่ดังกล่าวในฐานะศูนย์กลางสำคัญของตลาดอสังหาริมทรัพย์ระดับลักชัวรีที่กำลังเติบโตในภูเก็ต
การขยายตัวของตลาดอสังหาริมทรัพย์ระดับลักชัวรีในภูเก็ตยังเป็นปัจจัยสำคัญที่ดึงดูดผู้ประกอบการระดับโลกให้เข้ามาลงทุนและขยายธุรกิจในพื้นที่มากขึ้น โดยล่าสุด ThirdHome เครือข่ายแลกเปลี่ยนบ้านพักตากอากาศระดับลักชัวรีจากสหรัฐอเมริกา ได้ขยายการดำเนินธุรกิจเข้าสู่ประเทศไทย เพื่อสร้างความร่วมมือกับผู้พัฒนาโครงการ Branded Residences และเจ้าของที่พักอาศัยระดับลักชัวรี