AAI หรือ บริษัท เอเชี่ยน อะไลอันซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ประเมินทิศทางธุรกิจปี 2569 ยังคงเติบโตตามกระแสตลาดอาหารสัตว์เลี้ยงทั่วโลก ตั้งเป้ายอดขาย 7,600 ล้านบาท หลังปี 2568 ทำรายได้ 7,000 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 741 ล้านบาท
นายเอกราช พรรณสังข์ กรรมการผู้จัดการ AAI เปิดเผยว่า แนวโน้มตลาดอาหารสัตว์เลี้ยงยังคงแข็งแกร่งจากความต้องการที่เพิ่มขึ้นทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยบริษัทจะเน้นขยายฐานลูกค้าในตลาดหลักอย่าง สหรัฐอเมริกาและยุโรป พร้อมพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพสัตว์เลี้ยง และเพิ่มความหลากหลายของสินค้า
ปัจจุบัน AAI มีแบรนด์หลัก ได้แก่
- Monchou
- Monchou Balanced
- Hajiko
- Pro
- Maria
พร้อมกันนี้ บริษัทเตรียมเปิดใช้งาน คลังสินค้าอัตโนมัติแห่งที่ 2 ภายในครึ่งปีแรกของปี 2569 เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บและกระจายสินค้า รวมถึงมีแผนก่อสร้างอาคารผลิตใหม่เพื่อรองรับการขยายกำลังการผลิตในอนาคต
สำหรับโครงสร้างรายได้ปี 2569 บริษัทตั้งเป้า
- ธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยง 6,800 ล้านบาท
- ธุรกิจอาหารพร้อมทาน 800 ล้านบาท
โดยจะเน้นผลิตภัณฑ์อาหารเพื่อสุขภาพ รวมถึงสินค้าอาหารไทย เช่น ข้าวผัดและเครื่องแกง เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้า
อย่างไรก็ตาม บริษัทมองว่าปีนี้ยังมีความท้าทายจาก
- ค่าเงินดอลลาร์ที่อ่อนค่าเมื่อเทียบกับเงินบาท
- ความไม่แน่นอนของนโยบายการค้าระหว่างประเทศ โดยเฉพาะมาตรการ Reciprocal Tariff ของสหรัฐ
ด้านผลประกอบการปี 2568 บริษัทมีรายได้ 7,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่ 6,849 ล้านบาท โดยรายได้หลัก 88% มาจากธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยง ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ 741 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อนที่ทำได้ 1,003 ล้านบาท เนื่องจากผลกระทบจากค่าเงินและนโยบายการค้าโลก
ในส่วนของการตอบแทนผู้ถือหุ้น คณะกรรมการบริษัทมีมติ เสนอจ่ายเงินปันผลอีก 0.1318 บาทต่อหุ้น สำหรับงวดครึ่งหลังปี 2568
หากผู้ถือหุ้นอนุมัติ จะกำหนด วันที่ 5 มีนาคม 2569 เป็นวันกำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้น (Record Date) และจ่ายเงินปันผลในวันที่ 6 พฤษภาคม 2569
เมื่อรวมทั้งปี บริษัทจะจ่ายปันผล 0.3349 บาทต่อหุ้น คิดเป็น อัตราการจ่ายปันผล 95.82% ของกำไรสุทธิ
นอกจากนี้ในปี 2568 บริษัทยังได้รับรางวัล SET Awards 2025 ประเภท Business Excellence ถึง 2 รางวัล ได้แก่
- Outstanding Company Performance Awards
- Outstanding CEO Awards
รวมถึงได้รับคัดเลือกเป็นบริษัทในกลุ่ม ESG100 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 และได้รับการประเมินการกำกับดูแลกิจการระดับ ดีเลิศ (5 ดาว) จากสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (IOD)