บมจ.เพชรศรีวิชัย เอ็นเตอร์ไพรส์ (PCE) เดินหน้าขยายศักยภาพธุรกิจครั้งใหญ่ ผ่านแผน “JUMP+” ของ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ชู 3 กลยุทธ์หลัก ยกระดับตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ หวังขึ้นแท่นผู้นำอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์มครบวงจรของไทย พร้อมตั้งเป้ากำไรสุทธิ 750–800 ล้านบาท ภายในปี 2571
นายพรพิพัฒน์ ประสิทธิ์ศุภผล รองกรรมการผู้จัดการสายงานกลยุทธ์และพัฒนาองค์กร ระบุว่า แผนดังกล่าวไม่ใช่แค่ “ขยายกำลังผลิต” แต่เป็นการยกระดับทั้งระบบธุรกิจ เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน และเพิ่มมูลค่าในระยะยาว
3 กลยุทธ์หลัก ดันธุรกิจโตครบวงจร
1.ลงทุนโรงสกัดน้ำมันปาล์มดิบ (เฟส 3)
เพิ่มกำลังการผลิตจาก 150 เป็น 210 ตันผลปาล์มสดต่อชั่วโมง ลดการพึ่งพาซื้อ CPO ภายนอก และดันอัตรากำไรขั้นต้นแตะ 6%
2.อัปเกรดโรงกลั่นน้ำมันปาล์ม (เฟส 3)
ลงทุนเครื่องจักรใหม่ พร้อมใช้กระบวนการกลั่น 2 ขั้น (Double-refined) เพื่อยกระดับคุณภาพสินค้า เพิ่มสัดส่วนผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง (High Value Added)
3.เพิ่มกำลังผลิตน้ำมันปาล์มโอเลอิน
ขยายจาก 300 เป็น 700 ตันต่อวัน รองรับดีมานด์อุตสาหกรรมอาหาร และดันแบรนด์ “รินทิพย์” สู่ตลาดผู้บริโภคมากขึ้น
⸻
ESG ตัวจริง เดินหน้าสู่ Net Zero
นอกจากแผนธุรกิจ PCE ยังเร่งเครื่องด้านความยั่งยืน โดยตั้งเป้าได้รับการรับรองจาก Thai Private Sector Collective Action Against Corruption ภายในปี 2571 และวางโรดแมปลดก๊าซเรือนกระจกอย่างชัดเจน
• เริ่มจัดทำบัญชีก๊าซเรือนกระจกตามมาตรฐาน องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก
• ประเมินความเสี่ยงสภาพภูมิอากาศตามกรอบ Task Force on Climate-related Financial Disclosures
• ยกระดับสู่มาตรฐาน Science Based Targets initiative
เป้าหมายสุดท้ายคือ Net Zero ภายในปี 2593
⸻
เกมนี้ไม่ใช่แค่ “โต” แต่ต้อง “โตอย่างมีคุณภาพ”
ภาพของ PCE ในวันนี้ ไม่ได้เป็นแค่โรงสกัดน้ำมันปาล์ม แต่กำลังเปลี่ยนตัวเองเป็น “แพลตฟอร์มอุตสาหกรรมชีวภาพ” ที่เชื่อมตั้งแต่วัตถุดิบ → การผลิต → โลจิสติกส์ → สินค้าปลายน้ำ
และถ้าเดินตามแผนได้ครบ…
กำไร 800 ล้านอาจเป็นแค่ “จุดเริ่มต้น” ของการยกระดับทั้งอุตสาหกรรม