“สิริพงศ์” เร่งเครื่องคมนาคม วัดผลงานใน 4 เดือน ดันขนส่ง ‘ล้อ-ราง-เรือ’ เชื่อมครบ ลดต้นทุน-เพิ่มคุณภาพบริการ
คมนาคม

“สิริพงศ์” เร่งเครื่องคมนาคม วัดผลงานใน 4 เดือน ดันขนส่ง ‘ล้อ-ราง-เรือ’ เชื่อมครบ ลดต้นทุน-เพิ่มคุณภาพบริการ

การเข้ามารับตำแหน่งของ นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ในจังหวะที่ระบบขนส่งสาธารณะของไทยกำลังเผชิญทั้งความท้าทายด้านโครงสร้าง ต้นทุน และความคาดหวังของประชาชน ทำให้ “แนวคิดการทำงาน” ถูกจับตามองอย่างใกล้ชิด

หัวใจสำคัญของแนวทางครั้งนี้ คือ การเปลี่ยน “ตัวชี้วัดความสำเร็จ” จากตัวเลขทางบัญชี ไปสู่ “ความพึงพอใจของประชาชน” ที่ต้องได้รับบริการสะดวก รวดเร็ว และมีคุณภาพดีขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งสะท้อนการปรับมุมมองจากการบริหารแบบองค์กร ไปสู่การบริหารที่ยึดผู้ใช้บริการเป็นศูนย์กลาง

เร่งปรับโครงสร้าง ลดภาระรัฐ เพิ่มประสิทธิภาพ

ภารกิจเร่งด่วนในระยะเริ่มต้น คือ การปรับโครงสร้างการทำงานของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคม ให้ใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด พร้อมหลีกเลี่ยงการสร้างภาระงบประมาณใหม่ให้กับรัฐ

หนึ่งในโจทย์สำคัญ คือ การแก้ปัญหารัฐวิสาหกิจที่มีผลประกอบการไม่ดี โดยต้องปรับรูปแบบการบริหารจัดการ ควบคู่กับการลดภาวะขาดทุน และเพิ่มประสิทธิภาพทางการเงิน ขณะที่ยังคงรักษาระดับค่าบริการให้ประชาชนเข้าถึงได้

โมเดล “4 เดือนเห็นผล” พิสูจน์รัฐมนตรีหน้าใหม่

สิ่งที่น่าสนใจ คือ การตั้งกรอบการทำงานแบบ “เร่งผลลัพธ์” โดยกำหนดให้ทุกนโยบายต้องเริ่มเห็นผลภายใน 4 เดือน เปรียบเสมือนการทำงานภายใต้แรงกดดันด้านเวลา เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและพิสูจน์ศักยภาพ

แนวคิดนี้สะท้อนการบริหารเชิงรุก ที่มุ่งเน้น “ผลลัพธ์ระยะสั้น” ควบคู่กับการวางรากฐานระยะยาว โดยใช้ผลงานจริงเป็นเครื่องตอบคำถามต่อข้อครหาทางการเมือง

เชื่อม “ล้อ-ราง-เรือ” ยกระดับทั้งระบบ

ในมิติการพัฒนาระบบขนส่ง นโยบายหลักคือการเชื่อมต่อ “ล้อ-ราง-เรือ” ให้เป็นโครงข่ายเดียวกัน เพื่อลดรอยต่อการเดินทาง และเพิ่มประสิทธิภาพทั้งระบบ

ควบคู่กับการปรับรูปแบบการเดินรถให้สอดคล้องกับพฤติกรรมผู้โดยสารในปัจจุบัน รวมถึงการผลักดันการใช้พลังงานสะอาด เช่น รถโดยสารไฟฟ้า (EV) ซึ่งไม่เพียงช่วยลดต้นทุนระยะยาว แต่ยังตอบโจทย์ด้านสิ่งแวดล้อม

อีกหนึ่งประเด็นสำคัญ คือ การจัดระเบียบ “แพลตฟอร์มขนส่ง” ทั้งแท็กซี่และบริการดิจิทัล ให้สามารถแข่งขันและอยู่ร่วมกันได้อย่างเป็นธรรม ลดความขัดแย้ง และเพิ่มทางเลือกให้ประชาชน

ทางออกระยะสั้น “EV เช่า” ยังไม่ล็อกเอกชน

กรณีแนวคิดการเช่ารถโดยสารไฟฟ้า 800 คัน เพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนรถขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ในช่วงรอรับมอบรถใหม่ 1,520 คัน ปลายปี 2570 นั้น ถูกย้ำว่าเป็นเพียง “ข้อเสนอ” จากภาคเอกชน

รัฐบาลยังไม่ได้กำหนดรูปแบบหรือผู้ดำเนินการ โดยยืนยันว่าทุกขั้นตอนต้องเป็นไปตามกฎหมาย เปิดแข่งขันอย่างเป็นธรรม และต้องสามารถลดต้นทุนการให้บริการได้จริง จึงจะถูกนำมาพิจารณา

รถไฟฟ้า 40 บาท ใช้กลไกเจรจา ไม่ซื้อคืนสัมปทาน

สำหรับนโยบายค่าโดยสารรถไฟฟ้า 40 บาทตลอดวัน ปัจจุบันยังจำกัดอยู่ในเส้นทางที่รัฐเป็นเจ้าของ แต่ในระยะต่อไปจะใช้วิธี “เจรจาปรับสัญญา” กับเอกชน แทนการใช้งบประมาณจำนวนมากเพื่อซื้อคืนสัมปทาน

แนวทางนี้สะท้อนความพยายามรักษาสมดุลระหว่าง “ภาระงบประมาณรัฐ” กับ “ค่าครองชีพประชาชน” โดยใช้กลไกการบริหารจัดการแทนการอัดฉีดงบประมาณ

บทพิสูจน์สำคัญ อยู่ที่ประชาชน

ท่ามกลางแรงกดดันทางการเมืองและการจับตามองในฐานะรัฐมนตรีหน้าใหม่ นายสิริพงศ์ ย้ำชัดว่า สิ่งที่จะเป็นตัวตัดสินไม่ใช่คำวิจารณ์ แต่คือ “ผลลัพธ์ที่ประชาชนได้รับจริง”

4 เดือนจากนี้ จึงไม่ใช่แค่กรอบเวลาในการทำงาน แต่คือ “บทพิสูจน์” ว่าแนวคิดการปฏิรูปคมนาคม ที่เน้นประสิทธิภาพ โปร่งใส และยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง จะสามารถเปลี่ยนเป็นผลลัพธ์ที่ประชาชน “รู้สึกได้” มากน้อยเพียงใด

You can share this post!