
กรมการขนส่งทางบก นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและมอบนโยบายการขับเคลื่อนภารกิจสำคัญ โดยมี พิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นผู้มอบหมายกำกับดูแล พร้อมด้วย สรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก และผู้บริหารให้การต้อนรับ
การมอบนโยบายครั้งนี้ ถือเป็น “สัญญาณเริ่มต้น” ของการเร่งปฏิรูปขนส่งทางบก ภายใต้แนวคิดลดภาระประชาชน เพิ่มประสิทธิภาพระบบ และใช้เทคโนโลยีขับเคลื่อนบริการรัฐ โดยกำหนด 6 นโยบายเรือธง เป็นแกนหลักในการขับเคลื่อน
⸻
ลดค่าครองชีพ-สร้างความเป็นธรรม ด้วยกลไกราคาใหม่
นโยบายแรก มุ่งใช้ระบบขนส่งเป็นเครื่องมือพยุงเศรษฐกิจ โดยเฉพาะการช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง ควบคู่กับการศึกษา “กลไกคำนวณค่าโดยสารอัตโนมัติ” ให้สะท้อนต้นทุนจริงตามภาวะเศรษฐกิจ ลดความเหลื่อมล้ำระหว่างผู้ประกอบการและผู้โดยสาร พร้อมย้ำการสื่อสารเชิงรุกให้ประชาชนเข้าใจนโยบายอย่างทั่วถึง
⸻
เร่งเปลี่ยนผ่านสู่ EV ทั้งระบบ ดันสิทธิประโยชน์-แก้คอขวด
การผลักดันยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ถูกยกระดับเป็นวาระสำคัญ ทั้งการพิจารณายกเว้นภาษีรถประจำปีสูงสุด 5 ปี สนับสนุนแท็กซี่ EV ออกป้ายทะเบียนเฉพาะ รวมถึงดูแลรถไฮบริด (HEV) เพื่อรักษาสมดุลอุตสาหกรรม
ขณะเดียวกัน รัฐเตรียมแก้ “จุดอ่อน EV” ทั้งค่าเบี้ยประกันสูงและการซ่อมบำรุง พร้อมเปิดทางเอกชนร่วมลงทุนสถานีชาร์จในรูปแบบ PPP และเร่งพัฒนาทักษะบุคลากรด้านระบบแบตเตอรี่และการตรวจสภาพรถ เพื่อยกระดับความปลอดภัย
⸻

ยกระดับความปลอดภัย เทียบมาตรฐานการบิน
ด้านความปลอดภัย ถูกยกเป็น “หัวใจ” ของระบบ โดยตั้งเป้ายกระดับมาตรฐานรถสาธารณะเทียบเท่าอุตสาหกรรมการบิน เพิ่มความเข้มงวดในการบังคับใช้กฎหมาย และนำเทคโนโลยีช่วยตรวจสภาพรถให้รวดเร็วขึ้น
พร้อมกันนี้ ยังเดินหน้าคุมเข้มรถบรรทุก และย้ำการสงวนสิทธิ์ใบอนุญาตขับรถสาธารณะสำหรับคนไทย เพื่อลดความเสี่ยงและยกระดับมาตรฐานผู้ให้บริการ
⸻
รถโรงเรียนต้องปลอดภัย 100% ดึงนอกระบบเข้ากำกับ
อีกหนึ่งนโยบายสำคัญ คือ การยกระดับ “รถรับส่งนักเรียน” ให้เป็นวาระแห่งชาติ โดยเร่งนำรถนอกระบบเข้าสู่การกำกับดูแล ให้ผ่านมาตรฐานความปลอดภัยตามกฎหมาย
พร้อมถอดบทเรียนเหตุการณ์ในอดีต มาปรับใช้กับมาตรการเชิงรุก โดยเฉพาะรถทัศนศึกษา ที่ต้องมีมาตรฐานความปลอดภัยขั้นสูงสุด
⸻
จัดระเบียบรถแอปฯ ให้จบใน 4 เดือน
รัฐบาลตั้งเป้าชัด ภายใน 4 เดือน ต้องเห็นความชัดเจนในการจัดระเบียบ “รถรับจ้างผ่านแอปพลิเคชัน” ให้เข้าสู่ระบบกฎหมายอย่างถูกต้อง
เป้าหมายไม่ใช่แค่การควบคุม แต่รวมถึงการ “ปลดล็อกอาชีพ” ให้ผู้ขับขี่สามารถสร้างรายได้เสริมได้อย่างถูกกฎหมาย ลดความขัดแย้งกับระบบเดิม และเพิ่มทางเลือกให้ประชาชน
⸻

เร่งสู่รัฐบาลดิจิทัล ใช้ Simulator สอบใบขับขี่
นโยบายสุดท้าย คือ การยกระดับบริการรัฐสู่ Digital Government อย่างเต็มรูปแบบ โดยนำเทคโนโลยีเครื่องจำลองการขับขี่ (Simulator) มาใช้ทดสอบผู้ขอใบอนุญาตขับรถขนาดใหญ่และรถโดยสาร เพิ่มความแม่นยำในการประเมิน
ควบคู่กับการปรับปรุงกระบวนการทำงาน ลดขั้นตอนซ้ำซ้อน เพื่อให้บริการรวดเร็ว โปร่งใส และเป็นมิตรกับประชาชนมากขึ้น
⸻
ลงพื้นที่จริง จี้คุณภาพบริการทุกจุด
นอกจากมอบนโยบาย รัฐมนตรีช่วยฯ ยังลงพื้นที่ตรวจการทำงานจริง ตั้งแต่จุดตรวจสภาพรถ อาคาร 6 การลงทะเบียนผู้ประกอบการ “DLT พร้อมซัปพอร์ต” อาคาร 3 ไปจนถึงกระบวนการออกใบขับขี่ครบวงจร อาคาร 4 เพื่อย้ำมาตรฐานบริการที่ต้อง “เร็ว โปร่งใส และเข้าถึงง่าย”
⸻
บททดสอบนโยบาย: ลดภาระประชาชนได้จริงหรือไม่
ภาพรวมของ 6 นโยบาย สะท้อนความพยายาม “ยกเครื่องขนส่งทางบก” ทั้งระบบ ตั้งแต่โครงสร้างต้นทุน เทคโนโลยี ความปลอดภัย ไปจนถึงความเป็นธรรมของผู้ให้บริการ
อย่างไรก็ตาม ความท้าทายสำคัญอยู่ที่ “การแปลงนโยบายสู่ผลลัพธ์” โดยเฉพาะกรอบเวลา 4 เดือน ที่ถูกตั้งเป็นเส้นตายของหลายมาตรการ
สุดท้ายแล้ว ตัวชี้วัดความสำเร็จอาจไม่ใช่แค่ตัวเลขเชิงนโยบาย แต่คือคำตอบง่าย ๆ ว่า ประชาชนจ่ายถูกลงไหม เดินทางสะดวกขึ้นหรือไม่ และรู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงได้จริงแค่ไหน