นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและมอบนโยบายแก่สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) เมื่อวันที่ 29 เมษายน 2569 โดยย้ำชัดทุกภารกิจต้อง “ทำได้จริง เห็นผลจริง” และต้องยึดประโยชน์ของประชาชนเป็นศูนย์กลาง
บรรยากาศการประชุมครั้งนี้สะท้อนบทบาทของ สนข. ในฐานะ “คลังสมองคมนาคม” ที่ต้องคิด วางแผน และผลักดันโครงการใหญ่ของประเทศให้เดินหน้าอย่างเป็นรูปธรรม โดยรัฐมนตรีได้วาง 3 แกนยุทธศาสตร์สำคัญ ครอบคลุมทั้งปากท้อง เศรษฐกิจ และคุณภาพชีวิต
ลดค่าครองชีพ! เร่ง “ตั๋วร่วม” ใช้จริงทุกสาย
พิพัฒน์ สั่งเร่งผลักดัน พ.ร.บ. ตั๋วร่วม ให้เกิดผลในทางปฏิบัติ ลดภาระค่าเดินทางของประชาชน วางโครงสร้างค่าโดยสารที่เป็นธรรม พร้อมตั้งเป้าใช้ตั๋วใบเดียว เชื่อมรถไฟฟ้าทุกสายภายในปี 2570
เร่ง Landbridge–ดัน SEC ผุดโปรเจกต์ใหม่
“มอเตอร์เวย์ทางน้ำ”
อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญ คือการเร่งโครงการ Landbridge ให้เห็นผลจริง ควบคู่การผลักดัน พ.ร.บ. ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ (SEC) เข้าครม. ภายใน มิ.ย. 69
พร้อมกันนี้ ยังเปิดไอเดียใหม่ “มอเตอร์เวย์ทางน้ำ (MMR)”
เชื่อมภาคเหนือสู่อ่าวไทย หวังยกระดับโลจิสติกส์ ลดต้นทุนขนส่ง และเพิ่มศักยภาพการแข่งขันของประเทศในระยะยาว
เมืองต้องเดินได้จริง! เชื่อมทุกระบบ–ใช้ AI แก้จราจร
ในมิติการพัฒนาเมือง กระทรวงเตรียมดันกฎหมาย TOD กระจายความเจริญสู่ภูมิภาค พร้อมพัฒนาระบบ Feeder เชื่อม “บก-ราง-น้ำ-อากาศ” แบบไร้รอยต่อ
รวมถึงนำ Smart Technology และ AI มาแก้ปัญหาจราจรในพื้นที่วิกฤต เช่น กรุงเทพฯ และท่าเรือแหลมฉบัง เพิ่มความสะดวกให้ประชาชนแบบจับต้องได้
ด้าน ดร.จิรโรจน์ ศุกลรัตน์ ผู้อำนวยการ สนข. ยืนยัน พร้อมเดินหน้าทันที โดยเร่งออกกฎหมายลำดับรอง “ตั๋วร่วม” ให้ครบ 20 ฉบับภายใน มิ.ย. นี้ ตั้งกองทุนรองรับ และขยายผลใช้งานจริงทั่วระบบ
ขณะเดียวกัน จะเร่ง EIA–EHIA โครงการ Landbridge ให้เสร็จภายในปี 2570 เปิดทางหานักลงทุน และตั้งเป้าเริ่มก่อสร้างระยะแรกในปี 2573
“พิพัฒน์” ทิ้งท้ายชัดเจน—จากนี้ทุกนโยบายคมนาคม ต้องไม่ใช่แค่แผนบนกระดาษ แต่ต้อง “เกิดขึ้นจริง” เพื่อยกระดับชีวิตประชาชน และขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้เดินหน้าอย่างยั่งยืน