
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายนรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการดำเนินงานของ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT พร้อมมอบนโยบายเร่งเดินหน้าโครงการสำคัญแบบ Quick-Win ยกระดับระบบคมนาคมทางอากาศไทยสู่มาตรฐานสากล ทั้งด้านความปลอดภัย เทคโนโลยี และการบริการผู้โดยสาร
โดยเน้นย้ำให้ AOT เร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานตามแผนแม่บท ควบคู่การยกระดับ “ประสบการณ์ผู้โดยสาร” ให้สะดวก ปลอดภัย และน่าประทับใจมากยิ่งขึ้น พร้อมควบคุมต้นทุน ลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น เพื่อสนับสนุนการเติบโตเศรษฐกิจในภูมิภาค
⸻
ดัน 3 โครงการเร่งด่วน Quick-Win เห็นผลทันที
นโยบายหลักมุ่งเร่งรัด 3 ด้านสำคัญ ได้แก่
• เร่งก่อสร้างให้เสร็จเร็ว โครงการระบบตรวจจับ-ต่อต้านโดรน (Anti-Drone) และป้องกันอันตรายจากนก (Bird Strike)
• เร่งเปิดประมูลโครงการพร้อมเดินหน้า งานลานจอด-อุปกรณ์ภาคพื้น และคลังสินค้า สนามบินสุวรรณภูมิ (ผู้ประกอบการรายที่ 2)
• เร่งเสนอ ครม. อนุมัติโครงการใหญ่ เช่น ส่วนต่อขยายสุวรรณภูมิ (East Expansion), ดอนเมืองเฟส 3, เชียงใหม่เฟส 1, ภูเก็ตเฟส 2 รวมถึงสนามบินใหม่ “อันดามัน-ล้านนา”

⸻
3 นโยบายใหญ่ ปั้นสนามบินไทยสู่ระดับโลก
1. ยกระดับระบบคมนาคมทางอากาศ รองรับการเติบโตระยะยาว
2. เร่งลงทุน-นำเทคโนโลยีอัตโนมัติ ยกระดับบริการผู้โดยสาร
3. ศึกษาสนามบินใหม่ “อันดามัน-ล้านนา” กระจายความหนาแน่น

⸻
ด้าน ปวีณา จริยฐิติพงศ์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ AOT ระบุว่า AOT พร้อมขานรับนโยบายรัฐบาล เดินหน้าผลักดันไทยสู่ ศูนย์กลางการบินระดับโลก โดยตั้งเป้าขยายศักยภาพสนามบินทั้ง 6 แห่ง รองรับผู้โดยสารทะลุ 180 ล้านคน/ปี ภายในปี 2577
พร้อมเร่งโครงการสำคัญ เช่น
• ส่วนต่อขยายสุวรรณภูมิด้านตะวันออก
• อาคารผู้โดยสารด้านทิศใต้
• ระบบภาคพื้น-คลังสินค้า เพิ่มความรวดเร็วในการให้บริการ
⸻
อัดเทคโนโลยีความปลอดภัย AI ครบวงจร
AOT เดินหน้ายกระดับความปลอดภัยเต็มรูปแบบ ด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง เช่น
• ระบบ Anti-Drone ตรวจจับ-ตอบโต้ภัยคุกคามด้วย AI
• ระบบบริหารจัดการนกและสัตว์อันตรายแบบอัจฉริยะ
• การกำกับดูแลตามมาตรฐานสากลจาก ICAO
⸻
การเดินเกมครั้งนี้ สะท้อนชัดว่า “สนามบินไทย” กำลังเร่งเครื่องครั้งใหญ่ เพื่อรองรับการฟื้นตัวของการท่องเที่ยว และผลักดันประเทศสู่ ฮับการบินระดับโลกอย่างยั่งยืน