
BJC-บิ๊กซี ห่วงเศรษฐกิจไทย ชี้มาตรการรัฐ "ไทยช่วยไทยพลัส" ไม่ช่วยอุ้มผู้ประกอบการ ที่กำลังโดน "คลื่นทุนจีน" ทะลวงตลาด หวั่นลามสะเทือนการจ้างงาน รับยังตรึงราคาสินค้าพยุงผู้บริโภค ล่าสุดผนึก สธ.-18 คู่ค้า งัดบิ๊กแคมเปญ “วันดื่มนมโลก ที่บิ๊กซี ปีที่ 11” ปั๊มยอด 300 ล้าน โต 15% หวังกู้วิกฤติปากท้อง-โภชนาการคนไทย

นายอัศวิน เตชะเจริญวิกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยถึงภาพรวมเศรษฐกิจในประเทศไทย โดยเฉพาะระดับมหภาคว่า รู้สึกกังวลต่อสถานการณ์ค่าครองชีพและต้นทุนการผลิตที่พุ่งสูงขึ้นจากราคาน้ำมันและภาวะเงินเฟ้อ แม้ว่าภาครัฐจะมีมาตรการกระตุ้นการใช้จ่ายออกมาบ้าง เช่น ไทยช่วยไทยพลัส แต่อยากให้ภาครัฐหันมาให้ความสำคัญและเยียวยา "ผู้ประกอบการไทย" โดยตรงด้วย เนื่องจากปัจจุบันต้องแบกรับต้นทุนการขนส่งและค่าพลังงานที่หนักหน่วง โดยผู้ประกอบการไทยกำลังเผชิญศึกหนักจากการบุกรุกของธุรกิจและสินค้าจากต่างประเทศ โดยเฉพาะ "จีน" ที่เข้ามาทำตลาดอย่างต่อเนื่อง หากรัฐไม่มีกรอบดูแลที่ชัดเจน จะส่งผลกระทบต่อการจ้างงานภายในประเทศ เนื่องจากธุรกิจไทยคือฟันเฟืองหลักในการจ้างงาน และขณะนี้เริ่มเห็นสัญญาณการปิดตัวของโรงงานหลายแห่ง ซึ่งจะส่งผลกระทบลูกโซ่ต่อการจ้างงานและกำลังซื้อในอนาคต บิ๊กซีในฐานะผู้ผลิตและจัดจำหน่าย ภายใต้กลุ่มบริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BJC จึงพยายามแบกรับต้นทุนบางส่วนไว้เองเพื่อไม่ให้เป็นภาระต่อผู้บริโภคมากเกินไป
“ยอมรับว่าสภาพเศรษฐกิจปัจจุบันมีความท้าทาย โดยเฉพาะปัญหาเงินเฟ้อที่พุ่งสูงขึ้นตามราคาน้ำมัน ซึ่งส่งผลกระทบต่อทั้งผู้บริโภคและผู้ประกอบการ โดยผู้ประกอบการไทยในปัจจุบันไม่ได้แข่งกันเอง แต่เรากำลังแข่งกับทุนทั่วโลกที่บุกเข้ามา หากรัฐบาลไม่สร้างกรอบการป้องกันหรือสนับสนุนที่ชัดเจน จะส่งผลกระทบต่อโครงสร้างการจ้างงาน” นายอัศวิน กล่าว
ทั้งนี้ ในส่วนของบิ๊กซีและกลุ่มบริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BJC ในฐานะที่เป็นทั้งผู้ผลิตและผู้จัดจำหน่าย ได้พยายามบริหารจัดการต้นทุนและแบกรับภาระค่าขนส่งที่เพิ่มขึ้นไว้เองบางส่วน เพื่อชะลอการปรับขึ้นราคาสินค้าและไม่ให้กระทบต่อค่าครองชีพของประชาชนในวงกว้าง พร้อมขอให้ภาครัฐพิจารณามาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ทำหน้าที่จ้างงานหลักของประเทศ
สำหรับในส่วนของบิ๊กซี ล่าสุดได้ร่วมมือกับกระทรวงสาธารณสุข และ 18 คู่ค้าชั้นนำ นำผลิตภัณฑ์นมกว่า 33 แบรนด์ จัดกิจกรรมส่งเสริมการขายครั้งใหญ่ เนื่องในโอกาสวันดื่มนมโลก (World Milk Day) เพื่อให้คนไทยเข้าถึงสินค้าคุณภาพในราคาที่เข้าถึงได้ง่าย โดยตั้งเป้าสร้างยอดขายเติบโตไม่ต่ำกว่า 15% จากปีก่อน พร้อมทั้งเดินหน้ากิจกรรมเพื่อสังคมผ่านโครงการบริจาคนม 30,000 กล่อง มูลค่ารวมกว่า 1 ล้านบาท ให้กับเยาวชนในโรงเรียนที่ขาดแคลน เพื่อเสริมสร้างโปรตีนและรากฐานสุขภาพที่แข็งแรงให้กับอนาคตของชาติ
“เราได้ผนึกความร่วมมือกับกระทรวงสาธารณสุข และพันธมิตรแบรนด์นมและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพชั้นนำรวม 18 คู่ค้า ภายใต้แบรนด์ 33 แบรนด์ชั้นนำของเมืองไทย ได้แก่ โฟร์โมสต์, โฟร์โมสต์โอเมก้า, ดีน่า, ดัชมิลด์ , ดีมอลต์, แลคตาซอย, ซังซัง, ไมโล , นมตราหมี, แมกโนเลีย, นิวทริเวล, เอส-26, คาร์เนชัน, เอนฟาโกร , ไฮคิว , ดูโกร, อัลโปร , ไอวี่ , โอวัลติน , หนองโพ, ออลเจน, เอนฟาโกร, กู๊ดเมท , แอนลีน,แอนมัม,แอนมัมโกลด์, อีสฟิลด์ , อัลมอนด์บรีซ, ซันคิส, ลัฟ, ซีพี เมจิ , ฮูเร่ และ เมซมิลค์ สานต่อแคมเปญ “วันดื่มนมโลก ที่บิ๊กซี ปีที่ 11” จัดขึ้นระหว่างวันที่ 21 พฤษภาคม - 24 มิถุนายน 2569 เพื่อสนับสนุนให้คนไทยเข้าถึงโภชนาการที่ดี และมีสุขภาพแข็งแรงอย่างยั่งยืนในทุกช่วงวัย”นายอัศวิน กล่าว
นายอัศวิน กล่าวเพิ่มเติมว่า ภายในงานยังมีกิจกรรมส่งเสริมการขายจากแบรนด์นมชั้นนำทั้ง 18 คู่ค้า ภายใต้แบรนด์ 33 แบรนด์ พร้อมโปรโมชันสุดคุ้มสำหรับลูกค้าทั่วประเทศ อาทิ ส่วนลด 50 บาท เมื่อซื้อสินค้ากลุ่มนมยูเอชทีครบ 499 บาท ที่บิ๊กซีไฮเปอร์มาร์เก็ตทุกสาขาทั่วประเทศ และบิ๊กซีออนไลน์ รับส่วนลด 30 บาท เมื่อซื้อสินค้ากลุ่มนมยูเอชทีครบ 299 บาท ที่บิ๊กซีมาร์เก็ตและฟู้ดเพลส และ ส่วนลด 15 บาท เมื่อซื้อสินค้ากลุ่มนมยูเอชทีครบ 139 บาท ที่บิ๊กซีมินิ
พิเศษเฉพาะในงานเปิดตัวแคมเปญ วันที่ 21 พฤษภาคม 2569 ณ บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ สาขารัชดา เมื่อซื้อสินค้ากลุ่มนมยูเอชทีครบ 499 บาท รับสิทธิ์ร่วมกิจกรรมตู้คีบลุ้นรับของรางวัล หรือร่วม Workshop พวงกุญแจ DIY ภายในงาน
“แคมเปญ ‘วันดื่มนมโลก ที่บิ๊กซี ปีที่ 11’ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 21 พฤษภาคม - 24 มิถุนายน 2569 พิเศษสมาชิกบิ๊กพอยต์ “สุขไปกันใหญ่ บิ๊กพอยต์ แต้มความสุข แลกง่ายได้ทุกวัน” ยิ่งสะสมมากยิ่งได้มาก ทุกการใช้จ่าย 25 บาท = 1 คะแนน ใช้คะแนนแลกรับส่วนลดทันที เช็กโปรโมชันดีๆ ได้ทุกวันที่บิ๊กซี โดยตั้งเป้ายอดขายจากแคมเปญนี้ไว้ที่ 300 ล้านบาท หรือโต 15% จากปี 2568 ที่ผ่านมา มียอดขาย 270 ล้านบาท”นายอัศวิน กล่าว

นายแพทย์ศักดา อัลภาชน์ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ปัจจุบันสถานการณ์การบริโภคนมของคนไทยยังอยู่ในระดับที่น่ากังวล โดยมีอัตราการดื่มลมน้อยกว่าค่าเฉลี่ยของประชากรโลกถึง 4-5 เท่า ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทุกภาคส่วนต้องช่วยกันรณรงค์ โดยเฉพาะในสังคมผู้สูงอายุที่นมจะมีส่วนช่วยป้องกันปัญหากระดูกพรุนและการบาดเจ็บจากการหกล้มได้ดี และกลุ่มเด็กเล็กที่ควรดื่มนมแม่ในช่วง 6 เดือนแรกถึง 2 ปี
“วันดื่มนมโลก ถือเป็นอีกหนึ่งโอกาสสำคัญในการรณรงค์ให้ประชาชนตระหนักถึงความสำคัญของโภชนาการที่ดีต่อสุขภาพ โดยเฉพาะการบริโภคนมและเครื่องดื่มที่มีคุณค่าทางโภชนาการ ซึ่งมีส่วนช่วยเสริมสร้างร่างกายให้แข็งแรงในทุกช่วงวัย นมเป็นแหล่งสำคัญของโปรตีน แคลเซียม และวิตามินที่จำเป็นต่อร่างกาย ช่วยเสริมสร้างการเจริญเติบโต บำรุงกระดูกและฟัน รวมถึงช่วยลดความเสี่ยงของโรคในระยะยาว ทั้งยังสอดคล้องกับแนวทางการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน (Preventive Healthcare) และการมีสุขภาพที่ดีอย่างยั่งยืน (Longevity) เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในภาพรวม”นายแพทย์ศักดา กล่าวในที่สุด