“ทรีนีตี้” ประเมินครึ่งปีหลัง 2569 ตลาดการเงินโลกเปลี่ยนเกม จากแรงกดดันภูมิรัฐศาสตร์สู่ยุคคุมเข้มนโยบายการเงินของ Fed คาดอาจขึ้นดอกเบี้ยอีก 0.50-0.75% ส่งสัญญาณเงินทุนหมุนครั้งใหญ่ (Great Rotation) เปิดโอกาสเม็ดเงินไหลสู่เอเชียและตลาดหุ้นไทย พร้อมประเมิน SET Index มีลุ้นแตะ 1,600 จุด
ดร.วิศิษฐ์ องค์พิพัฒนกุล ประธานกรรมการ บริษัท ทรีนีตี้ วัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือ TNITY เปิดเผยในงานสัมมนา “Outlook for 2H26 : Global Knowledge in Your Hand” ว่า แม้ความขัดแย้งในตะวันออกกลางจะเริ่มผ่อนคลาย หลังการเปิดเส้นทางขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซช่วยลดแรงกดดันราคาพลังงาน แต่เศรษฐกิจสหรัฐที่ยังแข็งแกร่งและเงินเฟ้อที่อยู่ในระดับสูง อาจทำให้ Fed ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติมอีก 50-75 Basis Points ในช่วงเดือนกันยายน-ธันวาคม 2569 และคงดอกเบี้ยระดับสูงต่อเนื่องถึงปี 2570


ทรีนีตี้มองว่า ภาวะดังกล่าวจะทำให้เกิด Global Financial Tightening Cycle ส่งผลให้เงินดอลลาร์แข็งค่า อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอยู่ในระดับสูง และสร้างแรงกดดันต่อหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีที่มีมูลค่าสูง ขณะที่เงินลงทุนทั่วโลกเริ่มทยอยหมุนออกจากหุ้น AI และเทคโนโลยีขนาดใหญ่ ไปยังกลุ่มธนาคารพาณิชย์ โรงไฟฟ้า หุ้นวัฏจักร และตลาดหุ้นนอกสหรัฐมากขึ้น ซึ่งเป็นสัญญาณของ Great Rotation รอบใหม่
สำหรับกลยุทธ์ลงทุนระยะสั้น 1-3 เดือน แนะนำเพิ่มน้ำหนักหุ้นกลุ่มธนาคาร สื่อสาร ท่องเที่ยว นิคมอุตสาหกรรม โรงไฟฟ้า ธุรกิจพลังงาน และตลาดหุ้นญี่ปุ่น พร้อมลดน้ำหนักหุ้นสหรัฐที่อ่อนไหวต่อการปรับขึ้นดอกเบี้ย รวมถึงหุ้นที่มี Valuation สูง

ส่วนในระยะกลาง 6-12 เดือน มองว่าธีมการลงทุนของโลกจะเปลี่ยนจาก “US Exceptionalism” ไปสู่ “Global Rebalancing” โดยเอเชียจะเป็นหนึ่งในภูมิภาคที่ได้รับประโยชน์จากการหมุนย้ายเงินทุนระดับโลก
ทรีนีตี้ ประเมินว่า ตลาดหุ้นไทยมีโอกาสได้รับเม็ดเงินลงทุนจากต่างชาติกลับเข้ามา เนื่องจากต่างชาติยังถือครองหุ้นไทยในระดับต่ำเมื่อเทียบกับอดีต ประกอบกับ Valuation ยังอยู่ในระดับน่าสนใจ โดยตั้งเป้าดัชนี SET Index ที่ 1,600 จุด ภายใต้สมมติฐานกำไรต่อหุ้น (EPS) 100 บาท และ Forward P/E ที่ 15.9 เท่า พร้อมระบุว่าหากไม่นับหุ้น DELTA ค่า P/E ของตลาดไทยจะเหลือเพียง 12.2 เท่า สะท้อนว่าหุ้นไทยจำนวนมากยังมีโอกาสถูก Re-Rating

อย่างไรก็ตาม นักลงทุนยังต้องติดตามความเสี่ยงสำคัญ ได้แก่ การขึ้นดอกเบี้ยของ Fed การปรับฐานหุ้น AI การปิดสถานะ Yen Carry Trade การแข็งค่าของเงินดอลลาร์ รวมถึงความเสี่ยงจากเอลนีโญและเงินเฟ้อด้านอาหาร
ท่ามกลางการเปลี่ยนผ่านของวัฏจักรการเงินโลก ทรีนีตี้แนะนำจัดพอร์ตลงทุนแบบกระจายความเสี่ยง โดยถือหุ้นไทย 20% หุ้นเวียดนาม 10% หุ้นประเทศพัฒนาแล้ว 25% ตราสารหนี้โลก 15% ทองคำ 5% และเงินสด 25% เพื่อเตรียมรับความผันผวนในช่วงครึ่งหลังของปี 2569
