“กรมพัฒนาธุรกิจฯ” เปิด Local Trade Center ซื้อง่าย ขายคล่องนำร่อง 4 ภูมิภาค ปักหมุดชลบุรีที่แรกชูโมเดล “พี่ใหญ่”ดึง “น้อง”SMEรายย่อย โตไปด้วยกัน คาดเงินสะพัดกว่า 25 ล้านบาท
พาณิชย์

“กรมพัฒนาธุรกิจฯ” เปิด Local Trade Center ซื้อง่าย ขายคล่องนำร่อง 4 ภูมิภาค ปักหมุดชลบุรีที่แรกชูโมเดล “พี่ใหญ่”ดึง “น้อง”SMEรายย่อย โตไปด้วยกัน คาดเงินสะพัดกว่า 25 ล้านบาท

กรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดตัว Local Trade Center ณ จังหวัดชลบุรี ซึ่งเป็นกิจกรรมภายใต้โครงการ Local Trade Center : ซื้อง่าย ขายคล่องเดินหน้าพัฒนาร้านค้าต้นแบบใน 4 ภูมิภาค ยกระดับแหล่งจำหน่ายสินค้าท้องถิ่น/ร้านขาย ของฝากประจำจังหวัด เชื่อมโยงผู้ประกอบการรายใหญ่และรายย่อยในท้องถิ่น สร้างโอกาสทางการตลาด ยกระดับศักยภาพธุรกิจชุมชน และกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากอย่างยั่งยืน พร้อมเดินสายเปิดตัวร้านนำร่องอีก 3 แห่ง อุดรธานี พัทลุง และเชียงราย ตลอดเดือนสิงหาคม โดยโครงการนี้คาดว่าจะสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้มากถึง 25 ล้านบาท

นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ได้มอบหมายให้ นายสถาพร ร่วมนาพะยา รองอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เป็นประธานเปิดงานกิจกรรมพัฒนาแหล่งจำหน่ายสินค้าท้องถิ่น ‘Local Trade Center : ซื้อง่าย ขายคล่อง’ (วันที่ 31 กรกฎาคม 2569) โดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้ให้ความสำคัญในการพัฒนาผู้ประกอบการ SME สร้างเครือข่ายธุรกิจให้มีความเข้มแข็งลงลึกถึงระดับท้องถิ่น ด้วยการวางรากฐานเพื่อขับเคลื่อน สมาคมการค้าไมโครเอสเอ็มอี ไทยซึ่งก่อตั้งในปีแรกให้เติบโตได้อย่างมั่นคง ซึ่งสมาคมฯ ได้ยกระดับองค์กรจากเครือข่ายธุรกิจ MOC Biz Club ที่กรมฯ ให้การสนับสนุนมาโดยตลอด จนปัจจุบันก้าวสู่สมาคมการค้าที่มีสถานะเป็นนิติบุคคล ซึ่งมีเป้าหมายในการสร้างต้นแบบร้านค้าที่เปรียบเสมือน “พี่ใหญ่”ที่มีระบบบริหารจัดการที่ดี สามารถสร้างโอกาสทางการตลาดให้กับ ‘น้อง’ ซึ่งเป็นผู้ประกอบการคู่ค้ารายย่อยเพื่อนำไปสู่การขับเคลื่อนเศรษฐกิจในพื้นที่และเติบโตไปด้วยกันทั้งระบบ

กิจกรรมในวันนี้ได้ร่วมกับสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เปิดร้านจำหน่ายสินค้าท้องถิ่น ”Local Trade Center“ณ ร้านบิซช๊อปของฝากชลบุรี ของดีทั่วไทย จังหวัดชลบุรี ซึ่งนับเป็นการเปิดตัวร้าน Local Trade Center แห่งแรก และเป็นก้าวสำคัญของการผลักดันผู้ประกอบการชุมชนให้เติบโตได้ในท้องถิ่นอย่างยั่งยืน โดยที่ผ่านมากรมฯ ได้เปิดรับสมัครและคัดเลือกผู้ประกอบการที่อยู่ในเครือข่ายสมาชิกสมาคมการค้าไมโคร เอสเอ็มอี ไทย จาก 4 ภูมิภาค โดยพิจารณาจากหลักเกณฑ์ 5 มิติสำคัญ ได้แก่ การวางแผนธุรกิจ การใช้เทคโนโลยี การตลาด โครงสร้างบุคลากร และการมีส่วนร่วมของคู่ค้ารายย่อย จนได้ร้าน Local Trade Center นำร่องใน 4 ภูมิภาค ได้แก่ ภาคกลาง จังหวัดชลบุรี ร้าน “บิซช๊อปของฝากชลบุรี ของดีทั่วไทย”ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จังหวัดอุดรธานี ร้าน ‘UD ของดีเมืองอุดร ของฝากทั่วไทย’ (กำหนดเปิดร้านวันที่ 7 สิงหาคม 2569) ภาคใต้ จังหวัดพัทลุง ร้าน มาโย่ หมูทองท่าแค ศูนย์รวมของฝากภาคใต้(กำหนดเปิดร้านวันที่ 14 สิงหาคม 2569) และภาคเหนือ จังหวัดเชียงราย ร้าน Biz Shopเชียงราย ร้านของฝากใหญ่ที่สุดในจังหวัดเชียงราย(กำหนดเปิดร้านวันที่ 21 สิงหาคม 2569)

ร้าน Local Trade Center ทั้ง 4 ร้าน ได้ผ่านขั้นตอนการพัฒนาอย่างเข้มข้นจากกรมฯ โดยมีทีมผู้เชี่ยวชาญลงพื้นที่ ณ สถานประกอบการ เพื่อปรับปรุงภาพลักษณ์ร้านค้าให้ดึงดูดใจลูกค้า ให้คำปรึกษาเชิงลึกด้านเทคโนโลยีและการบริหารจัดการร้าน การติดตั้งอุปกรณ์เพื่อรองรับการขายแบบออฟไลน์-ออนไลน์ และการทำ LIVE Commerce แบบครบวงจร ควบคู่ไปกับการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายในช่วงเปิดตัว Local Trade Center และร่วมมือกับภาคธุรกิจที่เกี่ยวข้อง เพื่อเชื่อมโยงระบบนิเวศธุรกิจในท้องถิ่นให้เข้มแข็ง เช่น ร้านอาหาร ที่พัก ร่วมจัดแคมเปญส่วนลดเพื่อให้นักท่องเที่ยว ผู้เดินทางข้ามจังหวัด รวมถึงประชาชนในพื้นที่ได้มีโอกาสเลือกซื้อของดี ของเด่นประจำจังหวัด ประจำภาค ในราคาพิเศษ

ก้าวต่อไป (Next Step) กรมฯ จะนำเครือข่าย Local Trade Center ทั้ง 4 แห่ง และสมาชิกสมาคมฯ เข้าร่วมสัมมนาเชิงปฏิบัติการเพื่อเชื่อมโยงเครือข่าย ณ กรุงเทพมหานคร ในช่วงวันที่ 27-28 สิงหาคม 2569 โดยมีวิทยากร ชั้นนำมาร่วมถ่ายทอดความรู้ในหัวข้อแนวโน้มผู้บริโภค การตลาดยุคใหม่ การบริหารองค์กร ตลอดจน AI Workshop และ Networking Dinner เพื่อเตรียมความพร้อมให้ธุรกิจสามารถแข่งขันได้อย่างยั่งยืนในยุคดิจิทัล

“โอกาสนี้ ขอเชิญชวนประชาชนและนักท่องเที่ยวร่วมสนับสนุนและอุดหนุนสินค้าจากร้าน Local Trade Center ทั้ง 4 แห่งนี้ https://www.openlink.co/localtradecenter ผู้สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ กองธุรกิจภูมิภาคและชุมชน กรมพัฒนาธุรกิจการค้า โทรศัพท์ 0 2547 4445 คาดการณ์ว่าโครงการนี้จะช่วยสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้มากถึง 25 ล้านบาท” อธิบดีพูนพงษ์ฯ กล่าวในที่สุด

You can share this post!