“GULF” ทุบสถิติใหม่! Core Profit Q2/69 แตะ 12,332 ล้านบาท โตแรง 74% รับพลังงานโต-ส่วนแบ่งกำไร AIS หนุน
บริษัทจดทะเบียน

“GULF” ทุบสถิติใหม่! Core Profit Q2/69 แตะ 12,332 ล้านบาท โตแรง 74% รับพลังงานโต-ส่วนแบ่งกำไร AIS หนุน

GULF โชว์ฟอร์มแกร่ง ไตรมาส 2/2569 กำไรจากการดำเนินงาน (Core Profit) สูงสุดเป็นประวัติการณ์ 12,332 ล้านบาท เติบโต 74% YoY ขณะที่รายได้รวมพุ่งแตะ 50,294 ล้านบาท รับแรงหนุนจากธุรกิจพลังงานทั้งโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ-พลังงานหมุนเวียน พร้อมรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจาก AIS เพิ่มขึ้น หลังธุรกิจเติบโตโดดเด่น

บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2569 มีรายได้รวม 50,294 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 24% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้ 40,617 ล้านบาท และมีกำไรจากการดำเนินงาน (Core Profit) อยู่ที่ 12,332 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 74% จาก 7,101 ล้านบาทในไตรมาส 2/2568 สร้างสถิติสูงสุดใหม่ของบริษัท

ปัจจัยสำคัญมาจากการเติบโตของธุรกิจพลังงาน โดยเฉพาะกลุ่มโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ ซึ่งได้รับประโยชน์จากความต้องการใช้ไฟฟ้าของประเทศที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้โครงการโรงไฟฟ้ากัลฟ์ ศรีราชา (GSRC) และโรงไฟฟ้ากัลฟ์ ปลวกแดง (GPD) มีปริมาณขายไฟฟ้าให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เพิ่มขึ้น

โดย GSRC มี Load Factor เฉลี่ยเพิ่มขึ้นจาก 70% ในไตรมาส 2/2568 เป็น 81% ในไตรมาส 2/2569 ขณะที่ GPD เพิ่มขึ้นจาก 75% เป็น 77% ส่งผลให้ผลการดำเนินงานของกลุ่มโรงไฟฟ้า IPP ปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

นอกจากนี้ GULF ยังรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากกลุ่ม GJP จำนวน 550 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน จากปริมาณการขายไฟฟ้าของโรงไฟฟ้ากัลฟ์ อุทัย (GUT) และโรงไฟฟ้ากัลฟ์ หนองแซง (GNS) ที่เพิ่มขึ้น

ด้านธุรกิจพลังงานหมุนเวียนยังเติบโตต่อเนื่อง โดยบริษัทรับรู้กำไรจากโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์และ Solar BESS เพิ่มขึ้น หลังมีโครงการเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์รวม 12 โครงการ กำลังการผลิตติดตั้งรวม 1,129 เมกะวัตต์ เพิ่มขึ้นจากไตรมาส 2/2568 ที่มีเพียง 5 โครงการ กำลังผลิตรวม 532 เมกะวัตต์

ส่งผลให้กำไรจากธุรกิจโซลาร์เพิ่มขึ้นเป็น 402 ล้านบาท เติบโต 153% จาก 159 ล้านบาทในช่วงเดียวกันของปีก่อน พร้อมรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมภายใต้กลุ่ม Gulf Gunkul จำนวน 114 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 25%

ขณะเดียวกัน ธุรกิจทรัพยากรยังสร้างการเติบโต โดยโครงการ PTT NGD รับรู้กำไร 343 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 65% จากราคาขายที่ปรับตัวสูงขึ้น ส่วนธุรกิจนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ภายใต้ GLNG และ HKH มีกำไร 450 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 157% จากปริมาณนำเข้า LNG ที่เพิ่มขึ้นและการบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ

AIS หนุนกำไรโตแรง รับรู้ส่วนแบ่งกำไร 4,549 ล้านบาท

อีกหนึ่งแรงขับเคลื่อนสำคัญคือการลงทุนในธุรกิจดิจิทัล โดย GULF รับรู้ส่วนแบ่งกำไร Core Profit จาก AIS จำนวน 4,549 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 31% จาก 3,483 ล้านบาทในไตรมาส 2/2568

ปัจจัยหลักมาจากผลประกอบการของ AIS ที่ดีขึ้น ทั้งรายได้เฉลี่ยต่อผู้ใช้บริการ (ARPU) ที่เพิ่มขึ้นจากธุรกิจโทรศัพท์มือถือและ Fixed Broadband รวมถึงการบริหารต้นทุนโครงข่ายและค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังรับรู้เงินปันผลจากการลงทุนใน KBANK จำนวน 2,842 ล้านบาท และกำไรจากการจำหน่ายเงินลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำปากลายให้แก่ J-Power จำนวน 1,928 ล้านบาท

สำหรับ EBITDA ไตรมาส 2/2569 อยู่ที่ 18,997 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 41% จาก 13,432 ล้านบาทในช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่วนกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ (รวมผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน) อยู่ที่ 12,446 ล้านบาท

เดินหน้าขยายพลังงานสะอาด-ดิจิทัล สู่การเติบโตระยะยาว

นางสาวยุพาพิน วังวิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงิน GULF เปิดเผยว่า บริษัทคาดการณ์การเติบโตของรายได้รวมและ EBITDA ปี 2569 อยู่ที่ประมาณ 12-15% โดยในช่วงครึ่งหลังของปี บริษัทเตรียมเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์โครงการโรงไฟฟ้าเพิ่มเติมประมาณ 700 เมกะวัตต์

ประกอบด้วยโครงการ Solar Farm และ Solar BESS จำนวน 6 โครงการ กำลังผลิตรวม 623 เมกะวัตต์ รวมถึงโรงไฟฟ้าขยะชุมชนเชียงใหม่ เวสท์ ทู เอ็นเนอร์จี (CM WTE) และ Solar Rooftop ภายใต้ GULF1

สำหรับแผนระยะยาว GULF ยังคงมุ่งขยายการลงทุนในธุรกิจพลังงานหมุนเวียน ทั้งโซลาร์ พลังงานลม และโรงไฟฟ้าพลังน้ำใน สปป.ลาว รวมถึงขยายธุรกิจสู่ตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะยุโรปและสหราชอาณาจักร

พร้อมเดินหน้าธุรกิจ New S-Curve ด้านดิจิทัล ทั้ง Data Center, Cloud และ AI โดยศูนย์ข้อมูล GSA01 ขนาด 25 เมกะวัตต์ เปิดให้บริการแล้ว ขณะที่ GSA02 ขนาด 38 เมกะวัตต์ และ GEDC01 ขนาดสูงสุด 100 เมกะวัตต์ อยู่ระหว่างก่อสร้างและคาดเปิดให้บริการในปี 2570

GULF ย้ำเป้าหมายสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน ผ่านการผสานศักยภาพธุรกิจพลังงาน โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล และเทคโนโลยีแห่งอนาคต รองรับการเปลี่ยนผ่านของเศรษฐกิจไทยและภูมิภาค

You can share this post!